ส่อง 5 พรรคการเมืองใหญ่ ชูนโยบาย “มีบุตร” กระตุ้นการเกิด แก้โจทย์ประชากรไทยลด หลังสถิติเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่หลายคนครองตนเป็นโสด ไม่ต้องการมีบุตร เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง เช่นเดียวกับสวัสดิการของรัฐยังมีข้อจำกัดไม่ครอบคลุม
ท่ามกลางวิกฤตอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ หลังอัตราการเกิดลดลงต่อเนื่องหลายปี ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยอย่างชัดเจน สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อระบบแรงงานและเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ยังสะท้อนภาระค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่ ที่ต้องเผชิญต้นทุนการมีบุตรและการเลี้ยงดูที่สูงขึ้นในหลายมิติ
นโยบายด้าน “สตรีมีบุตรและเด็กเล็ก” จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นเชิงโครงสร้างที่ถูกจับตามองมากขึ้นในเวทีการเมือง หลายพรรคต่างนำเสนอแนวทางเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครอบครัวตัดสินใจมีบุตร ตั้งแต่การช่วยเหลือด้านการเงิน การดูแลสุขภาพแม่และเด็ก ไปจนถึงการวางระบบสนับสนุนระยะยาว เพื่อบรรเทาภาระในช่วงเริ่มต้นของชีวิตครอบครัว และสร้างความมั่นคงให้เด็กไทยในอนาคต
...
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมนโยบาย 5 พรรคการเมืองใหญ่ ที่ผลักดัน “สตรีมีบุตรและเด็กเล็ก” โดยแต่ละพรรคเลือกใช้แนวทางแตกต่างกัน ทั้งการอุดหนุนเป็นตัวเงิน การดูแลด้านสาธารณสุข ไปจนถึงการวางระบบเงินออมระยะยาวให้เด็กไทย ดังนี้
1.พรรคไทยสร้างไทย
- ผลักดันนโยบายดูแลหญิงตั้งครรภ์ด้วยเงินอุดหนุนตั้งแต่ตั้งครรภ์-6 ปี 2,000 บาท/เดือน มุ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าฝากครรภ์ หรือการดูแลสุขภาพ
2.พรรคพลังประชารัฐ
- ชูนโยบาย “มารดาประชารัฐ” เน้นการดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนคลอดถึงวัยเด็ก โดยให้เงินสนับสนุนคุณแม่ตั้งแต่ครรภ์อายุ 4 เดือนจนถึงคลอด เดือนละ 1,500 บาท และหลังคลอด เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี จะได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 1,000 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวัยที่ต้องใช้ต้นทุนการเลี้ยงดูสูง
3.พรรคประชาธิปัตย์
- ผลักดันนโยบายการมีบุตร โดยให้เงินอุดหนุนมารดาและเด็กเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 12เดือน แบบถ้วนหน้า ไม่ต้องพิสูจน์ฐานะ ตั้งแต่ได้รับใบสูติบัตร และให้เด็กทุกคนมีเงินออมตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี เดือนละ 500 บาท และหากไม่มีการถอนเงินออม จะได้รับเงินพิเศษทุก 5 ปี ครั้งละ 10,000บาท เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและความมั่นคงในระยะยาว
...
4.พรรคประชาชน
- ผลักดันนโยบาย เงินอุดหนุนเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปี
5.พรรคภูมิใจไทย
- ผลักดันนโยบาย ผ่านแนวคิด “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา” จ้างผู้ที่จบการศึกษาด้านพยาบาลลงพื้นที่ดูแลหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และประชาชนในชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อลดปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท
...
นโยบายด้าน “สตรีมีบุตรและเด็กเล็ก” แสดงให้เห็นถึงแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศในรูปแบบที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการสนับสนุนทางการเงิน การดูแลด้านสาธารณสุข และมาตรการสนับสนุนในระยะยาว ภายใต้บริบทที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอัตราการเกิดลดลงและสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายละเอียด วิธีดำเนินการ และขอบเขตของนโยบายแตกต่างกันไปตามแนวคิดของแต่ละพรรค