สัญญาณเตือนภัยดังสนั่นทุ่งการเมืองไทย เมื่อตัวเลขพยากรณ์ล่วงหน้าชี้ชัด "ขั้วอำนาจเดิม" กำลังสั่นคลอน และ "ขั้วอำนาจใหม่" กำลังก่อตัวอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง
มุมมองของนักยุทธศาสตร์และกูรูการเมือง เกมนี้ได้เริ่มเดินหมากกันแล้ว และข้อมูลล่าสุดที่ไทยรัฐออนไลน์รวบรวมมาจาก 4 แหล่งข่าวระดับท็อปของประเทศ ทั้ง ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ (นิด้าโพล), ดร.สติธร ธนานิธิโชติ (จุฬาฯ), รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย (มสธ.) และ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มองเห็นภาพเดียวกันว่า พรรคสีน้ำเงินจะครองแชมป์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ส่อเค้าต่ำร้อย
ปรากฏการณ์ "ภูมิใจไทย" ผงาด: ยุทธศาสตร์บ้านใหญ่กินรวบ
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดจากข้อมูลชุดนี้ คือฉันทามติของกูรูทั้ง 4 ท่าน ที่มองตัวเลขของ "พรรคภูมิใจไทย" พุ่งทยานแตะระดับ 140-150 ที่นั่ง
ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของ "ยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง" ที่ค่ายสีน้ำเงินวางรากฐานไว้อย่างแน่นหนา การครองกระทรวงมหาดไทยและการสะสมขุมกำลัง "บ้านใหญ่" ทั่วประเทศ ทำให้ภูมิใจไทยถูกมองว่ามีความพร้อมที่สุดทั้งในแง่ทรัพยากรและเครือข่ายหัวคะแนน
หากตัวเลขเป็นจริงตามนี้ ภูมิใจไทยจะเปลี่ยนสถานะจาก "พรรคร่วมรัฐบาล" ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า กลายเป็น "พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล" ทันที และจะเป็นตัวแปรที่ชี้ขาดว่า จะช้อปปิ้งใครเข้ามาร่วมรัฐบาลด้วยบ้าง รวมถึงกำหนดทิศทางและหน้าตา ครม.ชุดใหม่ ด้วย
...
"พรรคประชาชน" แข็งแกร่งแต่มีเพดาน?
ด้านค่ายส้ม หรือ "พรรคประชาชน" ยังคงรักษาสถานะพรรคยอดนิยมของคนรุ่นใหม่และคนเมืองไว้ได้ โดยกูรูให้ตัวเลขเกาะกลุ่มที่ 100-130 ที่นั่ง ลดลงมาจากสมัยอดีตพรรคก้าวไกลพอสมควร เพราะกระแสนิยมไม่ได้พุ่งพรวดเหมือนในสนามเลือกตั้งก่อนหน้า
แม้กระแสพรรคจะดีเยี่ยม แต่โจทย์หินคือระบบการเลือกตั้งที่ยังให้ความสำคัญกับ ส.ส.เขต ซึ่งเป็นจุดแข็งของบ้านใหญ่ การเจาะพื้นที่ภูธรโดยอาศัยเพียง "กระแส" อาจไม่เพียงพอที่จะพาพรรคไปถึงแลนด์สไลด์เกิน 250 เสียงได้ ทำให้พรรคประชาชนอาจยังต้องสวมบทบาท "ฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งที่สุด" หรือต้องรอจังหวะพลิกขั้วที่ซับซ้อนกว่าเดิม
วิกฤติศรัทธา? "เพื่อไทย" กับตัวเลขที่น่าใจหาย
จุดที่น่ากังวลที่สุดตกอยู่ที่ "พรรคเพื่อไทย" ซึ่งเคยเป็นแชมป์ตลอดกาล การคาดการณ์จาก 3 ใน 4 สำนัก มองว่าเพื่อไทยจะร่วงลงมาเหลือเพียง "ต่ำร้อย" (80-90 ที่นั่ง) หรือดีที่สุดก็แค่ปริ่มร้อย (100-120 ที่นั่ง)
บทวิเคราะห์: ปัจจัยลบกระหน่ำรอบด้าน ทั้งการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ทำให้เสียมวลชนเสื้อแดง, ผลงานเศรษฐกิจที่ยังไม่เข้าเป้า, และนโยบายเรือธงอย่างดิจิทัลวอลเล็ตที่เจออุปสรรค หากเพื่อไทยไม่สามารถกู้ศรัทธาคืนได้ในช่วงเวลาที่เหลือ การเลือกตั้งปี 69 อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นเพียง "พรรคขนาดกลาง" ในสมการการเมือง
ตัวแปรใหม่ "กล้าธรรม" และอนาคตที่มืดมนของ "ปชป."
อีกหนึ่งจุดที่น่าจับตาคือ "พรรคกล้าธรรม" ที่ถูกมองว่าเป็นร่างทรงใหม่ของกลุ่มอำนาจเดิม (สาย ร.อ.ธรรมนัส) ถูกคาดการณ์ว่าจะกวาดที่นั่งได้ถึง 40-70 ที่นั่ง ซึ่งมากพอที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่ "พรรคประชาธิปัตย์" กราฟยังดิ่งลงต่อเนื่อง เหลือเพียง 20-40 ที่นั่ง สะท้อนวิกฤติการผลัดใบที่ไม่ประสบความสำเร็จ