ไลฟ์สไตล์
100 year

ชะตาลุงพล ซุปตาร์ดาวร่วง ชีวิตพลิกผัน ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าน้องชมพู่

ไทยรัฐออนไลน์
2 มิ.ย. 2564 18:34 น.
SHARE

ใครทำให้น้องชมพู่ หนูน้อยวัย 3 ขวบ แห่งบ้านกกกอก เสียชีวิต เป็นปริศนามานาน 1 ปีกว่า ในที่สุดตำรวจได้ขอศาลอนุมัติหมายจับ "ลุงพล" ไชย์พล วิภา ลุงเขยของน้องชมพู่ ภายหลังโด่งดังราวกับซุปเปอร์สตาร์ โกยเงินโกยทองในช่วงที่ผ่านมา

จากหลักฐานสำคัญ คือเส้นขน 3 เส้นในจุดเกิดเหตุ บนเขาภูเหล็กไฟ นำไปสู่การตรวจดีเอ็นอี จนชี้ชัดว่าเป็นใคร ในข้อหาตามพฤติการณ์ 3 ข้อหา 1.พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร 2.ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และ 3. กระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพ หรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

ข่าวแนะนำ

ก่อนลุงพล ถูกจับกุม ได้ถูกเชิญตัวเข้าเครื่องจับเท็จเมื่อบ่ายวันที่ 10 ม.ค. 2564 ทำให้คนในสังคมกลับมาสนใจคดีนี้อีกครั้ง พร้อมกับการตั้งข้อสังเกตต่างๆ นานาว่าเหตุอันใดลุงพล เข้าเครื่องจับเท็จนานผิดปกติ มากถึง 5-6 ชั่วโมง และเจ้าตัวยังคงยืนยันไม่ได้ทำผิด หากมีการโยนความผิดมา จะสู้ให้ถึงที่สุด

จากนั้นลุงพล ผู้มีความอ่อนโยนในสายตาหลายคน เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ดวงตาเริ่มแข็งกร้าว อารมณ์เกรี้ยวกราดหงุดหงิดง่าย และพยายามทำร้ายนักข่าว จากปมปรับปรุงสำนักสงฆ์ภูหลวง รวมถึงคดีครอบครองไม้มะค่าแต้ ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม

ชะตาชีวิตของลุงพล จะเป็นอย่างไร? หรือพลิกผันแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป แม้ในเบื้องต้นให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา และจะไปให้ปากคำที่ สภ.กกตูม จ.มุกดาหาร ภายหลังทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พาเข้ากรุงเทพฯ มอบตัวกับ ผบ.ตร. เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์ ไม่คิดหลบหนี

“รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล” ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ภายหลังลุงพล ตกเป็นผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่ เป็นไปตามที่ตำรวจตั้งประเด็นไว้ก่อนหน้า เนื่องจากสามารถเข้าถึงตัวน้องชมพู่ได้ และอาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ อีกทั้งจากการสอบปากคำลุงพล ไม่เคลียร์ในบางประเด็น ไม่สามารถบอกไทม์ไลน์ 2 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น. ในช่วงบ่ายวันเกิดเหตุ ว่าหายไปไหนได้อย่างชัดเจน

จากนี้ไปชีวิตของลุงพล จะกลายเป็นอดีตซุปตาร์ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังตำรวจพบพยานหลักฐานและส่งพนักงานสอบสวนในการแจ้งข้อกล่าวหา มีการสอบปากคำ และสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งจะดูว่ามีความผิดอื่นอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตำรวจ และใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ก่อนไปสู่ชั้นศาล

“ดูเพียงผิวเผินจากพฤติกรรม อาจบอกไม่ได้ว่าลุงพลกระทำผิดหรือไม่ แต่ขณะนี้ตกเป็นผู้ต้องหาไปแล้ว ต้องดูพยานหลักฐานแวดล้อมของตำรวจ นำไปสู่การออกหมายจับ และยอมรับว่าคดีนี้ เป็นอีกคดีที่ยุ่งยาก ทั้งพยานหลักฐานแวดล้อม และสภาพภูมิประเทศที่เกิดเหตุ หากคนร้ายก่อเหตุในเมือง ตำรวจสามารถสืบได้ไม่ยาก แต่พอดีศพน้องชมพู่ อยู่ในป่า ทำให้การหาพยานหลักฐานแวดล้อม ยิ่งยากมากขึ้น”

คดีน้องชมพู่ ถือเป็นบทเรียนสำหรับคนในพื้นที่ต้องเรียนรู้ ไม่ให้มีการทำลายหลักฐานบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ และตำรวจควรได้รับการอบรมตามมาตรฐานสากล เพื่อไม่ให้หลักฐานในที่เกิดเหตุโดนทำลาย เพราะต้องยอมรับว่าไทยมีข้อจำกัดเรื่องผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งยังขาดแคลน แตกต่างกับต่างประเทศที่ให้ความสำคัญในเรื่องพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเป็นอย่างมาก

ส่วนคดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา และขึ้นอยู่กับการนำสืบของอัยการฝ่ายโจทก์ จากพยานหลักฐานของตำรวจ สุดท้ายแล้วต้องรอจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาลงโทษออกมา จะใช้เวลานานหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่นำสืบ อาจใช้เวลานานพอสมควร

ขณะที่เส้นขน 3 เส้น ซึ่งเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ ต้องดูว่ามีความเชื่อมโยงกันมากน้อยเพียงใด หากตรงกับดีเอ็นเอของลุงพล โดยตำรวจต้องอาศัยหลักฐานหลายอย่าง โดยเฉพาะหลักฐานทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สำคัญมาก ต้องทำพยานหลักฐานทั้งหมดให้มีความสอดคล้องกัน และการนำเข้าเครื่องจับเท็จเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อพิสูจน์ว่าพูดจริงหรือเท็จ

“คดีอาชญากรรมหลายคดี พบว่าพฤติกรรมคนร้ายมี 2 อย่าง คือก่อเหตุแล้วหลบหนีจากที่เกิดเหตุ กับก่อเหตุแล้วกลับมาใช้วิธีปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมไว้ไม่เพียงพอ และการกลับมาชีวิตปกติ เชื่อว่าตำรวจไม่สามารถสืบถึงตัวได้ ขึ้นอยู่วิธีการคิดของคนร้ายแต่ละคน”

บทเรียนจากคดีน้องชมพู่ ผ่านไป 1 ปีกว่า ได้เห็นถึงปัญหาในการปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งควรมีการปิดกั้นป้องกันการทำลายหลักฐาน ไม่ให้เกิดความยุ่งยากในการหาหลักฐาน อีกอย่างหนึ่งการให้ค่ากับบุคคล จนกลายเป็นคนโด่งดัง มีผู้ติดตามทางยูทูบ ทำให้เด็กเยาวชนตีค่าและให้ความหมายผิดไป ทั้งที่คนๆ นั้น ไม่ได้ทำคุณความดี ทำประโยชน์ให้กับสังคม แต่ควรตีค่าให้กับบุคคลที่เป็นครูเสียสละให้กับสังคม และแพทย์ พยาบาล ผู้อุทิศตนขณะโควิดกำลังระบาดจะดีกว่า.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลุงพลไชย์พล วิภาคดีน้องชมพู่จับลุงพลรายงานพิเศษน้องชมพู่แม่น้องชมพู่พ่อน้องชมพู่คดีน้องชมพู่ล่าสุดสรุปคดีน้องชมพู่หมายจับลุงพลลุงพลคดีน้องชมพู่

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 18:10 น.