3 นาทีคดีดัง : บันทึก ทุกข์ยาก มหาอุทกภัย 2554 (คลิป)

ข่าว

    3 นาทีคดีดัง : บันทึก ทุกข์ยาก มหาอุทกภัย 2554 (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์

    10 ต.ค. 2564 05:30 น.

    เวลานี้ถือเป็นช่วง “เฝ้าระวัง” น้ำท่วมใหญ่ประเทศไทย สืบเนื่องจากหลายจังหวัด ตั้งแต่ภาคเหนือ อีสาน และกลาง โดนฤทธิ์พายุ “เตี้ยนหมู่” มาแล้ว

    และที่กำลังจับตาพายุอีกลูกโซนร้อน อีกลูกนาม “ไลออนร็อก” ที่มาป้วนเปี้ยนเข้าใกล้ประเทศไทย

    สถานการณ์เช่นนี้ ผู้คนต่างนึกถึงปี 2554 ที่ “คนไทย” ไม่เคยลืม กับมหาอุทกภัยใหญ่ ที่ชาวไทยหลายล้านคนระทมทุกข์

    3 นาทีคดีดัง โดยทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอย้อนรอยเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว... 

    จุดเริ่มต้นของภัยธรรมชาติครั้งนี้ มาปรากฏการณ์ “ลานีญา” ส่งผลให้ประเทศไทยเจอกับภาวะ “ฝนตกหนัก” อย่างรวดเร็วโดยฝนเริ่มต้นหนักตั้งแต่เดือนมีนาคม เจอกับพายุถึง 5 ลูก ที่ไล่เรียงเข้าถล่มประเทศไทย ภายในปีนี้ ตั้งแต่พายุโซนร้อนไหหม่า นกเตน ไห่ถาง เนสาด และนาลแก 


    ปลายเดือนมิถุนายน พายุโซนร้อน "ไหหม่า" พัดถล่มพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    ปลายเดือนกรกฎาคม น้ำในพื้นที่ภาคเหนือยังไม่ทันระบายได้หมด ก็ต้องเผชิญกับพายุ “นกเตน” พายุลูกนี้ทำให้พื้นที่เดิม เติมปริมาณน้ำยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

    จากนั้นก็ต่อด้วยพายุ “ไห่ถาง” ที่ส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำโขง

    ต่อมา ในวันที่ 27-29 กันยายน 2554 ก็ต้องเผชิญหน้ากับพายุ “เนสาด” ซ้ำเติมพื้นที่ภาคอีสานและเหนือ

    และพายุลูกสุดท้าย พายุ “นาลแก” อิทธิพลของพายุลูกนี้ ทำให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้นและทำให้มีฝนมากในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2554

    เรียกว่า พายุ 3 ลูกหลัง ชาวสยามประเทศ โดยเฉพาะคนเหนือ อีสาน รับไปเต็มๆ

    หากใครยังจำได้ชาวบ้านต้องทนทุกข์ กับภาวะน้ำท่วมสูง 3-4 ชั้น จมบาดาลอยู่นานหลายเดือน จนน้ำที่ท่วมเริ่มเน่าเหม็น ก่อให้เกิดโรคร้ายอีก

    30 กันยายน จังหวัดรอบปริมณฑล เริ่มเจอน้ำเหนือเข้าท่วม หลังจากไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยามาถึง น้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเขตดอนเมืองก็เพิ่มระดับน่ากลัว

    7 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ใช้อาคารที่สนามบินดอนเมืองเป็นศูนย์บัญชาการ และใช้สนามบินเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว

    9 ต.ค. น้ำท่วมเข้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นไม่นานก็ไหลท่วมนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

    17 ต.ค. น้ำเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เต็มพื้นที่

    19 ต.ค. ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. ได้เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเป็นครั้งแรก

    น้ำท่วมป้ายรถเมล์ริมถนนพหลโยธิน
    น้ำท่วมป้ายรถเมล์ริมถนนพหลโยธิน

    21 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร้ายแรง โดยให้ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว

    เวลา 23.30 น. วันที่ 23 ต.ค. ชายหมู ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม. ออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง 6 เขต ได้แก่ เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม

    25 ต.ค. น้ำท่วมสนามบินดอนเมือน กลายเป็นภาพที่กระจายไปทั่วโลก ที่เห็นเครื่องบินจมน้ำ

    “ไม่ท้อค่ะ” อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงให้สัมภาษณ์สื่อ ด้วยน้ำตาคลอ ในวันที่น้ำท่วมศูนย์ ศปภ.

    น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หญิงแถลงข่าว
    น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หญิงแถลงข่าว

    หลังจากนั้นก็มีการย้ายศูนย์ ศปภ. ไปที่ กระทรวงพลังงาน ที่ถนนวิภาวดีซอย 11 เนื่องจากระดับน้ำที่สนามบินดอนเมืองสูงเข้าท่วมอาคารชั้น 1 ทำให้ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ น้ำยังท่วมของบริจาคที่กองไว้จำนวนมาก

    มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลเข้าท่วม ถนนพหลโยธินและวิภาวดีรังสิต ทั้งขาเข้าและขาออก

    ศปภ. จึงเร่งทำแนวป้องกันด้วยถุง Big Bag กระสอบยักษ์บรรจุหินคลุก น้ำหนักใบละกว่า 1.6 ตัน เพื่อเป็นแนวป้องกันน้ำไหลบ่าเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ตั้งแต่หมู่บ้านเมืองเอก ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ขนานไปกับทางรถไฟมุ่งหน้าถนนโลคัลโรด ไปสิ้นสุดที่ถนนจันทรุเบกษา รวมระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร

    ซึ่งก็ทำได้สำเร็จระดับหนึ่ง กรุงเทพฯ ชั้นในได้รับผลกระทบน้อย เมื่อเทียบกับคนต่างจังหวัดที่ต้องทนทุกข์หลายเดือน กว่าน้ำจะไหลไปหมด

    น้ำท่วมสนามบิน จนเครื่องบินจมน้ำ
    น้ำท่วมสนามบิน จนเครื่องบินจมน้ำ

    เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนั้น นอกจากจะเกิดจากภัยธรรมชาติแล้ว ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายหลังตามมากมาย ทั้งเรื่องการเมือง ความพร้อมในการรับมือป้องกันน้ำท่วม การบริหารงานจัดการ ทั้งรัฐบาล จังหวัดต่างๆ รวมไปถึงกรุงเทพมหานคร

    น้ำท่วม 2554 ถือเป็นมหาอุทกภัยหนักในรอบ 70 ปี มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 12.8 ล้านคน ทั้ง 77 จังหวัด 87 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 657 คน สูญหาย 3 คน

    ในภาคเศรษฐกิจเสียหาย 1.44 ล้านล้านบาท รัฐเยียวยาประชาชน 1.5 หมื่นล้านบาท แบงก์ชาติประเมิน GDP ลดลง 2.6% เหลือเพียง 1.8% เท่านั้น

    ในส่วนภาคอุตสาหกรรม มีนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง รวม 838 โรงงาน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 2.4 แสนล้านบาท

    อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเกือบทุกคนล้วนประสานเสียงว่าประเทศไทย จะไม่เจอแบบปี 2554 อันเนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เราทุกคนก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น...

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      3 นาทีคดีดังน้ำท่วมใหญ่น้ำท่วม 2554ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์รายงานพิเศษ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 12:02 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์