"คดีบาส มีดคู่" แทงโจ๋รุมสกรัมหมู่ ดับ 2 ศพ ป้องกันตัว หรือเกินกว่าเหตุ

ข่าว

    "คดีบาส มีดคู่" แทงโจ๋รุมสกรัมหมู่ ดับ 2 ศพ ป้องกันตัว หรือเกินกว่าเหตุ

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 ต.ค. 2564 17:35 น.

    อีกคดีที่สังคมให้ความสนใจ มีการถกเถียงในข้อกฎหมายว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เมื่อแก๊งวัยรุ่น 6 คน ยกพวกมาด่าทอและปาของหน้าบ้าน "ณัฐวุฒิ พึ่งฤกษ์ดี" หรือบาส อายุ 21 ปี ภายในหมู่บ้านสุขสันต์ 6 ซอย 39 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. จากปมกระทบกระทั่งในการขี่มอเตอร์ไซค์ ก่อนเปิดฉากตะลุมบอนจากภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด เป็นเหตุให้ฝ่ายที่บุกมาและมีพวกมากกว่าเสียชีวิต 2 ศพ

    เพราะถูกบาส ใช้มีดสปาต้า และมีดปลายแหลม ไล่แทงจนในที่สุดตกเป็นผู้ต้องหา ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตาย และพยายามฆ่า แต่ด้วยบาส ต่อสู้เพียงลำพังคนเดียวกับอีกฝ่ายที่มีถึง 6 คน ได้เกิดเรื่องดราม่าถกเถียงในสังคม โดยบางส่วนแสดงความเห็นอกเห็นใจบาส มองว่าเป็นการป้องกันตัว และอีกมุมมองว่าสมัครใจทะเลาะวิวาท หรือกระทำเกินกว่าเหตุ เพราะบันดาลโทสะ

    แต่เมื่อเรื่องราวไปถึงหมอปลา มือปราบสัมภเวสี หรือจีระพันธ์ เพชรขาว ซึ่งเห็นว่าว่าบาส ถูกหาเรื่องก่อนจากหลักฐานที่ปรากฏชัดเจน เกรงว่าจะไม่ได้รับความธรรม จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมทีมทนายความ และเสี่ยเปีย หรือสาริต แสงจันทร์ เป็นผู้ออกหลักทรัพย์เงินสด 5 แสนบาท ยื่นประกันตัว และในที่สุดศาลอาญาธนบุรี ได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ล่าสุดตำรวจได้แจ้งข้อหาคู่กรณีของบาสทั้ง 4 คน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ 

    ป้องกันตัวต้องสมควรต่อเหตุ ในมุมมองอดีตตำรวจ

    ในแง่ของคดีจะเป็นอย่างไร จากมุมมองของ "รองแต้ม" พล.ต.ต.วิชัย สังประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อธิบายว่า การป้องกันตัวเองเป็นภัยที่ใกล้จะถึงตัว แต่กรณีนี้ไม่ได้เข้าถึงรั้วบ้าน จะอ้างป้องกันตัวไม่ได้ แต่ได้วิ่งออกไปเพื่อร่วมก่อเหตุ ซึ่งไม่มีมูลบอกเหตุ และพฤติกรรมของคดียังไม่ใช่ โดยพฤติกรรมถือมีดออกไปจากบ้าน ไม่จำเป็นต้องออกไปไล่แทง ทำให้ในมุมมองตำรวจมองว่าร่วมก่อเหตุด้วย

    พร้อมย้ำว่าการป้องกันตัวต้องสมควรต่อเหตุด้วย แม้แต่การที่คนร้ายปีนไปลักทรัพย์ในบ้าน โดยเจ้าบ้านใช้ปืนยิงก็เกินกว่าเหตุ การป้องกันตัวต้องสมเหตุสมผล ไม่ใช่เอามีดมาแทง และรู้ได้อย่างไรว่าคน 6 คนจะเข้ามาทำร้าย แม้จะบอกว่าโดนรุมทำร้ายก็คือข้ออ้าง ท้ายสุดเป็นเป็นอำนาจของศาลในการพิจารณาลงโทษอาจน้อยลงก็ได้ หรือลงโทษอย่างไรก็ได้ อาจเห็นว่าน่าเห็นใจ

    "ในกรณีอย่างนี้เป็นความผิดก่อน ไม่ได้ป้องกันตัวเพราะเอามีดออกไป 2 เล่ม และแทงสิบแผล ไม่ใช่การป้องกันตัว และเห็นอีกฝ่ายเอาไม้กวาดเขวี้ยง ซึ่งการเอามีดออกมาเกินกว่าเหตุหรือไม่ การมีคนมาโวยวายหน้าบ้านสามารถโทรบอกตำรวจได้ ต้องดูมูลเหตุในการเอาอาวุธมีดไปป้องกันไม่ได้ จากกรณีนี้อย่าดูให้ถูกใจสะใจ แต่ต้องยึดหลักกฎหมาย โดยพฤติกรรมของคดีอยู่ที่ศาลพิจารณา"

    เจตนาฆ่าหรือไม่ ดูที่บาดแผลตั้งใจแทง หรือแค่เหวี่ยง

    ขณะที่ "ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม" ผู้ตรวจการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด อ้างกรณีลุงวิศวะที่ไม่เปิดกระจกรถก็คงไม่มีการยิง และคำพิพากษาฎีกาตั้งแต่ปี 2545 กรณีชาวบ้านไปขว้างปาบ้านบิดาจำเลย เป็นภัยอันตรายเกิดจากการประทุษร้าย อันละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งจำเลยย่อมมีสิทธิ์กระทำเพื่อป้องกันทรัพย์สินของบิดาจำเลยได้ แต่ภัยอันตรายที่เกิดจากการขว้างปา ยังไม่ถึงกลับร้ายแรง อันนี้เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ และผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุร้ายจำเลยก่อน เมื่อจำเลยพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้โดยวิ่งหลบหนี

    “จึงได้เทียบเคียงว่ามีเหตุกันมาแล้วและอยู่ในบ้าน แต่ผู้ตายซึ่งถือขวดมากับพวกยังวิ่งไล่ตามจำเลย และผู้ตายขว้างปาใส่จำเลย ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน หากผู้ตายขว้างใส่จำเลยอาจทำให้เกิดอันตราย หรือหากวิ่งทันจำเลยอาจเกิดภัยอันตรายจากผู้ตาย ย่อมมีสิทธิ์ป้องกันตัวเอง”

    ในเรื่องป้องกันหรือไม่ป้องกัน จากกรณีของบาสที่ฟังดูมี 7-8 คน มีการขี่มอเตอร์ไซค์มา 3-4 คัน แล้วมาถามหาคนแถวนั้นว่าบ้านบาสอยู่ตรงไหน จนกระทั่งรู้ก็ขับรถมาล้อม ส่วนจะล้อมหลังบ้านนั้นไม่รู้ แต่การเขวี้ยงของเข้ามาในบ้านนั้น เป็นความผิดฐานบุกรุก มาตรา 365 มีคนบุกรุกมากว่า 1 คน เป็นความผิดที่ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว ยอมความไม่ได้ และการบุกรุกไม่จำเป็นต้องบุกเข้าไปในบ้าน แต่เป็นการรบกวนการครอบครอง ถ้ามีคนมากกว่า 1 คน แม้ในเวลากลางวัน ยอมความไม่ได้ มีโทษจำคุก 5 ปี

    เมื่อบาสออกไป มีก้อนหินถูกที่ศีรษะ เป็นความต่อเนื่องหรือไม่นั้น และจากภาพที่เห็นมีมีด และตำรวจตั้งข้อหาว่ามีอาวุธติดตัวนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่ามันมีเหตุ ดังนั้นข้อหาพาอาวุธติดตัวไปในเมืองโดยไม่มีเหตุ จึงถามว่าอันนี้มีเหตุหรือไม่ ถ้าคนหนึ่งคนออกไปไล่ และถ้าไม่มีมีด มองว่าฝ่ายนั้นไม่ตาย แต่ฝ่ายนี้ตาย

    ส่วนบาส เจตนาฆ่าหรือไม่ฆ่า ต้องดูบาดแผลว่าตั้งใจแทง หรือแค่เหวี่ยง ซึ่งมี 2 ข้อหา คือทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 290 หรือ มาตรา 288 และอันนี้ไม่ขอวิเคราะห์ เพราะไม่เห็นบาดแผลตอบไม่ได้

    แต่ติดใจภาพหนึ่งมีคนก้มกราบ แล้วบาสไม่ทำอะไรต่อ และได้หยุด มันจะสื่อความหมายไปได้ว่าไม่มีเจตนาอย่างอื่น อาจจะไม่เจตนาก็ได้ โดยวิเคราะห์จากภาพที่เห็นเท่านั้น และอยากฝากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ละเอียด เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และมองว่าเป็นการป้องกันที่ต่อเนื่อง มีเหตุป้องกันตัวจากภัยยันตรายที่ใกล้เข้ามา อาจจะถึงหรือไม่ถึงก็ได้ ในเรื่องนี้ควรดูต่อไปให้จบ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      บาส มีดคู่คดีบาสมีดคู่รายงานพิเศษแทงโจ๋รุมสกรัม6 รุม 1ถูกรุมทำร้ายป้องกันตัวเกินกว่าเหตุมีดแทงป้องกันตัวบุกบ้านใช้มีดป้องกันตัวคดีบาสวิเคราะห์ป้องกันตัวการป้องกันตัวสู้ป้องกันตัวหมอปลาช่วยบาสมีดคู่คดีฆ่าคดีแทงวัยรุ่น 6 คนบุกล้อมบ้านหมอปลา

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 01:36 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์