โควิดยังหนัก จับตาหลังตรุษจีน กลับมาปะทุปลายสัปดาห์ที่สาม ถึงปลาย ก.พ.

ข่าว

    โควิดยังหนัก จับตาหลังตรุษจีน กลับมาปะทุปลายสัปดาห์ที่สาม ถึงปลาย ก.พ.

    ไทยรัฐออนไลน์

    14 ก.พ. 2564 19:29 น.

    โควิดยังอยู่กับเราอีกต่อไป แม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในไทยจะขึ้นๆ ลงๆ แต่ก็ยังอยู่ในตัวเลขหลักร้อย อย่าละเลยในการป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะที่ล่าสุดมีชายไทยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ รายแรกของไทย หลังกลับจากแทนซาเนียและเข้ากักตัวในสถานกักกันของรัฐ โดยแพทย์ยืนยันสายพันธุ์นี้ ยังไม่มีการระบาดเป็นวงกว้างในไทย

    เพื่อไม่ให้ทุกคนประมาท ต้องรู้ว่าปัจจุบันนี้ไวรัส "โควิดกลายพันธุ์" มีอย่างน้อย 3 สายพันธุ์ จากการอธิบายของ "รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โดยสายพันธุ์แรกเป็นสายพันธุ์อังกฤษ มีการแพร่ระบาดไปหลายสิบประเทศทั่วโลก และคาดการณ์ว่าจะเป็นต้นเหตุของการระบาดไปอเมริกา ตั้งแต่ปลาย ธ.ค. 2563 กระจายไปหลายสิบรัฐทั่วประเทศ และคาดว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ครองการระบาดในอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนนี้ นอกจากนี้มีการวิจัยในอังกฤษพบว่าแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์เดิมราว 50% และรุนแรง หรือทำให้เสียชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมราว 35%

    ส่วนสายพันธุ์ที่สองเป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้ มีตำแหน่งการกลายพันธุ์บางตำแหน่งที่คล้ายของอังกฤษ ซึ่งขณะนี้แพร่ระบาดไปหลายประเทศนอกแอฟริกาใต้ และพบในอเมริกาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564 โดยสิ่งที่น่าห่วงเพราะดื้อต่อวัคซีนที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน แอนติบอดี้ต่อเชื้อที่ถูกกระตุ้นโดยวัคซีนหลายตัวที่มีอยู่นั้น ขึ้นในระดับน้อยกว่าสายพันธุ์เดิม และประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการก็ลดลงกว่าสายพันธุ์เดิม ขณะนี้จึงมีความพยายามไปปรับวัคซีนให้สามารถครอบคลุมสายพันธุ์แอฟริกาใต้ให้ดีขึ้น ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะปรับและนำไปทดสอบก่อนนำมาใช้จริง

    อีกสายพันธุ์เป็นสายพันธ์บราซิล ตรวจพบครั้งแรกในนักท่องเที่ยว 4 คนที่เดินทางจากบราซิลไปญี่ปุ่น และพบในอเมริกาตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยสายพันธุ์นี้มีการเปลี่ยนแปลงยีน 17 ตำแหน่ง โดย 3 ตำแหน่งเกิดขึ้นที่โปรตีนส่วนหนามของไวรัสบริเวณที่ใช้จับกับเซลล์ของคน

    ล่าสุด มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม ของอังกฤษ กำลังหาทางคิดค้นวัคซีนที่นอกจากมีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนส่วนหนามของไวรัส (spike protein) แล้ว จะมีการใส่โปรตีนส่วนที่เป็นเปลือกหุ้มสารพันธุกรรมของไวรัส ที่เรียกว่า โปรตีน นิวคลีโอแคปซิด (nucleocapsid protein) เข้าไปด้วย โดยหวังว่าจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่สามารถจัดการกับสายพันธุ์ใหม่ๆ ในอนาคตของไวรัสได้ เพราะแม้ไวรัสจะกลายพันธุ์ แต่มักเปลี่ยนแปลงลักษณะโปรตีนส่วนหนาม โดยไม่ค่อยได้เปลี่ยนแปลงส่วนของเปลือกหุ้มสารพันธุกรรมของไวรัส

    “เท่าที่ทราบมา ตอนนี้ผ่านการวิจัยในห้องทดลองสัตว์แล้ว ผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันนั้นพบว่ามีระดับแอนติบอดี้ที่ดีพอๆ กับวัคซีนที่มีใช้ในปัจจุบัน แต่มีระดับภูมิคุ้มกันระดับเซลล์ที่สูงกว่า และกำลังจะวิจัยในคน ดูแล้วมีความหวัง”

    พร้อมกับย้ำชัดๆ สถานการณ์การระบาดในไทยขณะนี้ ยังไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ต้องป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพราะศึกระลอกสองนี้ยาว ยังไม่จบง่ายๆ หากติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่ามีแนวโน้มที่มีคนติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ได้รับการตรวจอีกจำนวนมาก และล่าสุดทั้งเทศกาลตรุษจีนในเมืองที่แออัด มีการชุมนุม มีการเดินทาง ทำให้โอกาสจะเห็นการปะทุของการระบาดของโควิดนั้นมีได้แน่ อาจเห็นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่สาม ไปจนถึงปลายเดือน ก.พ.นี้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิดโควิด19โควิดล่าสุดตรุษจีนโควิดกลายพันธุ์โควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่ารายงานพิเศษจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดวัคซีนโควิด

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 23:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์