ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ลากยาวถึงปีหน้า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด คนไทยใกล้อดตาย

ข่าว

    ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ลากยาวถึงปีหน้า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด คนไทยใกล้อดตาย

    ไทยรัฐออนไลน์

    12 ต.ค. 2564 17:14 น.

    คนบ่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ราคาน้ำมันแพงขึ้นไม่หยุด ต่างตั้งคำถามเกิดจากสาเหตุใด เพราะตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 40-60 สตางค์ต่อลิตร
    สาเหตุหลักๆ มาจากความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้น ภายหลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง

    ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้นสูงสุด นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557 หรือในรอบเกือบ 7 ปี ประเมินกันว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือ จะปรับตัวทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า

    นอกจากนี้โครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ถูกจัดเก็บเข้ารัฐ เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย เงินเรียกเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ กองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าการตลาด

    ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น จะส่งผลกระทบอย่างไรนั้น “รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ” ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันจะขาขึ้นไปจนถึงกลางปีหน้าเป็นอย่างน้อย มีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือปรับตัวทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า จะทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนภาคการผลิต การขนส่งคมนาคมสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น

    “ราคาพลังงานในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดช่วงปลายปีราคาน้ำมันน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 75-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวดีต่อเนื่อง และกลุ่มโอเปกพลัสยังคงไม่เพิ่มกำลังการผลิต จากเดิมวันละ 4 แสนล้านบาร์เรล ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการจากอุปสงค์ในตลาดโลกเพิ่มขึ้น อาจเห็นราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า”

    นอกจากนี้ไนจีเรีย ยังประสบปัญหาเพิ่มกำลังการผลิตตามข้อตกลงจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูง และหลายชาติลดการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า เพื่อลดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะประเทศจีน มีนโยบายในการลดการปล่อยคาร์บอนในเชิงรุก หันมาใช้น้ำมันและพลังงานทางเลือกอื่นๆ ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอีก

    ล่าสุดจีนอาจปล่อยน้ำมันดิบคงคลังทางยุทธศาสตร์ประมาณ 33-82 ล้านบาร์เรล อาจช่วยบรรเทาการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้บ้าง เนื่องจากจีนมีสต๊อกน้ำมันราคาต้นทุนที่ถูกกว่าราคาตลาดโลกในปัจจุบัน ประมาณ 5-10 ดอลลาร์โดยเฉลี่ย และหลังจากกลางปีหน้าแล้ว อุปทานในตลาดน้ำมันน่าจะเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ว่า อิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมันได้ และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตกต่ออิหร่านน่าจะยุติลง

    ราคาน้ำมันแพง ยังมีผลจากเงินบาทอ่อนค่า อาจอ่อนค่าทะลุระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ จากดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในปีนี้ และดุลการค้าเกินดุลลดลงอย่างมาก คาดว่าปีนี้ดุลบัญชีเงินทุนมีเงินไหลออกสุทธิไม่ต่ำกว่า 3-4 พันล้านดอลลาร์ จากราคานำเข้าสินค้าเพิ่มสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาส่งออก”

    น้ำมันขึ้นราคา เพิ่มความเสี่ยง เศรษฐกิจชะลอตัว

    นั่นหมายถึงจะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย อาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว มีการเติบโตต่ำและเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นมาก และสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่เผชิญกับรายได้ชะลอตัว หนี้สินท่วม ค่าครองชีพสูงขึ้น มีการว่างงาน หรือทำงานต่ำระดับ ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการนโยบายเข้มงวดทางการเงินเพิ่มขึ้น หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ

    เพราะช่องว่างการผลิตของเศรษฐกิจไทยยังติดลบค่อนข้างมาก มีกำลังการผลิตส่วนเกินเหลืออยู่จำนวนมาก การใช้นโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลาย มีความจำเป็นต่อการประคับประคองการฟื้นตัวของการจ้างงานและการกระเตื้องขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น เป็นปัญหาทางด้านอุปทานเป็นหลัก จากราคาพลังงานสูงขึ้น บาทอ่อนค่า และราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นจากน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรม

    รวมถึงราคาสินค้าอุตสาหกรรมบางส่วนปรับตัวสูงขึ้น จากการขาดแคลนวัตถุดิบ ระบบจัดส่งและค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาบางส่วนเกิดจากการหยุดดำเนินการผลิตของโรงงาน เกิดการชะงักงันของระบบจัดส่งโลจิสติกส์ จากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของไทยอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

    ในช่วงราคาน้ำมันขาขึ้น จะทำให้ธุรกิจขนส่งคมนาคมกระทบหนักสุด ตามมาด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เหมืองแร่ จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ จะกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าใช้พลังงานและน้ำมันมาก หรือน้อยในกระบวนการผลิตสินค้า ส่วนธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมเหล็ก กิจการเซรามิก ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้นมาก

    แม้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ แต่เศรษฐกิจไทยไม่น่าจะติดลบ อาจมีอัตราการเติบโตได้ในระดับ 0.5-0.8% ส่วนปี 2565 ยังมีความไม่แน่นอนสูง ต้องรอดูปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกภายในให้ชัดเจนก่อน และต้องรอดูว่าจะมีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือไม่.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ราคาน้ำมันน้ำมันแพงน้ำมันขึ้นราคาน้ำมันสาเหตุน้ำมันขึ้นราคาผลกระทบน้ำมันขึ้นราคาทำไมน้ำมันขึ้นราคารายงานพิเศษสถิติราคาน้ำมันเศรษฐกิจไทยต้นทุนราคาน้ำมันน้ำมันปรับราคา

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14:24 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์