“Squid Game” (สควิดเกม เล่นลุ้นตาย) ซีรีส์เกาหลีใต้ แนวเอาชีวิตรอดของเน็ตฟลิกซ์ กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกในขณะนี้ กับเรื่องราวตื่นเต้นระทึกขวัญของกลุ่มคนมีปัญหาในชีวิตไร้ทางออก ร่วมเล่นเกมในวัยเด็กเดิมพันด้วยชีวิตแบบหฤโหด เพื่อช่วงชิงเงินรางวัลที่จะเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนของผู้เล่นที่ล้มตายไป
ในแต่ละตอนเต็มไปด้วยความเครียดกดดัน ภาพความรุนแรงโหดเหี้ยม เห็นแก่ตัวพยายามเอาตัวรอดไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม หลายชีวิตพ่ายแพ้ก็ต้องตายสถานเดียว สะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำในเกาหลีใต้ เมื่อคนอีกชนชั้นของสังคมไม่มีทางเลือก ไม่มีโอกาส ก็ต้องจำยอมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้มีต้นทุนชีวิตที่เหนือกว่า เป็นคนชี้เป็นชี้ตาย
ความดังของซีรีส์เรท 18+ “Squid Game” ไม่จบเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในสังคมไทย ด้วยความห่วงใยเด็กและเยาวชน จะเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาชญากรรม จากการออกมาเตือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ประมาณว่าเด็กไทยในยุคนี้สามารถแยกแยะได้
...
ทำไมต้องเจาะจงเฉพาะซีรีส์ “Squid Game” เพราะยังมีหนังละครและสื่อประเภทต่างๆ อีกมากมายที่มีความสุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงโควิดผู้คนต้องอยู่กับบ้านเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งควรปรับสมดุลให้กับชีวิตอย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดความสุดโต่ง จนก่อให้เกิดโทษและความเครียดตามมา
“นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ” จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มองว่า ปัจจุบันการเสพสื่อมีหลายประเภท ทั้งข่าว ความบันเทิงผ่านเกม ละคร และหนัง ในหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไป ถามว่ามีผลต่อเด็กและเยาวชนหรือไม่ ต้องตอบว่ามีผล
แม้ว่าสื่อแต่ละรายการมีเนื้อหาที่กำหนดให้เหมาะสมตามวัยและช่วงอายุอยู่แล้ว แต่หากเด็กและเยาวชน เข้าไปดูเนื้อหาที่หมิ่นเหม่ โดยขาดวิจารณญาณ เช่น เนื้อที่มีความรุนแรง จะต้องมีผู้ใหญ่ค่อยแนะนำ หรือแม้แต่วัยรุ่นตอนต้น สามารถแยกแยะได้ระหว่างหนังกับเรื่องจริง แต่อาจซึมซับความรุนแรงโดยไม่รู้ตัว
เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ หากดูหนังที่มีความรุนแรงซ้ำๆ ก็อาจซึมซับโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องทบทวนตัวเอง หากเกิดความรู้สึกหดหู่ ผิดหวังในการดูหนังที่มีเนื้อหาเศร้า อาจทำให้อยากฆ่าตัวตายก็ได้ แม้เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องสำรวจดูตัวเอง
“ควรให้คำแนะนำวัยรุ่นตอนต้น ในการดูสื่อหรือหนัง แต่ถ้าเป็นวัยเด็กควรเลือกสื่อให้เหมาะสม เพราะอาจมีความเข้าใจไม่มากพอกับเนื้อหาที่มีความรุนแรง ทางผู้ใหญ่ผู้ปกครองควรแนะนำ โดยเฉพาะช่วงโควิดควรเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสในการอธิบายกับเด็กๆ เพื่อให้ความเป็นครอบครัวแน่นแฟ้นมากขึ้น จากการดูหนังไปพร้อมกันในการแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน”
ในฐานะเป็นจิตแพทย์ อยากฝากไปยังประชาชนทั่วๆ ไปว่า ปัจจุบันมีสื่อหลากหลาย อาจต้องทำให้สมดุล ไม่ใช่ดูข่าวเศร้า หรือฆาตกรรมจนมากเกินไป อาจเกิดความเครียดหดหู่สะสม ดังนั้นควรเลือกดูสื่อที่หลากหลายประเภท เพื่อไม่ให้จิตตก และสำรวจอารมณ์ตัวเอง หากมีอารมณ์ในทางลบหม่นหมองซึมเศร้า ต้องทบทวนตัวเอง
...
วิธีสังเกตตัวเองว่าส่งผลต่ออารมณ์หรือไม่ เช่น เกิดอาการซึมเศร้า หงุดหงิดมากกว่าปกติ บางคนเริ่มนอนไม่หลับ ความดันสูงขึ้น เป็นอาการทางกาย ทำให้ชีวิตเริ่มแย่ลง จนกระทบต่อการทำงานและความสัมพันธ์กับคนอื่น เป็นสัญญาณเตือนเรื่องอารมณ์ความเครียดเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ควรต้องทำให้สมดุลให้เกิดความบาลานซ์
“ยกตัวอย่างการเสพสื่อโซเชียลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจต้องหยุดสักพักหนึ่ง ควรเอาเวลาไปคุยกับคนใกล้ตัว ให้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงให้มากยิ่งขึ้น ดีกว่าเกิดผลเสียภายหลัง”.