เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ USS Abraham Lincoln ขนทหาร 5 พันนาย จ่อแวะเทียบท่าไทย หลังออกทะเลนานทำสถิติ 200 วัน ท่ามกลางข่าวขวัญกำลังใจย่ำแย่ “ทัพเรือไทย” แจงแวะพักปกติ ไม่ใช่การฝึก
เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เอบราแฮม ลิงคอล์น (USS Abraham Lincoln) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมเข้าเทียบท่าที่ประเทศไทยในสัปดาห์หน้า เพื่อแวะพักระยะสั้นหลังเสร็จสิ้นภารกิจในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการปฏิบัติภารกิจบนทะเลยาวนานเป็นสถิติยุคใหม่กว่า 200 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวสภาวะขวัญและกำลังใจกำลังพลบนเรือย่ำแย่
กองทัพเรือไทย ย้ำแค่แวะพัก-ไม่เกี่ยวซ้อมรบ
วานนี้ (25 ส.ค.2569) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา (Carrier Strike Group: CSG) จำนวน 3 ลำ มีกำหนดแวะพักระยะสั้นในพื้นที่ภาคตะวันออก หลังเสร็จสิ้นภารกิจ โดยเป็นการแวะพัก เยือนเมืองท่าตามแผนปกติ เพื่อให้กำลังพลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พักผ่อนและฟื้นฟูสภาพร่างกาย (Rest and Recreation: R&R) รวมถึงรับการส่งกำลังบำรุงและบริการที่จำเป็นระหว่างการปฏิบัติภารกิจ
การแวะพักดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบข้อตกลงและความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งสองประเทศมีความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารมาอย่างต่อเนื่อง
โฆษกกองทัพเรือ ย้ำว่า การแวะพักของเรือสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ไม่ใช่การฝึกหรือการปฏิบัติการทางทหารร่วมกับกองทัพเรือไทย และไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ของประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยการดำเนินการทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ดี ทางกองทัพเรือสงวนการเปิดเผยข้อมูล รายละเอียดของชื่อเรือ ตำแหน่งที่จอดเรือ และกำหนดการโดยเนื่องจากเป็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย
กองทัพเรือหลายชาติ แวะพักไทยเป็นปกติ
เพจ thaiarmedforce.com รายงานว่า เป็นเรื่องปกติของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่จะส่งเรือมาแวะพักในประเทศไทยเพื่อรับการส่งกำลังบำรุงและให้ลูกเรือได้พักผ่อน โดยในปีๆ หนึ่งมีเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ เกือบ 100 ลำแวะพักทั้งในพัทยาและภูเก็ต ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในข้อตกลงการส่งกำลังบำรุงร่วมกันของทั้งสองประเทศ
การแวะพักไม่ใช่การฝึก ไม่ใช่การสนับสนุนการปฏิบัติการ และไม่ใช่การที่ไทยเข้าร่วมสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
นอกจากสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังมีเรือจากจีน ออสเตรเลีย รัสเซีย อินเดีย หรือประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกเข้ามาแวะพักในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการเชื่อมสัมพันธ์แล้ว เรือเหล่านี้จะจัดหาอุปกรณ์สนับสนุน น้ำมัน อาหาร หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ จากประเทศไทยไปใช้บนเรือ
นอกจากนั้นลูกเรือที่แวะพักและท่องเที่ยวในประเทศไทยยังมีธุรกิจของคนไทยหลายเจ้าที่เข้าไปสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งสุดท้ายคือการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย
“เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติยิ่งกว่าปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องจินตนาการไปไกลแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ประเทศไทยและสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ทางทหารกับสหรัฐที่ใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน โดยเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญามาตั้งแต่ปี 1954 (พ.ศ.2497) และเป็นพันธมิตรหลักนอกกลุ่ม NATO ally มาตั้งแต่ปี 2003 (พ.ศ.2546) โดยเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงแห่งเดียวของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นแผ่นดินใหญ่
ข่าวสะพัด ขวัญกำลังใจทหารย่ำแย่
สำนักข่าวรอยเตอร์ เรือ USS Abraham Lincoln เดินทางออกจากท่าเรือหลักในซานดิเอโกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 และต่อมาถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางการทหารของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน โดยมีทหารเรือและนาวิกโยธินประจำการอยู่บนเรือราว 5,000 นาย ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางออกจากตะวันออกกลางเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเรือดังกล่าวไม่ได้เข้าเทียบท่านานกว่า 200 วัน
สมาชิกรัฐสภาพรรคเดโมแครต ให้ข้อมูลว่า เป็นการสร้างสถิติยุคใหม่ สำหรับปฏิบัติภารกิจทางทะเลที่ยาวนานที่สุด โดยปกติแล้วการวางกำลังทางเรือจะมีระยะราว 6-9 เดือน แต่ในช่วงของความขัดแย้งอาจขยายได้นานกว่านั้น
ขณะที่สื่อสายทหาร 2 แห่ง คือ Navy Times และ Stars and Stripes ได้รายงานในเดือนสิงหาคมนี้ ว่า บนเรือมีสภาวะขวัญกำลังใจที่ย่ำแย่และมีความพยายามจบชีวิตตัวเองเกิดขึ้น ซึ่ง พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า รายงานดังกล่าว “บิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง” เกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่บนเรือ
ขณะที่เมื่อ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โพสต์ข้อความถึง การเดินทางไปเยือนเรือ USS Abraham Lincoln เมื่อไม่นานมานี้ ว่า “น่าทึ่งและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ” พร้อมทั้งยกย่องความทรหดของลูกเรือ หลังจากมีรายงานแสดงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพจิตและสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ลงบนเรือ
พลเรือเอกคูเปอร์ ยังระบุว่า เรือลินคอล์น มีสถิติจำนวนผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจิตน้อยที่สุดในบรรดาเรือบรรทุกเครื่องบินที่ประจำการทั้ง 11 ลำของกองทัพเรือ พร้อมกันนี้ยังได้ชื่นชมทีมผู้บังคับบัญชาของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและความเข้มแข็งของลูกเรือเป็นลำดับแรก