Squid Game ซีรีส์ผู้ใหญ่ ห่วงเด็กซึมซับเนื้อหารุนแรง แยกไม่ออกเรื่องจริง หรือหนัง

ข่าว

    Squid Game ซีรีส์ผู้ใหญ่ ห่วงเด็กซึมซับเนื้อหารุนแรง แยกไม่ออกเรื่องจริง หรือหนัง

    ไทยรัฐออนไลน์

    15 ต.ค. 2564 19:40 น.

    Squid Game” (สควิดเกม เล่นลุ้นตาย) ซีรีส์เกาหลีใต้ แนวเอาชีวิตรอดของเน็ตฟลิกซ์ กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกในขณะนี้ กับเรื่องราวตื่นเต้นระทึกขวัญของกลุ่มคนมีปัญหาในชีวิตไร้ทางออก ร่วมเล่นเกมในวัยเด็กเดิมพันด้วยชีวิตแบบหฤโหด เพื่อช่วงชิงเงินรางวัลที่จะเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนของผู้เล่นที่ล้มตายไป

    ในแต่ละตอนเต็มไปด้วยความเครียดกดดัน ภาพความรุนแรงโหดเหี้ยม เห็นแก่ตัวพยายามเอาตัวรอดไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม หลายชีวิตพ่ายแพ้ก็ต้องตายสถานเดียว สะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำในเกาหลีใต้ เมื่อคนอีกชนชั้นของสังคมไม่มีทางเลือก ไม่มีโอกาส ก็ต้องจำยอมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้มีต้นทุนชีวิตที่เหนือกว่า เป็นคนชี้เป็นชี้ตาย

    ความดังของซีรีส์เรท 18+ “Squid Game” ไม่จบเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในสังคมไทย ด้วยความห่วงใยเด็กและเยาวชน จะเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาชญากรรม จากการออกมาเตือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ประมาณว่าเด็กไทยในยุคนี้สามารถแยกแยะได้

    ทำไมต้องเจาะจงเฉพาะซีรีส์ “Squid Game” เพราะยังมีหนังละครและสื่อประเภทต่างๆ อีกมากมายที่มีความสุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงโควิดผู้คนต้องอยู่กับบ้านเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งควรปรับสมดุลให้กับชีวิตอย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดความสุดโต่ง จนก่อให้เกิดโทษและความเครียดตามมา

    “นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ” จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มองว่า ปัจจุบันการเสพสื่อมีหลายประเภท ทั้งข่าว ความบันเทิงผ่านเกม ละคร และหนัง ในหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไป ถามว่ามีผลต่อเด็กและเยาวชนหรือไม่ ต้องตอบว่ามีผล

    แม้ว่าสื่อแต่ละรายการมีเนื้อหาที่กำหนดให้เหมาะสมตามวัยและช่วงอายุอยู่แล้ว แต่หากเด็กและเยาวชน เข้าไปดูเนื้อหาที่หมิ่นเหม่ โดยขาดวิจารณญาณ เช่น เนื้อที่มีความรุนแรง จะต้องมีผู้ใหญ่ค่อยแนะนำ หรือแม้แต่วัยรุ่นตอนต้น สามารถแยกแยะได้ระหว่างหนังกับเรื่องจริง แต่อาจซึมซับความรุนแรงโดยไม่รู้ตัว

    เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ หากดูหนังที่มีความรุนแรงซ้ำๆ ก็อาจซึมซับโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องทบทวนตัวเอง หากเกิดความรู้สึกหดหู่ ผิดหวังในการดูหนังที่มีเนื้อหาเศร้า อาจทำให้อยากฆ่าตัวตายก็ได้ แม้เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องสำรวจดูตัวเอง

    “ควรให้คำแนะนำวัยรุ่นตอนต้น ในการดูสื่อหรือหนัง แต่ถ้าเป็นวัยเด็กควรเลือกสื่อให้เหมาะสม เพราะอาจมีความเข้าใจไม่มากพอกับเนื้อหาที่มีความรุนแรง ทางผู้ใหญ่ผู้ปกครองควรแนะนำ โดยเฉพาะช่วงโควิดควรเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสในการอธิบายกับเด็กๆ เพื่อให้ความเป็นครอบครัวแน่นแฟ้นมากขึ้น จากการดูหนังไปพร้อมกันในการแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน”

    ในฐานะเป็นจิตแพทย์ อยากฝากไปยังประชาชนทั่วๆ ไปว่า ปัจจุบันมีสื่อหลากหลาย อาจต้องทำให้สมดุล ไม่ใช่ดูข่าวเศร้า หรือฆาตกรรมจนมากเกินไป อาจเกิดความเครียดหดหู่สะสม ดังนั้นควรเลือกดูสื่อที่หลากหลายประเภท เพื่อไม่ให้จิตตก และสำรวจอารมณ์ตัวเอง หากมีอารมณ์ในทางลบหม่นหมองซึมเศร้า ต้องทบทวนตัวเอง

    วิธีสังเกตตัวเองว่าส่งผลต่ออารมณ์หรือไม่ เช่น เกิดอาการซึมเศร้า หงุดหงิดมากกว่าปกติ บางคนเริ่มนอนไม่หลับ ความดันสูงขึ้น เป็นอาการทางกาย ทำให้ชีวิตเริ่มแย่ลง จนกระทบต่อการทำงานและความสัมพันธ์กับคนอื่น เป็นสัญญาณเตือนเรื่องอารมณ์ความเครียดเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ควรต้องทำให้สมดุลให้เกิดความบาลานซ์

    “ยกตัวอย่างการเสพสื่อโซเชียลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจต้องหยุดสักพักหนึ่ง ควรเอาเวลาไปคุยกับคนใกล้ตัว ให้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงให้มากยิ่งขึ้น ดีกว่าเกิดผลเสียภายหลัง”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      Squid Gameสควิดเกมเนื้อหาสควิดเกมสควิดเกม เล่นลุ้นตายสควิดเกมเนื้อหารุนแรงเด็กเลียนแบบสควิดเกมเนื้อหาไม่เหมาะสมกับเด็กเตือนเด็กดูสควิดเกมหนังเนื้อหารุนแรงพฤติกรรมลอกเลียนแบบรายงานพิเศษตำรวจเตือนเด็กดูสควิดเกมเนื้อหารุนแรงหนังผู้ใหญ่จิตแพทย์อาการซึมเศร้าเสพสื่อ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 05:17 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์