เปิดเทอม จัดระบบใหม่อยู่กับโควิด เรียนออนไลน์ ไม่ตอบโจทย์ ทักษะถดถอย

ข่าว

    เปิดเทอม จัดระบบใหม่อยู่กับโควิด เรียนออนไลน์ ไม่ตอบโจทย์ ทักษะถดถอย

    ไทยรัฐออนไลน์

    15 ก.ย. 2564 19:29 น.

    เตรียมพร้อมเปิดเทอม ภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ หลังโควิดระบาด ทำให้นักเรียนห่างหายจากห้องเรียนและเพื่อนๆ ไปนาน ต้องอยู่บ้านเรียนออนไลน์เผชิญกับความเครียด สูญเสียการเรียนรู้ทักษะหลายอย่าง และปัญหาความไม่พร้อมของอุปกรณ์การเรียน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ได้เต็มที่

    กลายเป็นความกังวลของคนในแวดวงการศึกษา เกรงว่าความรู้เด็กไทยในยุคนี้ จะยิ่งถดถอยลงไป หากไม่ไปโรงเรียน 2 เดือน เท่ากับว่าทักษะด้านต่างๆ หายไปเกือบ 2 เดือน ทั้งด้านวิชาการ ภาษา คณิตศาสตร์ หรือทักษะ EF (Executive Functions) ด้านการคิด ควบคุมอารมณ์ ในการเข้าสังคม หรือทำงาน

    อีกทั้งการเรียนออนไลน์ของเด็กระดับอนุบาล แทบจะไม่ได้ผล หรือได้ผลน้อยมาก อย่างมากแค่ 10-20% ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก จากการระบุของ “รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง” คณบดีคณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคำว่า ถดถอย ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กโง่ลง เราไม่รู้ว่าเด็กโง่ลงหรือไม่ เพราะแม้เด็กอยู่เฉยๆ อาจมีพัฒนาการตามวัยอยู่แล้ว แต่คำว่า ถดถอย มาจากการที่เราพยายามสร้างแบบจำลองว่า ถ้าไม่มีการปิดเรียนเพราะโควิด เด็กจะไปได้ไกลขนาดไหน

    “เด็กปฐมวัยแทบจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย จากการเรียนออนไลน์ ยกเว้นบางโรงเรียน สามารถทำให้เด็กเรียนรู้บ้าง แต่ส่วนใหญ่แทบไม่ได้อะไร แม้ไม่มีข้อมูลมายืนยัน แต่พบว่าผู้ปกครองลำบากมาก โดยเฉพาะผู้หญิง ต้องดูแลเด็กเล็ก ส่วนเด็กโตพอเรียนรู้ได้บ้าง กลับสร้างความกังวลมากๆ เพราะอยู่กับเกมออนไลน์ หากไม่มีอะไรทำก็จะเครียด ดังนั้นการเปิดเทอมจึงเป็นข่าวดี คิดว่าน่าจะเปิดเรียนอย่างเต็มที่ได้ ทั้งๆ ที่บางพื้นที่ควรเปิดเรียนได้แล้วในพื้นที่ไกลๆ เพราะครูก็อาศัยอยู่แถวนั้น เด็กก็อยู่ในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาเรียนออนไลน์ไม่ได้ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพยายามไม่มากพอ จนมองเป็นความเสี่ยง”

    เปิดเทอมต้องเดินหน้า เรียนรู้อยู่กับโควิดให้ได้

    แม้การเปิดเทอมมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโควิด แต่ต้องรับได้บ้าง ดีกว่าไม่เปิดเรียน จะต้องมีการสุ่มตรวจหาเชื้อหรือไม่ อยู่ที่การวางระบบ ต้องฉีดวัคซีนให้ครูและนักเรียนให้ครบ เพราะการไม่เปิดเรียนน่าเป็นห่วงมากสำหรับเด็กยุคนี้ ทำให้ทักษะทางวิชาการของเด็กถดถอยลง รวมถึงทักษะทางสังคมและทางอารมณ์ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัยรุ่น ต้องอยู่กับเพื่อนๆ คงต้องเปิดเทอมด้วยการเตรียมพร้อม หากเกิดเหตุต้องสามารถควบคุมได้

    ส่วนแผนการฉีดวัคซีนให้นักเรียนอายุ 12-18 ปี อาจเปลี่ยนมุมมอง ฉีดให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่านั้น และพูดในฐานะคนเป็นพ่อ เพราะเมื่อเด็กเล็กป่วย จะดูแลยากมากกว่าเด็กโต ทางกระทรวงสาธารณสุข ต้องคิดให้ดี และต้องอยู่กับโควิดอีกนาน จะต้องออกแบบระบบอย่างไรภายใต้เงื่อนไขที่ทุกคนยอมรับความเสี่ยงได้ แม้วัคซีนเข้ามาไม่มากพอ แต่ต้องค่อยๆ ฉีด แม้เคสเด็กเล็กป่วยติดโควิด มีไม่มาก แต่น่าเป็นห่วงเมื่อไม่มีคนมาเฝ้าอยู่ใกล้ๆ และต้องฉีดผู้ใหญ่ให้มากที่สุด จะได้มีโอกาสดูแลเด็ก

    ขณะที่เด็กเล็กในชุมชนต่างจังหวัด ควรต้องได้เรียน ควรเปิดเทอมให้ได้เรียนด้วยความเหมาะสม เพราะที่ผ่านมาทั้งเด็กและผู้ปกครองลำบากมากในการเรียนออนไลน์ เป็นหนทางเดียวที่สังคมจะอยู่กับโควิดให้ได้ หรือโรงเรียนอาจจะปิดๆ เปิดๆ เพราะเด็กต้องเรียนรู้อยู่กับเพื่อนรุ่นเดียวกัน

    “การเรียนออนไลน์ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนควรพยายามเอาใจใส่เด็กและผู้ปกครอง อย่าไปคาดหวังเรื่องการเรียนให้มาก ควรให้เด็กทำกิจกรรมผ่านโลกออนไลน์ เพราะโควิดทำให้โลกนี้เล็กลงไปเรื่อยๆ ทำให้เด็กวัยรุ่นไม่ค่อยได้เจอเพื่อน และครูทุกคนต้องเข้าใจ ต้องถอยให้มากและจูงมือไปด้วยกัน”

    เรียนซัมเมอร์ปิดเทอม ชดเชยทักษะที่หายไป

    ปัญหาการเรียนออนไลน์ ทำให้ทักษะต่างๆ ของเด็กถดถอยไป ควรใช้ช่วงเวลาปิดเทอมใหญ่เดือน มี.ค.-เม.ย. เปิดเรียนซัมเมอร์เหมือนต่างประเทศ ชดเชยการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กได้เจอเพื่อน ซึ่งทุกฝ่ายต้องเสียสละ น่าจะเป็นทางออกที่ดี และเมื่อปิดเทอมอีกก็ต้องชดเชยการเรียนการสอนไปอีก เพื่อให้ประเทศไปสู่โหมดเรียนซัมเมอร์ ในการกู้ทักษะต่างๆ ที่หายไปได้กลับมา

    “ไม่ใช่เรียนซัมเมอร์เดียว สมมติหายไป 6 เดือน ก็เรียนซัมเมอร์ละ 3 เดือน ถ้ามันมีความจำเป็น เนื่องจากโควิดทำให้เกิดการเรียนรู้ จากความกดดันที่ผ่านมา เอาส่วนที่มีประตูเอาไปใช้ก่อน ต้องมีงบ และครูต้องเสียสละ ทำเหมือนโรงเรียนเอกชน เปิดเรียนซัมเมอร์ เพราะโควิดจะผันผวนซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม ต้องเรียนรู้และเตรียมตัวให้เด็กมีทักษะ ด้วยการเรียนชดเชย”

    ถามว่าในหนึ่งปีการศึกษา เด็กต้องเรียน 200 วันหรือไม่ เป็นเรื่องของคุณภาพการศึกษา สมมติถ้าอยากจะปรับเปลี่ยนคุณภาพการศึกษา แต่ยังยกระดับการศึกษาไม่ได้ ก็คงยากมาก เพราะที่ผ่านมาเป็นระยะเวลานานได้เห็นปัญหา และไม่ได้รับการแก้ไขในการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น ภายใต้บริบทต่างๆ

    เพราะฉะนั้นแล้ว การมาโรงเรียนของเด็กๆ ใน 1 วัน ต้องได้อะไรบ้างเป็นสิ่งจูงใจ และควรได้มากกว่านี้ กระทั่งเจอการระบาดของโควิด ต้องแก้ปัญหาระยะสั้นไปก่อน ด้วยการออกแบบระบบการเรียนซัมเมอร์แคมป์ให้ดีที่สุด สร้างแรงจูงใจในการศึกษา ซึ่งสำคัญมาก เนื่องจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการออกแบบระบบหลักสูตรการเรียนการสอน ทำให้เด็กเรียนรู้ไม่ดีเท่าที่ควร ควรได้เวลาปรับเปลี่ยนการศึกษาของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ภายใต้สถานการณ์โควิดที่ยังอยู่กับเราไปอีกนาน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดเทอมเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2โรงเรียนเปิดเทอมฉีดวัคซีนนักเรียนโควิดผลกระทบโควิดเรียนออนไลน์รายงานพิเศษวันเปิดเทอมเรียนซัมเมอร์ผลกระทบเรียนออนไลน์เด็กนักเรียนป.3การศึกษายุคโควิดปัญหาการศึกษาโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการเด็กปฐมวัย

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 03:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์