กลายเป็นเรื่องสยองกลางกรุงในช่วงที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงทยอยเสียชีวิต เหมือนใบไม้ร่วง ล่าสุดศพที่ 7 และอาจมีมากกว่านี้ เพราะไปเกี่ยวข้องกับการเสพ "เคนมผง" ยาเสพติดสูตรพิสดาร เป็นที่นิยมในช่วงโควิดระบาดหนัก ตั้งแต่ปลายปี 63 ข้ามปีมาถึงต้นเดือนม.ค.ปี 64
- ความอันตรายของการเสพ "เคตามีน" มีมากอยู่แล้ว เมื่อขาดตลาด จากมาตรการคุมเข้มโควิด ทำให้การลักลอบผ่านชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นไปด้วยความยากลำบาก หรือมดสักตัวจะแอบเข้ามาก็น่าจะลำบากหนัก คือจุดเริ่มในการผสมยาเสพติดสูตรนี้ขึ้นมา
- จากการหาข้อมูลของ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” กับผู้เชี่ยวชาญด้านสารเสพติด พบว่า “เคนมผง” เป็นสูตรค็อกเทล โดยแก๊งค้ายาหัวใส คาดว่าอยู่ในจ.ปทุมธานี มีการนำสารหลายชนิดในราคาถูก มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึมกดระบบประสาท เท่าที่หามาได้ในตลาดมืด ซึ่งขายกันอย่างกลาดเกลื่อนทางออนไลน์ มาผสมรวมกันใน “เคตามีน” เพื่อลดต้นทุน แก้ปัญหาการขาดตลาด และฟันกำไรงาม เจาะลูกค้ากลุ่มตลาดกลางไปจนถึงตลาดล่าง ในราคากรัมละ 400-600 บาท
- หากเทียบกับราคาของเคตามีน ซึ่งตำรวจในแวดวงการปราบปรามยาเสพติด ให้ข้อมูลว่ากรณีซื้อจากต้นทางในประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ที่ 100,000-120,000 บาทต่อกิโลกรัม หรือประมาณกรัมละ 1 หมื่นบาท ถึง 1.2 หมื่นบาท ส่วนในกรุงเทพฯ ราคา 180,000-200,000 บาทต่อกิโลกรัม หรือกรัมละ 1.8 หมื่นบาท ถึง 2 หมื่นบาท
- เพราะฉะนั้นแล้วการเสพสารที่มีฤทธิ์ง่วงซึมหลายชนิดร่วมกัน จะเสริมฤทธิ์กันและกัน ทําให้ง่วงซึม หลับลึก ชีพจรเต้นช้า ความดันโลหิตต่ำ และรุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจจนออกซิเจนมาเลี้ยงสมองไม่ทัน ทำให้เสียชีวิตในที่สุด
- ล่าสุดสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ตรวจพิสูจน์ “เคนมผง” ซึ่งเป็นของกลาง พบว่ามีส่วนผสมของเคตามีน และไดอะซีแพม หรือรู้จักกันในทางการค้าว่า แวเลียม โดยทางการแพทย์ใช้เป็นยากล่อมประสาท ทำให้จิตใจสงบ สำหรับรักษาอาการผิดปกติทางอารมณ์
- ผลข้างเคียงจากการใช้ไดอะซีแพม ทำให้มีอาการง่วงซึม เหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายสูญเสียความสมดุล ลมหายใจอ่อนแรง มึนงง เห็นภาพหลอน ซึมเศร้า กล้ามเนื้อกระตุก กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รวมถึงเกิดอาการชักได้
- ยาเค หรือ เคตามีน ใช้เป็นยาสลบในการผ่าตัด สามารถระงับปวด ช่วยขยายหลอดลม ต่อต้านอาการซึมเศร้าได้ แต่ที่ผ่านมามีการนำเคตามีน มาใช้ในทางที่ผิด ร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และโคเคน ผู้ทำให้เสพมึนงง ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมได้ช้า หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจเกิดอาการประสาทหลอน การเสพในระยะเวลานาน จะทำให้วิกลจริต
- แม้ข้อมูลป.ป.ส.ออกมาระบุ “เคนมผง” ตรวจพิสูจน์จากของกลางส่วนหนึ่ง มีส่วนผสมของเคตามีน และไดอะซีแพม แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเสพติด เชื่อแน่ว่า “เคนมผง” จากแหล่งอื่นๆ ยังมีการใส่ส่วนผสมอื่นๆ อีก เช่น ยาอี เฮโรฮีน อย่างที่เรียกว่า “สูตรค็อกเทล” ซึ่งเป็นสูตรไม่ตายตัว หรือมีอะไรก็ใส่เข้าไป ตามกำลังซื้อของลูกค้า
- กรณีผสมไดอะซีแพม หรือแวเลียม รวมกับเคตามีนส่วนผสมหลัก ทำให้ต้นทุนถูก นำไปขายในเครือข่ายกรัมละ 400-600 บาท หรือหากใส่เฮโรฮีน เป็นส่วนผสม จะมีราคาแพงมากกว่า โดยการผสมจะไม่ได้มาตรฐาน อาจมีสารแต่ละชนิดในเคตามีน ในปริมาณที่ต่างกัน เป็นอีกสาเหตุทำให้ผู้เสพโชคร้ายหลายรายเสพเกินขนาด จนช็อกเสียชีวิตกะทันหัน เพราะหายใจไม่ออก บางคนมีอาการชักร่วมด้วย
- การเสพโดยการสูดเข้าไปผ่านทางจมูก ซึ่งมีเส้นเลือดฝอยเป็นจำนวนมาก จะดูดซึมเร็วมากและเข้าสู่ร่างกายโดยตรง แตกต่างจากการกินทางปากผ่านเข้ากระเพาะอาหาร ยิ่งเสพสารต่างๆ ที่ผสมกัน ทำให้เกิดฤทธิ์เสริม จนร่างกายรับไม่ไหว หายใจไม่ออก และช็อกเสียชีวิตในที่สุด
- ก่อนที่ป.ป.ส.จะทราบผลการตรวจพิสูจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเสพติด รู้สึกวิตกกังวลคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ผู้เสพเสียชีวิต อาจเกิดจากการนำ "เฟนทานิล" ยาเสพติดชนิดใหม่กำลังนิยมในสหรัฐฯ มาเป็นส่วนผสมในเคตามีน มีฤทธิ์แรงกว่าเฮโรอีนถึง 50 เท่า และที่ผ่านมาชาวอเมริกันเสียชีวิตจากการเสพเฟนทานิลเกินขนาดเป็นจำนวนมาก
- นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบมีการนำยาไซลาซีน ซึ่งเป็นยาสลบม้า ผสมในเคตามีนในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นยาชนิดเดียวกันกับที่หนุ่มนักวิ่งในจ.นนทบุรี ตกเป็นเหยื่อถูกมิจฉาชีพวางยานำไซลาซีน ใส่ในขวดน้ำ เกิดอาการภาพหมุน หายใจติดขัด และคลื่นไส้ เพื่อหวังชิงทรัพย์.


