เกิดอะไรขึ้น กับการตายปริศนาของวัยรุ่นชายหญิงในเมืองกรุงหลายศพ และยังมีบาดเจ็บสาหัส ตั้งช่วงบ่ายวันที่ 10 ม.ค. จนถึงวันที่ 11 ม.ค. มีการเชื่อมโยงน่าจะเกี่ยวข้องกับการเสพยา "เคนมผง" กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเสพวัยโจ๋
- สาเหตุการเสียชีวิต ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ จากทางโรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงการตรวจสอบส่วนผสมในยาเคสูตรใหม่นี้ นำไปสู่การขยายผลถึงต้นตอการผลิตยาเสพติดสูตรอันตรายสีขาวเหมือนนมผง ว่ามาจากแหล่งใด
- เบื้องต้นทางตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ปส. มีการสันนิษฐานน่าจะมีส่วนผสมของเฮโรอีน ยาไอซ์ และยานอนหลับชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์กดประสาท และกระตุ้นประสาท ผสมรวมกับเคตามีน ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เช่นเดียวกับการใส่ส่วนผสมของสารเสพติดต่างๆ ที่เรียกว่า 4 คูณ 100 ในกลุ่มวัยรุ่น เพื่อให้ฤทธิ์แรงขึ้น
- ด้านข้อมูลเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่ามีการระบาดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เชื่อมกับรอยต่อพื้นที่ กทม.ในเขตสายไหม เขตบางเขน และใกล้เคียง เมื่อช่วงปลายปี 63 จนทะลักเข้ามากลางกรุง มีการนำมาขายในกลุ่มวัยรุ่น ราคากรัมละ 400-500 บาท
- ต้นตอยาเสพติดชนิดนี้ มาจากฝั่งเมียนมา แต่เมื่อมีการระบาดหนักของโควิดในไทย ทำให้มีมาตรการเข้มในการคุมแนวชายแดน ป้องกันไม่แรงงานต่างด้าวลักลอบหนีเข้ามา และเป็นการปิดประตูขบวนการค้ายา ทำให้ยากลำบากในการส่งยาเคมาไทย
- ขบวนการค้ายาเสพติดจึงเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียง จากเดิมชายแดนไทย-เมียนมา มาเป็นชายแดน สปป.ลาว มายังไทย และด้วยความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นไทยในช่วงโควิดระบาด ทำให้ผลิตไม่ทันและไม่เพียงพอ มีการสันนิษฐานว่า แหล่งผลิตใน สปป.ลาว อาจผสมสูตรยาเคชนิดใหม่ขึ้นมา หรือกลุ่มคนไทยทำการผสมกันเอง และอัปราคายาเคนมผง เพื่อขายให้กับลูกค้าวัยรุ่น จนเกิดเหตุสลดขึ้น คาดจะมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมาก
- ช่วงโควิดระบาด ได้ส่งผลกระทบต่อขบวนการยาเสพติด และมีรายงานว่าพื้นที่เชื่อมต่อ จ.ชลบุรี มีการตรวจสอบตัวอย่างยาเคชนิดหนึ่ง ซึ่งอันตรายมาก เนื่องจากในเคตามีน มีส่วนผสมของ "ไซลาซีน" ยาสลบที่ใช้กับม้า ยิ่งไปกดประสาทส่วนกลางมากขึ้น ทำให้อัตราการหายใจลดลง และหัวใจหยุดเต้น จนเสียชีวิตได้ เช่นเดียวกับเคตามีน ผสมกับยานอนหลับ เมื่อมีการเสพในปริมาณที่มาก ร่างกายไม่สามารถรับได้ จะเริ่มจากอาเจียน เกิดอาการชัก หายใจไม่ออก ทำให้สมองขาดออกซิเจน และเสียชีวิตไปในที่สุด
...
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวกับ "ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์" ว่า ขณะนี้เคตามีนระบาดหนักในกลุ่มวัยรุ่น และยังไม่ได้รับตัวอย่างของยาเคนมผง ไปตรวจสอบส่วนผสม หากมีการนำยานอนหลับไปผสมกับเคตามีน ซึ่งทางการแพทย์ใช้เป็นยาสลบในการผ่าตัด ทำให้ออกฤทธิ์มากขึ้น ยิ่งอันตรายหนัก เพราะไปกดการหายใจ ทำให้เสียชีวิต เหมือนสารเสพติดชนิดสี่คูณร้อย มีการนำยากันยุงใส่เป็นส่วนผสม
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่นนำยาเค ผสมกับสารเสพติดอื่นอีกหลายชนิด เช่น ยาไอซ์ เฮโรอีน ยานอนหลับ มีความละเอียดคล้ายนมผง จึงถูกเรียกว่ายาเคนมผง เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายทำให้ผู้เสพมีอาการรุนแรง ประสาทหลอน คิดว่าจะถูกทำร้าย เนื่องจากออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการหวาดระแวงจิตหลอน จำอะไรไม่ได้ ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้เหมือนเป็นอัมพาตชั่วขณะ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดปัญหาทางสมองเกี่ยวกับความทรงจำและสมาธิ มีปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้และปัญหาทางจิต กลายเป็นคนวิกลจริต
ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า อยู่ระหว่างรอผลจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ คาดจะทราบผลวันที่ 12 ม.ค.นี้ หากวิเคราะห์ตามอาการผู้เสพ เกี่ยวข้องกับเฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานอนหลับ โดยการผสมยาเคนมผง ไม่มีส่วนผสมลงตัว ทำให้ในร่างกายผู้เสพ มีระดับสารเสพติดแตกต่างกัน และสันนิษฐานการเสียชีวิต เนื่องจากร่างกายได้รับเฮโรอีนมากเกินไป ทำให้ไปกดการหายใจ
ส่วนไอซ์ และเคตามีน ทำให้ภาวะเส้นเลือดหัวใจหดตัวและเกร็ง ทำให้หัวใจขาดเลือด ส่วนยานอนหลับ ทำให้หลับนานมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาผสมกันจะเสริมฤทธิ์กันมากขึ้น ซึ่งคนที่เสพจะมีอาการไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณสารที่ได้รับ และความแข็งแรงของร่างกาย โดยบางคนเสียชีวิต หากได้รับสารที่ออกฤทธิ์กดการหายใจในปริมาณมาก ส่วนผู้เสพที่รอดชีวิต เนื้อสมองอาจได้รับผลกระทบจากการหยุดหายใจ เพราะขาดออกซิเจนมาเลี้ยงสมองเป็นเวลานาน.