ไลฟ์สไตล์
100 year

WHO ถึงไทย "เดลตา" บุก ผู้สูงอายุเสี่ยงแม้อยู่บ้าน เร่งเข้าถึงวัคซีน (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์
23 ก.ค. 2564 05:31 น.
SHARE

"ขณะนี้...ประเทศไทยพบ 'สายพันธุ์เดลตา' แซงหน้าสายพันธุ์อัลฟาไปแล้ว"

คำกล่าวข้างต้นนั้น ไม่ได้เป็นคำกล่าวที่หวังให้เกิดความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่เป็น "ข้อเท็จจริง" ที่ปรากฏขึ้นภายในประเทศไทยของเรา ณ เวลานี้

โดยเฉพาะ "กรุงเทพมหานคร" เมืองหลวงที่เวลานี้กำลังระส่ำกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่พุ่งสูงหลักพันทุกๆ วัน ก็พบว่า สายพันธุ์ "เดลตา" ที่ทำประเทศอินเดียปั่นป่วนช่วงระยะเวลาหนึ่ง และอาจเป็น "ภัยคุกคาม" ทั่วทั้งโลกในอนาคต ณ ขณะนี้ กำลังกระจายไปแทบทุกพื้นที่กรุงเทพฯ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามที่เคยมีการคาดการณ์ไว้

บางจังหวัดที่มีคนติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเป็นตัวเลข 0 แต่ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 จากข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า หลายจังหวัดเหล่านั้นพบการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาแล้ว รวมกว่า 71 จังหวัด เมื่อรวมกับกรุงเทพฯ ก็อาจบอกได้ว่า สายพันธุ์เดลตากระจายครอบคลุมไปเกือบทั้งประเทศแล้ว

ปัจจุบัน จาก 3,340 ตัวอย่างทั่วประเทศ (1 เม.ย.-16 ก.ค. 64) พบสายพันธุ์เดลตา 62.6% (อัลฟา 34.1%, เบตา 3.3%) ขณะที่ กรุงเทพฯ จาก 1,745 ตัวอย่าง เป็นสายพันธุ์เดลตาไปแล้วกว่า 76.5% (อัลฟา 23.5%)

นั่นหมายความว่า ในช่วง 1-2 เดือนนี้ คงไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์ที่เมืองไทยจะอุดมไปด้วยสายพันธุ์ "เดลตา" เป็นแน่แล้ว...

"สายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ถึง 2 เท่า ความกังวล คือ สามารถนำไปสู่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากอย่างรวดเร็ว และนั่นอาจทำให้ระบบสาธารณสุขเกินขีดความสามารถที่จะรองรับได้"

สัมภาษณ์พิเศษ ดร.เรณู การ์ก ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย ที่ส่งสารตรงถึง "คนไทย" กับความน่ากังวลของภัยคุกคามสายพันธุ์ "เดลตา" ที่กำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักของโลกอีกด้วย

ดร.เรณู ยอมรับว่า สายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดเร็วมากๆ และง่ายมากๆ ด้วยเช่นกัน หากเทียบกับสายพันธุ์ดั้งเดิมก็มีโอกาสติดเชื้อมากกว่า 2 เท่า ซึ่งสิ่งนี้อาจทำให้เกิดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวนมากอย่างรวดเร็วแบบฉับพลัน

หาก "คุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์" ยังไม่เห็นภาพว่า สายพันธุ์เดลตากำลังเป็นภัยคุกคามประเทศไทยมากแค่ไหน? พิจารณาได้จากตัวเลขเหล่านี้...

นับตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 (1 เม.ย.-22 ก.ค. 64)
- ผู้ป่วยยืนยันสะสม 424,269 ราย
- เสียชีวิตสะสม 3,603 ราย

ล่าสุด เพียงวันเดียว (22 ก.ค. 64) มีผู้ป่วยรายใหม่ 13,655 ราย และเสียชีวิต 87 ราย ในจำนวนนี้ หลายรายพบว่า เสียชีวิตเพราะเข้ารับการรักษาไม่ทัน นั่นเป็นผลจากขีดความสามารถในการรองรับของระบบสาธารณสุขที่ ดร.เรณู กำลังเป็นกังวลอยู่ ณ เวลานี้ หากตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มเติม: จุกอก น้ำตาตกใน เบื้องหลังกู้ภัยเก็บศพคนป่วยโควิด รอเตียงจนตายมากขึ้น

"นี่อาจทำให้เกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขที่จะรองรับได้ โดยเฉพาะคนที่มีอาการหนัก และต้องเข้ารับการรักษาภาวะวิกฤติ" (ที่สุดท้ายแล้วอาจไม่ทัน...)

จากภาพรวมทั่วโลกที่เกิดขึ้น หลายพื้นที่เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสายพันธุ์ "เดลตา" นี้ โดย ดร.เรณู ยืนยันว่า สายพันธุ์เดลตาได้กลายเป็น "สายพันธุ์หลัก" ในหลายๆ ประเทศมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

ไทยยิ่งน่ากังวล... เมื่อ "คนหนุ่มสาว" นำเชื้อสู่ "ผู้สูงอายุ" ในครอบครัว

แม้ "รัฐบาล" จะออกมาตรการ "ล็อกดาวน์" และจำกัดการเดินทางเข้า-ออกข้ามจังหวัดและในบางช่วงเวลา พร้อม "ขอความร่วมมือ" ให้ Work from Home (ทำงานจากบ้าน) และด้วยคำว่า "ขอความร่วมมือ" ก็ย่อมต้องไปทำงานกันปกติ เว้นแต่ว่าออฟฟิศหรือหน่วยงานนั้นจะประกาศให้ Work from Home แบบ 100% จริงๆ

แน่นอนว่า คนที่ออกไปทำงานข้างนอก แม้ระมัดระวังตัวเองแบบเต็มที่ ก็ยังมีโอกาสและความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ ยิ่งในห้วงเวลาที่สายพันธุ์เดลตาระบาดหนักนี้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด นั่นก็คือ "พวกเขา" นำพาเชื้อเข้าสู่ "ผู้สูงอายุ" ภายในบ้านโดยไม่รู้ตัว

ในภาวะวิกฤติเช่นนี้... "คนหนุ่มสาวต้องตระหนักไว้ว่า พวกคุณอาจติดเชื้อเล็กน้อย หรืออาจไม่มีอาการ และอาจไม่รู้ว่า พวกคุณมีโอกาสส่งผ่านเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุได้ หากพวกเขายังไม่ได้เข้ารับวัคซีน ดังนั้นแล้ว พวกคุณต้องทำความเข้าใจว่า พวกคุณอาจมีความเสี่ยง"

ทั้งนี้ ดร.เรณู ได้ให้คำแนะนำไว้ 2 ข้อในการป้องกัน "ผู้สูงอายุ" ไม่ให้เกิดกรณีเช่นนั้นว่า 1) ตามที่รัฐบาลให้คำแนะนำ พวกคุณต้องคำนึงอยู่เสมอในการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ใกล้ๆ ผู้สูงอายุ หากมีญาติที่เป็นผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ก็ควรคำนึงตลอดว่า ควรสวมหน้ากากอนามัย นั่นจึงจะสามารถปกป้องพวกเขาได้

2) โปรดช่วยผู้สูงอายุให้เข้ารับวัคซีนโควิด-19 โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้... พาพวกเขาไปยังศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพราะผู้สูงอายุอาจเข้าถึงได้ยาก และพยายามโน้มน้าวพวกเขาให้ไปเข้ารับวัคซีน ณ ขณะนี้ วัคซีนที่มีการรับรองจาก WHO แต่ละตัวล้วนมีความปลอดภัย คุณประโยชน์ของวัคซีนนั้นมากเกินกว่าผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น

"เหล่านี้พวกคุณคงรู้อยู่แล้วว่า วัคซีนปกป้องเราจากไวรัสและสายพันธุ์เดลตาได้อย่างดีเยี่ยม"

ทั้งนี้ จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ได้ระบุถึงมาตรการวัคซีนโควิด-19 ไว้ว่า รัฐบาลจะระดมฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุและผู้ที่เสี่ยงป่วยรุนแรง 70% ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย พร้อมระบุแนวทางการฉีดวัคซีนแบบ "ผสมสูตร" (อ้างอิงมติ ศบค. ครั้งที่ 271) ดังนี้

สูตรแรก: เข็ม 1 ซิโนแวค + เข็ม 2 แอสตราเซเนกา (ฉีดห่างกัน 3-4 สัปดาห์)

สูตร 2: แอสตราเซเนกาทั้ง 2 เข็ม (ฉีดห่างกัน 10-12 สัปดาห์)

*กรณีฉีดวัคซีนผู้สูงอายุให้พิจารณารับวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็ม และการฉีดซิโนแวค 2 เข็ม จะฉีดเฉพาะกรณี

ห้วงวิกฤติเดลตานี้ ใครควรฉีดวัคซีนก่อน?

"คำถาม" นี้ ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ก็ได้มีการวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยไว้อย่างน่าสนใจเช่นเดียวกัน นั่นคือ ประมาณการผู้เสียชีวิตและการติดเชื้อโควิด-19 รายวัน

กรณีแรก : ฉีดวัคซีนแก่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปก่อน
หากฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปก่อน ให้ได้ 500,000 โดสต่อวัน คาดว่าช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้เร็วที่สุดประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม 2564

กรณี 2 : ฉีดวัคซีนทุกกลุ่มอายุพร้อมกัน
หากฉีดวัคซีนทุกกลุ่มอายุ คาดว่าจะช่วยชะลอจำนวนการติดเชื้อรายวันมากที่สุด แต่จำนวนการติดเชื้อจะลดลงต้นเดือนกันยายน 2564

ทั้งนี้ ดร.เรณู แนะนำว่า กลุ่มที่สำคัญที่สุดที่ต้องเข้ารับวัคซีนเป็นอันดับแรก คือ ผู้สูงอายุ เพราะเราจะเห็นได้ว่า การเสียชีวิตในประเทศไทยที่เกิดขึ้นทุกๆ วัน มากที่สุดเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และเราก็เห็นว่า ทุกๆ ที่ในโลกเองก็เช่นกัน ที่ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปสู่ภาวะอาการหนักมากที่สุด ดังนั้น พวกเขาควรเป็นกลุ่มแรกๆ

"หากคุณเป็นผู้สูงอายุ ฉันอยากขอร้อง... ได้โปรดไปเข้ารับวัคซีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะวัคซีนหลายๆ ตัวมีความปลอดภัย และสามารถปกป้องคุณจากอาการหนักได้"

WHO ถึงคนไทย ยกระดับมาตรการป้องกัน สู้ "เดลตา"

ดร.เรณู ยืนยันอีกครั้งในตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์พิเศษว่า สายพันธุ์เดลตาแพร่เชื้อได้ง่ายมากๆ เราจึงต้องยกระดับมาตรการป้องกัน ณ ขณะนี้ ขอให้อยู่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำงานจากบ้าน (Work from Home) แต่หากคุณต้องออกไปข้างนอกด้วยความจำเป็นมากๆ บางอย่าง ก็ขอให้พยายามอยู่ให้ห่างจากพื้นที่แออัดหรือพื้นที่ในร่ม สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ปิดคลุมจมูกและปากให้มิดชิด

ทางรัฐบาลเองก็มีคำแนะนำไว้ว่า ควรสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น หากอยู่พื้นที่ในร่ม หรือหากไปสถานที่ต่างๆ หลายแห่งก็ขอให้สวมหน้ากากที่มีตัวกรองที่ดี และหน้ากากผ้าที่สวมทับก็ต้องพอดี อย่ามีพื้นที่ว่าง นั่นจึงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน และอีกวิธี คือ ล้างมือและหลีกเลี่ยงที่แออัด นี่คือ เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และจะสามารถปกป้องเราจากสายพันธุ์เดลตาได้

ขอย้ำอีกครั้งว่า "หากคุณเป็นผู้สูงอายุ... โปรดเข้ารับวัคซีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขออย่าช้า และหากคุณเป็นคนหนุ่มสาว... โปรดหลีกเลี่ยง และทำให้แน่ใจว่า คุณปฏิบัติตามมาตรการดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องตัวคุณเองและคนที่อยู่รอบตัวคุณ".


ผู้เขียน: เหมือนพระอาทิตย์

กราฟิก: Varanya Phae-araya

ข่าวน่าสนใจ:

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

WHOสายพันธุ์เดลตาวัคซีนโควิด-19special contentรายงานพิเศษทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 21:41 น.