อัปเดตสูตร "วัคซีนไขว้" ที่แต่ละชาติใช้ ประสิทธิภาพดีจริงหรือ?

ข่าว

    อัปเดตสูตร "วัคซีนไขว้" ที่แต่ละชาติใช้ ประสิทธิภาพดีจริงหรือ?

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 ต.ค. 2564 05:30 น.

    ช่วงที่ผ่านมา ในห้วงเวลาการเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบ้านเรา ได้ปรากฏเรื่องราวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น นั่นคือ ข่าวการเสียชีวิตของคนที่เข้ารับวัคซีน ซึ่งเคสที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ อ้างความเชื่อมโยงว่าอาจเป็นผลจากการฉีด "วัคซีนสูตรไขว้!"

    ผลที่ตามมา...หนีไม่พ้น ความกังวล ความวิตก และความหวาดระแวง ว่าแล้วตัวเรานั้นควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไขว้ดีหรือไม่?

    ฉีดวัคซีนไขว้อันตรายมั้ย?
    ฉีดวัคซีนไขว้ดีจริงหรือ?

    เพราะด้วยสถานการณ์ในบ้านเราเวลานี้ "ตัวเลือก" ในการเข้ารับวัคซีนโควิด-19 มีน้อยเสียเหลือเกิน...

    ณ เวลานี้ ในบ้านเรา...ใครกันที่ต้องฉีดวัคซีนสูตรไขว้?

    หลักๆ มี 3 กลุ่ม คือ
    - กลุ่มแรก : เข็ม 1 วัคซีนซิโนแวค + เข็ม 2 วัคซีนแอสตราเซเนกา
    - กลุ่ม 2 : เข็ม 1 + 2 วัคซีนซิโนแวค + เข็ม 3 วัคซีนแอสตราเซเนกา, วัคซีนไฟเซอร์ หรือวัคซีนโมเดอร์นา (กรณีซื้อบูสเตอร์ รพ.เอกชน)
    - กลุ่ม 3 : เข็ม 1 วัคซีนแอสตราเซเนกา + เข็ม 2 วัคซีนไฟเซอร์

    ซึ่งวัคซีนไขว้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในบ้านเรานั้น ต้องยอมรับว่า ข้อมูลการนำเสนอถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพยังคงมีอย่างจำกัด ด้วยเหตุที่ว่า ไม่ใช่ "สูตรวัคซีนไขว้" ยอดนิยมที่ประเทศอื่นๆ ใช้กัน

    จากข้อมูลการรายงานของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เบื้องต้น ทราบว่า วัคซีนสูตรไขว้ เข็ม 1 ซิโนแวค + เข็ม 2 แอสตราเซเนกา ให้ผลพอๆ กับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็ม โดยยืนยันว่า การฉีดสูตรไขว้นี้มีความปลอดภัย

    "การฉีดวัคซีนสูตรไขว้ (ซิโนแวค+แอสตราฯ) จะเสริมภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น และใช้เวลาสั้นกว่าสูตรปกติ" - คำแถลงจาก นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 อ้างอิงผลการศึกษาวิจัยในประเทศ

    ทั้งนี้ทั้งนั้น สูตรไขว้ เข็ม 1 วัคซีนซิโนแวค + เข็ม 2 วัคซีนแอสตราเซเนกา หากจะแน่ชัดในด้านประสิทธิภาพ คงต้องรอทราบผลการศึกษาของ "ฟิลิปปินส์" เพิ่มเติม เพราะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักวิจัยกำลังศึกษาสูตรไขว้ วัคซีนซิโนแวค (โคโรนาแวค: CoronaVac) กับวัคซีนแบรนด์อื่นๆ ด้วยเหตุผลว่า "ไม่อาจคาดเดาปริมาณวัคซีนโควิด-19 ได้"

    สำหรับการศึกษาใน "ฟิลิปปินส์" นั้น ตามข้อมูลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (DOST) ระบุไว้ว่า ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งจะใช้วิธีผสมผสาน หรือ Mix-and-Match ระหว่างวัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการอนุมัติในฟิลิปปินส์แล้ว มีด้วยกัน 6 แบรนด์ ได้แก่ วัคซีนไฟเซอร์, โมเดอร์นา, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ของสหรัฐอเมริกา และวัคซีนแอสตราเซเนกาของสหราชอาณาจักร, ภารัต ไบโอเทค (อินเดีย), สถาบันกามาเลยา (รัสเซีย)

    เดิมทีเคยมีคำพูดที่ว่า การใช้ "วัคซีนสูตรไขว้" จะได้แค่ใน "โลกอุดมคติ" เท่านั้น เพราะไม่จำเป็นต้องมานั่งสนใจว่า เราควรฉีดวัคซีนโควิด-19 แบรนด์ใด หรือชนิดอะไร

    แต่ปัจจุบัน...ก็อย่างที่เราได้เห็น หลายๆ ประเทศในโลกหันมาใช้วิธีการของ "โลกอุดมคติ" กันแทบทั้งนั้น โดยเฉพาะในแถบยุโรป หนึ่งเหตุผลก็คงเหมือนกับบ้านเราและฟิลิปปินส์ คือ ข้อจำกัดด้านปริมาณวัคซีนที่มีอยู่ในมือ ส่วนเหตุผลอื่นๆ ก็เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เพื่อหยุดยั้งและยุติวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 นี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

    ซึ่งจนถึงตอนนี้ จากข้อมูลของบรรดาชาติยุโรป ยังไม่พบการรายงานผลข้างเคียงรุนแรง แถมยังเชื่อมั่นด้วยว่า "วัคซีนสูตรไขว้" ดีกว่าการฉีดครบเกณฑ์ (2 เข็ม) ด้วยวัคซีนแบรนด์เดียวกัน

    ในเมื่อสูตรวัคซีนไขว้ "ซิโนแวค+แอสตราเซเนกา" มีข้อมูลจำกัด เพราะเป็นสูตรที่คนไม่นิยมใช้ "คำถาม" คือ ประเทศอื่นๆ นิยมใช้สูตรไหนกัน?

    "วัคซีนสูตรไขว้" ยอดนิยม!

    ต้องยอมรับกันว่า การศึกษาและวิจัยในปัจจุบันของหลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับการใช้ "สูตรไขว้" ระหว่างเข็ม 1 วัคซีนแอสตราเซเนกา (Viral Vector) และเข็ม 2 วัคซีนไฟเซอร์ (mRNA)

    "วัคซีนสูตรไขว้" นี้ ประสิทธิภาพเป็นเช่นไร?

    จากการศึกษาที่นำโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ที่มีผู้เข้าร่วม 800 คนทั่วสหราชอาณาจักรนั้น ผลลัพธ์ในขั้นต้นยังคงอยู่ในกระบวนการทบทวนโดยนักวิทยาศาสตร์อีกหลายคน แต่ในส่วน "คำถาม" ที่ว่า "วัคซีนสูตรไขว้คือทางเลือกใช่หรือไม่?" สำหรับ "คำตอบ" ที่ได้ คือ "ใช่!"

    ซึ่งพบว่า คนที่ได้รับวัคซีนต่างชนิดกัน หรือ "สูตรไขว้" (แอสตราฯ+ไฟเซอร์) นี้ ไม่เพียงมีความปลอดภัย แต่ยังมีความเป็นไปได้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโควิด-19 ได้อีกด้วย เมื่อเทียบกับการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกา 2 โดส หรือวัคซีนไฟเซอร์ + วัคซีนแอสตราเซเนกา

    ในกรณีที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็ม 1 และตามด้วยวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็ม 2 ยังให้ผลลัพธ์อีกว่า การตอบสนองของ T Cell เป็นไปได้ดีกว่าการผสมสูตรแบบอื่นๆ

    อีกการศึกษาของสเปน สูตรไขว้ เข็ม 1 วัคซีนแอสตราเซเนกา + เข็ม 2 วัคซีนไฟเซอร์ ก็พบผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม นั่นคือ ทำให้เกิดแอนติบอดีในระดับที่สูงกว่าการฉีดวัคซีนชนิดเดียวกัน โดยต่อจากนี้จะทำการศึกษาเพื่อหาข้อพิสูจน์การทำหน้าที่ของวัคซีนไฟเซอร์ในฐานะ "บูสเตอร์" หรือเข็ม 3

    หรือกรณีการศึกษาของอินเดีย ก็มองเห็นโอกาสความเป็นไปได้ในการค้นพบว่า "สูตรวัคซีนไขว้" อาจจะมีความปลอดภัยกว่าวัคซีนชนิดเดียวกันเสียอีก

    แต่นั่น...ก็ขึ้นอยู่กับว่า วัคซีนเข็ม 1 และวัคซีนเข็ม 2 เป็นใครด้วย? เพราะจากเบื้องต้น พบว่า ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือ การใช้ "วัคซีนไฟเซอร์" เป็นเข็มที่ 2

    อัปเดตประเทศ "สูตรไขว้" ทดแทนวัคซีนจัดส่งล่าช้า!

    อังกฤษ : กำลังทำการศึกษาการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในเด็ก สำหรับกรณีการฉีดวัคซีนไขว้ โดยทางการระบุว่า กลุ่มตัวอย่างจะได้รับเข็มแรกเป็นวัคซีนไฟเซอร์ และเข็ม 2 อยู่ในการพิจารณา และกำลังเตรียมการในส่วนเข็ม 3 หรือบูสเตอร์ แบบสูตรไขว้

    กัมพูชา : เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 มีการประกาศว่า จะฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็ม 3 ให้กับคนที่ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์มหรือซิโนแวค 2 เข็ม ขณะเดียวกันก็อาจใช้วัคซีนซิโนแวคเป็นเข็ม 3 ให้กับคนที่ฉีดแอสตราเซเนกา 2 เข็ม

    เดนมาร์ก : ก็มีการประกาศเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ว่า จะใช้สูตรไขว้ เข็ม 1 วัคซีนแอสตราเซเนกา + เข็ม 2 วัคซีนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา เพื่อให้ได้การป้องกันที่ดีที่สุด

    รัสเซีย : เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 RDIF ระบุว่า การศึกษาทางคลินิกขนาดเล็ก กรณีสูตรไขว้ ระหว่างวัคซีนแอสตราเซเนกาและวัคซีนสปุตนิก ไลท์ แสดงให้เห็นถึงแอนติบอดีที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

    ตุรกี : รัฐบาลได้อนุมัติให้คนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว สามารถรับวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมอีกเข็มได้ ด้วยเหตุผลว่า ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางระหว่างประเทศ จากกรณีข้อติดขัดการเดินทางเข้าประเทศ เพราะบางประเทศยังไม่อนุมัติวัคซีนซิโนแวค

    "คำตอบ" เพิ่มเติมเกี่ยวกับ "วัคซีนไขว้"

    1) วัคซีนไขว้ เข็ม 3 ปลอดภัยหรือไม่?

    เหตุผลของการฉีดเข็ม 3 อย่างเร่งด่วน นั่นเพราะความกังวลของภูมิคุ้มกันที่ลดลงเรื่อยๆ และการต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 ก็ยังท้าทาย โดยตอนนี้ ไทยเองก็เริ่มแล้วในสูตรไขว้ เข็ม 1+2 วัคซีนซิโนแวค + เข็ม 3 วัคซีนไฟเซอร์/วัคซีนแอสตราเซเนกา ซึ่งผลก็เรียกว่าเป็นที่น่าพอใจ การติดเชื้อภายในโรงพยาบาลของกลุ่มแพทย์/พยาบาลลดลง และพบภูมิคุ้มกันเพิ่มสูงขึ้น

    แน่นอนว่า การฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในลักษณะสูตรไขว้ยังคงอยู่ในการถกเถียงและทำการศึกษา แต่เท่าที่มีการเผยแพร่ออกมาเบื้องต้น เห็นได้ว่า ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และเป็นการเพิ่มขึ้นที่ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ยอมรับและพร้อมขยายขอบเขตความรู้เพื่อหาความเป็นไปได้เพิ่มเติมของวัคซีนสูตรไขว้นี้

    2) ควรฉีดวัคซีนเข็ม 3 สูตรไขว้?

    ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในการให้ "คำตอบ" อย่างมีนัยของเข็ม 3 หรือบูสเตอร์ ว่าควรใช้ "สูตรไขว้" มากแค่ไหน และความปลอดภัยของการใช้วัคซีนต่างชนิดกันจะแตกต่างกันอย่างไร โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ยังคงกังวลและเห็นควรว่า คนที่รับวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา เข็มที่ 3 ก็ควรจะเป็นวัคซีน mRNA เช่นเดียวกัน และไม่ควรรับวัคซีน mRNA มากกว่า 3 เข็ม

    3) วัคซีนสูตรไขว้มีผลดีจริงหรือ?

    ผลการศึกษาของวารสารแลนซิต (Lancet) พบว่า สูตรไขว้ระหว่างวัคซีนแอสตราเซเนกากับวัคซีน mRNA กระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 หลังวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็ม อาจต้านไม่อยู่

    โดยตอนนี้ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนสำหรับสูตรไขว้และเข็ม 3 กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาของหลายๆ ประเทศ แต่หลักฐานก็พอบ่งชี้ได้ว่ามีความปลอดภัยและประสิทธิภาพดี

    ทำไม "สูตรไขว้" ถึงสำคัญ?

    ในความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทำการศึกษาอยู่นั้น มองว่า วัคซีนสูตรไขว้จะเพิ่มความยืดหยุ่นในอนาคต หากว่าผลลัพธ์ของสูตรไขว้ออกมาว่าได้ผลดีและได้ผลจริง

    เพราะนอกเหนือจากการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในการป้องกันและต่อสู้กับโควิด-19 แล้ว การใช้วัคซีนเข็ม 2 ที่แตกต่างชนิดและแบรนด์จากเข็มแรก ก็จะทำให้ประชากรโลกได้รับวัคซีนรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม

    และอีกกรณี คือ หากการฉีดวัคซีนเข็มแรกเกิดปฏิกิริยาด้านลบต่อร่างกาย ก็ควรอย่างยิ่งที่จะรับวัคซีนเข็ม 2 ด้วยชนิดและแบรนด์ที่แตกต่างกัน

    ไม่เพียงเท่านั้น ปริมาณวัคซีนในประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางบางประเทศ รวมถึงบ้านเรา ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างยากลำบากอยู่ การใช้วัคซีนสูตรไขว้อาจช่วยทดแทนกรณีที่ปริมาณวัคซีนนั้นๆ มีไม่เพียงพอได้ รวมถึงการจัดเก็บที่มีอย่างจำกัดด้วย

    ดังนั้น ผลดีของ "วัคซีนไขว้" ก็นับว่ามีอยู่มาก แต่ใดๆ ก็แล้วแต่การศึกษาวัคซีนไขว้ยังคงต้องดำเนินต่อ โดยอยู่บนพื้นฐานของชนิด/แบรนด์, ระยะเวลา และทุกๆ สูตรไขว้ต้องดำเนินการทดสอบในทุกๆ กลุ่มอายุและในทุกๆ ชาติพันธุ์ ซึ่งผลที่ได้อาจมีความแตกต่างกัน หากสูตรไขว้อยู่ในบริบทที่แตกต่างกัน

    ความกังวลทิ้งท้ายต่อ "วัคซีนสูตรไขว้" ของ WHO

    ดร.ซุมยา สวามินาธาน แห่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ห่วงอย่างมากว่า "สูตรไขว้" อาจจะกลายเป็นเทรนด์อันตรายในอนาคต หากคนที่ตัดสินใจผสมสูตรไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่เป็นประชากรในโลกที่เลือกการฉีดสูตรไขว้ในแบบของตัวเอง และนั่นจะเกิดความอลหม่านทันที หากประชากรโลกเริ่มตัดสินใจว่า เมื่อใดและวัคซีนชนิด/แบรนด์ใดจะเป็นวัคซีนโดสที่ 2, 3 และโดสที่ 4

    และเน้นย้ำว่า การศึกษาวัคซีนสูตรไขว้ควรดำเนินการอย่างระมัดระวัง มีการกำหนดกลุ่มตัวอย่างและอย่าขาดการติดตาม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความปลอดภัยและความสัมพันธ์ของภูมิคุ้มกัน.

    ข่าวน่าสนใจ:

    อ้างอิง:

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วัคซีนไขว้วัคซีนโควิด-19ฉีดวัคซีนรายงานพิเศษทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 02:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์