• แอน จักรพงษ์ คว้าลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์ส เตรียมโกยรายได้แฟนนางงามทั่วโลก โดยเฉพาะแฟนคลับฝั่งเอเชียเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสามารถต่อยอดแบรนด์สินค้าความงาม คอนเทนต์เจาะตลาดใหญ่ในอินเดีย

  • นางงามซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก ไทยเป็นศูนย์รวมธุรกิจเวทีขาอ่อน ทั้งช่างแต่งหน้า ออกแบบชุด ออกแบบเวที ถ้าพัฒนาต่อเนื่องไปได้สวยกว่าที่คิด แต่จุดอ่อนอยู่ที่ภาครัฐมองไม่เห็นการส่งเสริมได้ตรงจุด

  • ตัวอย่างพลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยเวทีขาอ่อนเคยเกิดขึ้นสมัยไทยเป็นเจ้าภาพประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2005 นาตาลี เกลโบวา ครองตำแหน่ง และกลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ฟื้นเศรษฐกิจไทยหลังถูกสึนามิถล่ม 


การเข้าถือครองลิขสิทธิ์ มิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe) 100% ของ “แอน จักรพงษ์” เจ้าแม่สายคอนเทนต์บริษัทในเครือ JKN กลายเป็นปรากฏการณ์แฟนนางงามทั่วโลกต่างจับตา ด้วยเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สเป็นระดับตำนาน จัดมากว่า 71 ปี และเป็นการต่อยอดธุรกิจ เพราะไทยเป็น “ฮับนางงาม” ที่ขณะนี้มีการประกวดเพิ่มขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วประเทศ

สอดคล้องกับเทรนด์นิยมของแฟนนางงามเพิ่มขึ้นจำนวนมากในกลุ่มประเทศเอเชีย จึงเป็นก้าวสำคัญของการต่อยอดแบรนด์ไทยผ่าน "แฟนด้อม" ทั่วโลก ที่ผ่านมาไทยเคยใช้กลยุทธ์นางงามรื้อฟื้นการท่องเที่ยวมาแล้ว ช่วงหลังเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ไทยเป็นเจ้าภาพประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2005 สาวน้อยจากแคนาดาเชื้อสายรัสเซีย นาตาลี เกลโบวา ได้ครองมงกุฎ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้ใช้เวทีนี้ในการโปรโมตการท่องเที่ยว จนทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากปัญหาภัยพิบัติ

...

จับตาการต่อยอดธุรกิจเวทีมิสยูนิเวิร์ส

"ฐิติพงษ์ ด้วงคง" ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกวดนางงามและนักวิชาการอิสระด้านสตรีศึกษา กล่าวว่า ธุรกิจบันเทิงประเภทการประกวดนางงามมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยฐานผู้ชมส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เช่นเวียดนาม อินโดนีเซีย มีการเติบโตของผู้บริโภคสูง ขณะที่ฐานแฟนคลับเดิมในไทย ฟิลิปปินส์ ก็เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“การซื้อสินค้าของแฟนด้อมนางงามเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวทีการประกวดคึกคัก โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวกับความงาม เสื้อผ้าแฟชั่น เมื่อมีคอนเทนต์เกี่ยวกับนางงามมาช่วยขับเคลื่อน จะทำให้ตลาดในการขายสินค้ากว้างขึ้น แม้เวทีประกวดนางงามจะซบเซาในยุโรป แต่สำหรับตลาดในเอเชียกลับได้รับความนิยม”

เวทีประกวดนางงามสิ่งสำคัญของผู้ที่ถือลิขสิทธิ์ คือ ต้องมีใจรัก การที่คนไทยได้ถือครองเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก ขณะเดียวกันก็สร้างความแข็งแกร่งให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเวทีการประกวด เช่น ช่างแต่งหน้า ออแกไนซ์ นักออกแบบโชว์

ด้วยความที่ คุณแอน จักรพงษ์ เป็นเจ้าแม่คอนเทนต์การขับเคลื่อนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ต่อจากนี้จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะการประกวดไม่ใช่แค่การตัดสิน แต่สามารถต่อยอดกลายเป็นคอนเทนต์ชั้นดีในตลาดโลก โดยเฉพาะแฟนคลับนางงามในอินเดียที่มีอยู่จำนวนมาก หากมีความร่วมมือทำภาพยนตร์ร่วมกัน จะสร้างปรากฏการณ์และรายได้มหาศาล

เวทีนางงามถือเป็นสินค้าที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเกาหลีไม่สามารถพัฒนาธุรกิจนี้ได้เทียบเท่า ดังนั้นถ้ามีการพัฒนาเชิงธุรกิจ โดยเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าในประเทศที่มีการเติบโต จะทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์ไปด้วย

“ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนางงาม ไทยสามารถพัฒนาให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ได้ แต่สิ่งสำคัญคือภาครัฐต้องมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้มากกว่านี้ เพราะขณะนี้ส่วนใหญ่เอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อน จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง”

ฟื้นท่องเที่ยวไทยด้วยเวทีนางงาม

"ฐิติพงษ์ ด้วงคง" กล่าวว่า ที่ผ่านมาเวทีการประกวดนางงามมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาตลอด เห็นได้จากหลัง “แอน จักรพงษ์” ประกาศถือครองลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์ส หุ้นในเครือ JKN ขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงมูลค่าทางการตลาดของเวทีการประกวดนางงามสามารถพัฒนาไปในเชิงธุรกิจที่ไม่แพ้ซีรีส์เกาหลี

“การเติบโตของเวทีนางงามในไทยเห็นได้จากขณะนี้มีเวทีในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศเกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก ซึ่งการประกวดไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้หญิง แต่เวทีการประกวดของผู้ชายก็เพิ่มขึ้น ธุรกิจความงามก็เติบโตสอดคล้องกับการประกวด”

เวทีนางงามเป็นเหมือนเวทีประชาสัมพันธ์กิจกรรมของประเทศที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น การประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2005 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นาตาลี เกลโบวา ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศ รัฐบาลยุคนั้นได้พลิกฟื้นการท่องเที่ยวที่ซบเซาหลังจากเกิดสึนามิ ด้วยการโปรโมตการท่องเที่ยวผ่านเวทีนางงามจนประสบความสำเร็จ

เช่นเดียวกับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2018 แม้มีการเปลี่ยนผู้จัดในช่วงแรก แต่คนไทยก็สามารถออกแบบโชว์บนเวทีได้อย่างน่าสนใจ เพราะมีผู้ชมการถ่ายทอดสดการแสดงมากกว่าทุกปีที่เคยจัดมา สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเวทีการประกวดนางงามในระดับโลก คอนเทนต์ความเป็นไทย และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ถูกผูกโยงไปกับการประกวดมาโดยตลอด

...

“ขณะนี้คนอเมริกาใต้เข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น เพราะหลายคนชมการประกวดนางงาม เห็นชุดและการแสดงของนางงามไทยแล้วอยากจะมาสัมผัสกับสถานที่จริง ซึ่งการประกวดนางงามไม่ใช่เวทีที่จะมาตีตราเฉพาะเรื่องความงามของผู้หญิงอย่างเดียวเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป แต่นางงามกลายเป็นผู้นำเสนอข้อมูลข่าวสารของประเทศตัวเอง”

ไทยเป็นศูนย์กลางของการประกวดนางงามระดับโลก ต่อไปแฟนคลับไม่ต้องบินไปดูการประกวดในต่างประเทศ เหมือนกับการที่ผู้ชายที่ชอบฟุตบอลก็อยากเข้าไปชมฟุตบอลที่อังกฤษ ซึ่งไทยเป็นศูนย์รวมการประกวดนางงามระดับโลก ต่อไปจะมีชาวต่างชาติบินเข้ามาชมการประกวดมากขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับเวทีการประกวดนางงาม นอกจากการแข่งขันที่เข้มข้นบนเวทีแล้ว บุคลากรที่อยู่เบื้องหลังถือเป็นอีกส่วนสำคัญที่ไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ หากหน่วยงานรัฐมีความเข้าใจและร่วมมือส่งเสริมไปพร้อมกัน.

ผู้เขียน : ปักหมุด