จับตา "มิน ออง หล่าย" ผู้นำเมียนมา เดินทางเยือนประเทศไทย 6-7 ส.ค.69 กระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี-ผลักดันความร่วมมือตามแนวชายแดน ตั้งแต่ความมั่นคงถึงสิ่งแวดล้อม  

"มิน ออง หล่าย" ผู้นำประเทศเมียนมา เตรียมเดินทางเยือนประเทศไทยทางเป็นทางการในวันที่ 6-7 ส.ค.69 นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีและผลักดันความร่วมมือตามแนวชายแดน ตั้งแต่ความมั่นคงถึงสิ่งแวดล้อม 

ท่ามกลางการจับตาจากประชาคมนานาชาติ ต่อบริบทการเมืองภายในเมียนมาและประเด็นสำคัญอย่างการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ขบวนการค้ายาเสพติด ตลอดจนการจัดการปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก และหมอกควัน พร้อมจับตามีแรงต้านจากแรงงานเมียนมาในไทยหรือไม่? 


ข้อควรรู้ก่อน "มิน อ่อง หล่าย" เดินทางเยือนไทย

ปัจจุบัน มิน ออง หล่าย กุมอำนาจบริหารในฐานะประธานาธิบดีคนที่ 11 ของเมียนมา หลังจากการเข้าควบคุมอำนาจตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2564 ต่อมาเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2569 ที่ประชุมรัฐสภาเมียนมา ลงคะแนนเลือก ด้วยคะแนนเสียง 429 เสียง จากทั้งหมด 584 เสียงในสภา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อครหาจากกลุ่มต่อต้านและชาติตะวันตก ว่าเป็นการจัดฉากเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐบาลทหาร

ก่อนหน้าการเดินทางมาเยือนไทย มิน ออง หล่ายได้เดินทางเยือนหลายประเทศในภูมิภาคจีน อินเดีย และลาว ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามแสวงหาการยอมรับในระดับสากลและส่งสัญญาณความพร้อมที่จะกลับเข้ามามีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนและประชาคมโลกอย่างเต็มตัวอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สัญญาณความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในเมียนมาเริ่มเป็นที่จับตามากขึ้น เมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 มีการเผยแพร่ภาพ อองซานซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือน เข้าพบกับตัวแทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ที่กรุงเนปิดอว์ ซึ่งนับเป็นการปรากฏภาพถ่ายต่อสาธารณชนครั้งแรกในรอบหลายปี ยืนยันถึงการมีชีวิตอยู่และสภาพความเป็นอยู่ของเธอ 

นอกจากนี้ ทางฝั่งประเทศไทยยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนและแรงงานชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีแนวโน้มรวมตัวชุมนุมประท้วงต่อต้านการเยือนของผู้นำทหารในครั้งนี้ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้นัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ในช่วงเวลา 13.00 - 15.00 น. เพื่อแสดงจุดยืนปฏิเสธความชอบธรรมของผู้นำเมียนมา 

เปิดวาระเจรจาไทย-เมียนมา

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยถึงกรอบการหารือสำคัญระหว่างการเยือนของ ประธานาธิบดี มิน ออง หล่าย ซึ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดน โดยมีวาระสำคัญ ดังนี้

  • การสร้างพื้นที่ชายแดนให้ปลอดจากการสู้รบ ผลักดันให้พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ปลอดจากการสู้รบและความขัดแย้งทางอุตสาหกรรมปืน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝั่ง
  • การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพิ่มความร่วมมือในการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายค้ายาเสพติดบริเวณชายแดนอย่างจริงจัง
  • การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน (TOR) เตรียมลงนามในข้อตกลงขอบเขตการทำงานร่วมกันเพื่อตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำข้ามแดน โดยเฉพาะ "แม่น้ำกก" ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของชุมชนริมน้ำ
  • การฟื้นฟูการค้าชายแดน เร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนและการอำนวยความสะดวกทางพาณิชย์ เพื่อฟื้นฟูมูลค่าการค้าชายแดนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด