น้ำท่วมไทยซ้ำซาก ฝันร้ายปี 54 ตามหลอน บทเรียนราคาแพง อย่าประมาท ชะล่าใจ

ข่าว

    น้ำท่วมไทยซ้ำซาก ฝันร้ายปี 54 ตามหลอน บทเรียนราคาแพง อย่าประมาท ชะล่าใจ

    ไทยรัฐออนไลน์

    29 ก.ย. 2564 13:30 น.

    สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ครอบคลุมหลายจังหวัด จากอิทธิพล “พายุเตี้ยนหมู่” ทำให้ จ.ชัยภูมิ ประสบภัยพิบัติครั้งรุนแรงมากสุดในรอบ 50 ปี นำไปสู่การตั้งคำถามซ้ำๆ ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังบกพร่องในการบริหารจัดการน้ำ ไม่มีการเตือนภัยได้ทันท่วงที ท่ามกลางเสียงตำหนิของประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน

    แม้ประเทศไทยเคยมีบทเรียนราคาแพงจากมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาแล้ว จนเศรษฐกิจพังพินาศ มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท แต่การรับมือหลังจากนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ไม่สามารถผ่านด่านการแก้ไขน้ำท่วมอย่างยั่งยืนได้ โดยแต่ละปีไทยยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมทั้งหนักและเบา มีประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

    ทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม ประชาชนต่างหวั่นเกรงจะซ้ำรอยปี 2554 กระทั่งสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด หลายพื้นที่ไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากปริมาณน้ำมาเร็วมาก ไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินได้ทัน และต่างบอกว่าน้ำท่วมครั้งนี้รุนแรง ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน ทั้งไร่นา ทรัพย์สิน จมบาดาล จนยากจะทำใจได้ (บทเรียนน้ำท่วม ปี 2554)

    น้ำท่วมในไทยมีมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปหลายรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ หากเป็นไปตามที่ World Economic Forum เคยรายงานว่า กรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 11 เมือง ที่ถูกคาดการณ์จะจมน้ำในปี 2100 จากอุณหภูมิโลกและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น การสูบน้ำบาดาลมากเกินไป และการทรุดตัวลงของแผ่นดิน ก็ไม่ควรประมาท เพราะน้ำท่วมในกรุงเทพฯ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากถึงปีละ 20,000 ล้านบาท

    หากนำบทเรียนของต่างประเทศไปเรียนรู้ อย่างกรณีประเทศญี่ปุ่นเคยเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง แต่สามารถรับมือได้อย่างดีเยี่ยม แม้แต่พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส เมื่อปี 2562 รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี จากความพยายามของรัฐบาลในการทำระบบป้องกันน้ำท่วม ทั้งบริเวณชายฝั่งและในประเทศ จนปัจจุบันเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นเกือบทุกเมืองมีระบบที่ทันสมัย

    รวมถึงจีน พยายามต่อสู้กับวิกฤติน้ำท่วมมาโดยตลอด ในการสร้างทางน้ำเพื่อผันไปยังแหล่งเก็บน้ำ การสร้างพนังกั้นน้ำท่วมบริเวณริมแม่น้ำ การออกกฎระเบียบกฎหมาย และการสร้าง "เมืองฟองน้ำ" ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองมากกว่า 20% ไปแล้ว และอีก 80% จะต้องเสร็จภายใน 10 ปี

    น้ำท่วมครั้งนี้ บทสะท้อนความไม่พร้อม ชะล่าใจ

    “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งก่อนหน้าเคยเตือนหลายพื้นที่ในไทยให้เตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อรับมือน้ำท่วม ไม่ให้เกิดวิกฤติภัยพิบัติซ้ำซ้อน เนื่องจากการระบาดของโควิด โดยมีสิ่งบ่งชี้จากสภาพอากาศแปรปรวนที่คล้ายกับปี 2553 เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ แต่จะไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์ปี 2554 อย่างแน่นอน

    รศ.ดร.เสรี บอกว่า สิ่งที่เคยเตือนไป ต้องการให้ปิดความเสี่ยง เพราะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ต้องเตือนหน่วยงานให้ทำการบ้าน ต้องรู้ว่าชุมชนใดจะได้รับผลกระทบ เพื่อส่งข้อมูลเตือนภัยไปยังประชาชนให้สามารถช่วยเหลือตัวเองเป็นอันดับแรกก่อน

    แต่ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า มีการเตรียมตัวไม่ทัน ไม่มีแผนใดๆ รองรับ และเป็นบทเรียนไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แตกต่างจากในอดีต อย่างกรณีน้ำท่วม จ.สุโขทัย จากเดิมคิดว่ามวลน้ำต้องมาจาก จ.แพร่ เท่านั้น แต่สุดท้ายน้ำมาจาก จ.ตาก เพราะรูปแบบของฝนที่ตกลงมาในปัจจุบันอาจไม่เหมือนในอดีตอีกต่อไป

    เตือนรับมือพายุลูกใหม่ หนักกว่า "เตี้ยนหมู่"

    สิ่งที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค.นี้ ประมาณวันที่ 8 ต.ค.
    จะเกิดพายุลูกใหม่ ซึ่งหนักกว่า “พายุเตี้ยนหมู่” ทำให้พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาเกิดน้ำท่วมอีก รวมถึงภาคอีสาน หน่วยงานในพื้นที่ต้องเร่งประสานการทำงานในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ โดยประเมินจากเส้นทางที่พายุเตี้ยนหมู่เคยเข้ามา ต้องดูประเด็นเรื่องน้ำ และประเมินจากสถานการณ์จำลอง

    “สถานการณ์จะเป็นแบบใด ไม่สามารถบอกได้แน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าฝนจะตกกี่มิลลิเมตร แต่พอใกล้ถึงวันจริง จะเริ่มแม่นยำ จึงควรเอา 100 การบ้านมาทำเป็นสถานการณ์จำลอง เพี่อจัดการรับมือ อย่างบทเรียนในพื้นที่สุโขทัย คิดว่าน้ำเหนือมาน้อย คิดว่าน้ำจะไหลมาจากตอนบน แต่กลับไม่ใช่ หรือโคราช คิดว่าน้ำในเขื่อนน้อย คงไม่ท่วมเหมือนปี 54 แต่ไม่ได้จำลองเหตุการณ์อื่นๆ ไว้รับมือ”

    ปัจจุบันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และรูปแบบการตกของฝนจะไม่เหมือนเดิม แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่พยายามพัฒนา เพราะขาดการประเมินความเสี่ยง จนทุกอย่างมะรุมมะตุ้ม รับมือไม่ทัน อย่าง จ.ชัยภูมิ ปล่อยให้น้ำท่วมในโรงพยาบาล แสดงให้เห็นว่าไม่มีการประเมินความเสี่ยง ไม่มีการทำคันกั้นน้ำ เอากระสอบทราย หรือนำบิ๊กแบ็กมาป้องกัน จนเกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งต่างกับต่างประเทศ ที่มีการทำฐานข้อมูล นำมาวิเคราะห์เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ

    กำแพงริมแม่น้ำ ขวางระบายน้ำ แนะโมเดลจีน-ญี่ปุ่น

    แม้ขณะนี้บางพื้นที่น้ำที่ท่วมจะลดไปแล้ว แต่ทุกอย่างได้รับความเสียหาย และหลายคนกลัวว่าปริมาณน้ำจะซ้ำรอยเหมือนปี 2554 ซึ่งไม่ใช่ แต่ฝนจะตกเหมือนกรณีน้ำท่วมใน อ.บางปู จ.สมุทรปราการ และ จ.สุโขทัย ขึ้นอยู่กับการระบายน้ำ โดยน้ำจะมาด้านข้าง แต่บริเวณแม่น้ำมีกำแพงสูงกั้น ไปขวางน้ำที่จะระบายออกไปทางแม่น้ำ กลายเป็นว่าโครงสร้างที่แข็ง สร้างเป็นกำแพงป้องกันน้ำจากแม่น้ำไหลเอ่อเข้ามา เป็นอุปสรรคการระบายน้ำ จนเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่

    สำหรับพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามานี้ เป็นห่วงพื้นที่ภาคอีสานตอนบนและตอนล่าง รวมถึงภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน จะได้รับผลกระทบ และเป็นที่น่าสังเกตตามที่คนออกมาบอกว่าครั้งนี้น้ำท่วมหนักเหมือนปี 2554 ได้แสดงให้เห็นว่ารูปแบบฝนที่ตกในปัจจุบันไม่เหมือนเดิม

    เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วควรนำโมเดลป้องกันน้ำท่วมของจีนและญี่ปุ่นมาเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการ โดยบริเวณริมแม่น้ำของทั้ง 2 ประเทศ ไม่มีกำแพงคอนกรีตกั้นสูง แต่จะก่อคันดินให้สามารถขยับได้ และขยายแม่น้ำให้กว้างขึ้น เพื่อการระบายน้ำ หากเป็นกำแพงก็ต้องทุบทิ้ง

    “บ้านเขาทำในลักษณะ Nature-Based Solutions แก้ปัญหาโดยมีธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เมื่อฝนตกก็ระบายน้ำไปอยู่ในธรรมชาติ ต้องจัดการผังเมือง ถ้าไม่จัดการก็จะเหมือนสมุทรปราการ เมื่อฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมขังไม่มีที่ระบาย เพราะใช้คอนกรีตสร้างกำแพงสูงริมแม่น้ำ แทนที่จะระบายน้ำออกสู่ธรรมชาติให้มากที่สุด สุดท้ายจะเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำๆ หากไม่รีบแก้ไข”

    นอกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมที่ได้เตือนไปแล้ว ในช่วงต่อไปให้ระวังภาคใต้ ระหว่างปลายเดือน ต.ค.ไปจนถึงเดือน พ.ย. จะมีความเสี่ยง และไม่จำเป็นต้องมีพายุเข้า แค่มีมรสุมพาดผ่าน เกิดหย่อมความกดอากาศทางทะเลภาคใต้ จะส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะ จ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช ขอให้เตรียมพร้อมรับมือ อย่าได้ประมาทเด็ดขาด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    น้ำท่วมน้ำท่วม 2564น้ำท่วมสุโขทัยข่าวน้ำท่วมวันนี้แผนรับมือน้ำท่วมโมเดลป้องกันน้ำท่วมรายงานพิเศษน้ำท่วมปี 54อุทกภัยปี 54มหาอุทุกภัยฝนตกหนักพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมพายุเตี้ยนหมู่พายุแก้น้ำท่วมปัญหาน้ำท่วมเสรี ศุภราทิตย์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 01:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์