ไลฟ์สไตล์
100 year

ถอดรหัส พฤติกรรมฆาตกร ฆ่าหั่นศพ เปิดมูลเหตุ ปมลึก ทำไมต้องทำ

ไทยรัฐออนไลน์
4 มี.ค. 2564 18:42 น.
SHARE

คดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพเกิดขึ้นซ้ำๆ และล่าสุดหญิงสาวตกเป็นผู้ต้องสงสัย และยอมรับสารภาพร่วมกับหลานชายฆ่าและชำแหละศพผู้เป็นสามี อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง นำชิ้นส่วนอวัยวะที่ถูกหั่นเป็นท่อนไปเผา ทิ้งพื้นที่ 3 จุด ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จากมูลเหตุอ้างว่าถูกสามีทำร้ายร่างกายมาตลอดจนทนไม่ไหว

ข้อมูลคดีฆ่าหั่นศพในไทย มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2531 กรณีหนุ่มขายประกันบีบคอพี่สาวและจับกดน้ำจนเสียชีวิต ก่อนลงมือชำแหละศพแยกชิ้นยัดใส่ถุงซุกในถังพลาสติก เป็นเวลานาน 3 ปี กว่าจะมีผู้มาพบศพในปี 2534 ถือเป็นคดีฆ่าหั่นศพสุดสยองรายแรกของไทย จนมายุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่ลงมือกระทำเพื่อทำลายหลักฐานอำพรางคดี น้อยมากจะเกิดจากการป่วยทางจิต มีอาการประสาทหลอน หูแว่ว

ข่าวแนะนำ

พฤติกรรมของคนที่จะฆ่าหั่นศพ คนทั่วไปอาจมองว่าคนคนนั้น ต้องจิตใจเยือกเย็น เหี้ยมโหดมากพอที่จะลงมือในการชำแหละหั่นศพออกมาทีละชิ้นได้ เพราะปกติแล้วสำหรับบางคน แม้แต่การฆ่าสัตว์ ทุบหัวปลา เชือดคอไก่เอาไปทำอาหาร ยังไม่กล้าลงมือทำ เพราะมีความสงสารและกลัวบาปกรรม

“ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” พูดคุยกับ "ผศ.ดร.ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล" ประธานหลักสูตรปริญญาเอกนานาชาติ ด้านอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ตามแนวทางทฤษฎีนั้นไม่มี แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์ตามที่เอฟบีไอเก็บบันทึกไว้ มีคน 2 ประเภทสามารถฆ่าหั่นศพได้ 1. คนเป็นหมอ เพราะคนปกติส่วนใหญ่ใจไม่ถึง และ 2. คนที่อยู่ในโรงฆ่าสัตว์ โดย 80% พบว่าพฤติกรรม "ฆ่าหั่นศพ" ส่วนใหญ่มาจากการกระทำของคน 2 กลุ่มอาชีพนี้

แต่ด้วยสังคมปัจจุบัน เต็มไปด้วยเรื่องราวความเครียด และปัญหาความขัดแย้งมากมาย บางคนหาทางออกไม่ได้ หรือด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงเลือกที่จะทำให้จบๆ ปัญหาไป หวังว่าจะไม่ถูกจับกุมด้วยการฆ่าหั่นศพอำพรางคดี เนื่องจากรู้วิธีการไม่ให้เข้าถึงหลักฐานทางนิติเวชในการตรวจสอบดีเอ็นเอ ด้วยการทำลายร่องรอยต่างๆ จากการชำแหละศพแยกส่วนมือ เท้า และศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่รู้และมีสติดีในการกระทำ

“เมื่อเปรียบเทียบคดีฆ่าหั่นศพหลายๆ คดี มีลักษณะใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่จะเกิดจากคนใกล้ตัว คนรู้จัก มาจากความโกรธแค้น ผิดหวังในความรัก การถูกหักหลัง นำความลับไปเปิดเผยกับคนอื่น เพราะปกติแล้วคนที่ฆ่าคนอื่น หากไม่โมโห หรือแค้นมากๆ ก็ใช้ปืนยิงให้ตายแล้วหนี แต่การลงมือฆ่าหั่นศพ หากไม่แค้นมากคงไม่กระทำ เพราะคนที่ไม่คุ้นเคยกับการฆ่า มีความกลัวอยู่แล้ว เมื่อเผลอฆ่าใครก็ตกใจหนีไป”

ในบางกรณีที่คนลงมือฆ่า เมื่อไม่มีใครรู้เห็น และมีเวลามากให้คิดว่าจะทำอย่างไรกับศพ ได้เลียนแบบพฤติกรรมด้วยการฆ่าหั่นศพ เพราะยิ่งเป็นคนใกล้ตัว ต้องยิ่งทำลายหลักฐาน บางคนโดนจับกุม แต่ด้วยหลักฐานต่างๆ สาวไม่ถึงตัว ทำให้โอกาสรอดก็มี แม้ตำรวจรู้ว่าใครเป็นฆ่า แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในหลักการกระบวนการยุติธรรม ท้ายสุดได้รับการปล่อยตัวไป หรือกรณีใช้ปืนเถื่อนยิงใครจนเสียชีวิต และโยนปืนทิ้งไป ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้

สำหรับการฆ่าหั่นศพในอดีต อยู่ในหมู่คนจีน ซึ่งแบ่งเป็นหลายก๊กหลายแก๊ง เพื่อสร้างความเกรงกลัวข่มขู่ให้กับอีกฝ่าย กระทั่งปัจจุบันไม่ค่อยเกิดขึ้น และมองว่าการฆ่าหั่นศพ ไม่ใช่พฤติกรรมเลียนแบบ แต่เป็นพฤติกรรมเอาตัวรอดมากกว่า เพราะไม่ใช่การฆ่าโดยบันดาลโทสะ และการฆ่าหั่นศพ อาจได้ผลทำให้ไม่ถูกจับ เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ศพมีการย่อยสลายตามธรรมาชาติ จนหาซากไม่เจอ กลายเป็นคนสูญหาย หรือการนำร่างมาเผานั่งยาง ที่เรียกกันว่า “ขึ้นเมรุ” ด้วยอุณหภูมิความร้อนที่สูง ทำให้กลายเป็นเถ้ากระดูก จนไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้

“บางคนหายตัวไป จนคนในครอบครัวไม่รู้ โดยในต่างประเทศมีการพัฒนาระบบคนสูญหาย และปรากฏว่าส่วนใหญ่เป็นการฆาตกรรม ยกเว้นบางคนถูกชิงทรัพย์ ทำร้ายจนหมดสติ แต่เมืองไทยไม่ค่อยจริงจังในเรื่องนี้ ทำให้โอกาสจะมีคนสูญหายมากขึ้น จากการฆ่าหั่นศพ อุ้มฆ่าไปเผาในที่ไกลๆ ไม่มีคนเห็น จนเป็นบุคคลสูญหาย ซึ่งปัจจุบันมีกล้องวงจรปิด อาจทำได้ไม่ง่าย อย่างต่างประเทศบังคับให้พลเมืองทุกคนต้องติดกล้องในรถ เพราะสามารถไล่ดูจากรถคันอื่นได้ หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฆ่าหั่นศพพฤติกรรมฆ่าหั่นศพฆ่าหั่นศพผัวฆ่าหั่นศพอยุธยาเมียฆ่าหั่นศพผัวฆ่าหั่นศพอำพรางอำพรางศพรายงานพิเศษฆาตกรฆ่าหั่นศพสาเหตุฆ่าหั่นศพชำแหละศพฆ่าตัดหัวอยุธยาอุ้มฆ่า

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 เวลา 09:27 น.