โควิดสายพันธุ์เดลตารุนแรง และแพร่กระจายไปได้เร็วในระยะเวลาสั้นๆ สร้างปัญหาให้กับ 98 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จากจุดเริ่มแคมป์คนงานย่านหลักสี่ ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตในแต่ละวัน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความน่ากลัวของสายพันธุ์เดลตา หากอยู่ในสถานที่เดียวกันกับผู้ป่วย โดยเฉพาะสถานที่ไม่มีการถ่ายเทของอากาศ จะใช้เวลาเพียง 5-10 วินาทีเท่านั้น ในการแพร่เชื้อสู่บุคคลอื่น และสามารถลอยอยู่ในอากาศได้ถึง 16 ชั่วโมง อาจทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 10 เท่า ในทุกๆ 11 วัน หรือผู้ติดเชื้อ 1 คน สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น 8-9 คน มากกว่าสายพันธุ์อัลฟา 55%

...

เพราะสายพันธุ์เดลตา มีความสามารถจับเซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายขึ้น ทำให้แพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็ว เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะลงปอดได้เร็วขึ้น และอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น ซึ่งจากการเก็บข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-6 ส.ค. 2564 โดยการสุ่มตรวจผู้ติดเชื้อทั้งหมด 1,632 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา จำนวน 1,499 ราย (91.9%) สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) จำนวน 129 ราย (7.9%) และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) จำนวน 4 ราย (0.2%)

ในพื้นที่กรุงเทพมหานครสุ่มตรวจ จำนวน 1,157 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา จำนวน 1,104 ราย (95.4%) สายพันธุ์อัลฟา จำนวน 53 ราย (4.6%) ส่วนสายพันธุ์เบตา ไม่พบผู้ติดเชื้อ
ส่วนภูมิภาคสุ่มตรวจ จำนวน 475 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา 395 ราย (83.2%) สายพันธุ์อัลฟา 76 ราย (16%) และสายพันธุ์เบตา 4 ราย (0.8%)

นั่นแสดงให้เห็นภาพรวมทั้งประเทศว่า ขณะนี้สายพันธุ์เดลตา กระจายไปทั่วแล้ว และสถานการณ์ของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป แม้มีการล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงสีแดงเข้มก็ตาม แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวัน ยังเพิ่มขึ้นหลักหมื่น ไม่ลดลง เพราะขณะนี้บ้านที่พักอาศัย ได้กลายเป็นแหล่งระบาดไปแล้ว ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดให้เป็นนิสัย เพื่อป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อโควิด.