ศักยภาพของ เรือดำน้ำ คือ อาวุธในเชิงลับ เมื่อลงมือแล้วไม่มีใครเค้าบอกกันหรอกว่า จะไปทำภารกิจที่ไหน อย่างไร หรือไปบอกใครว่าเป็นคนทำ เพราะเมื่อทำแล้วก็จะหลบหนีไปแบบไร้ร่องรอย หรือหากคิดจะหายตัวไปเมื่อไหร่ ก็ย่อมทำได้...
เพราะนี่คือ....ยุทธิวิธีของเรือดำน้ำ
ยุทธการ Trump’s attack ที่ได้เริ่มเปิดฉากมา นับตั้งแต่การสั่งยิงโทมาฮอว์กถล่มซีเรีย ในระหว่างดินเนอร์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และตามมาด้วยการสั่งกองเรือ ที่นำโดย เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson มุ่งหน้าไปยังคาบสมุทรเกาหลี และการทิ้งระเบิดอภิมหายักษ์ Mother of all Bomb อวดกล้ามโตๆ ในอัฟกานิสถาน รวมถึงมีการส่ง รองประธานาธิบดี Mike Pence เดินสายทัวร์ขอความร่วมมือจากประเทศพันธมิตร เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ก่อนหล่นวาทะอันหน้าเกรงขามที่ว่า...
The Era of Strategic Patience Is Over
ยุคสมัยแห่งการอดกลั้นทางยุทธศาสตร์ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ยิงนัดเดียวได้นก 4 ตัว กดดัน รัสเซีย ซีเรีย จีน และ เกาหลีเหนือ อวดชาวโลก (แต่เอากันจริงๆ ที่ถูกบีบหน้าเขียวหน้าเหลืองในขณะนี้ น่าจะเป็นแค่ จีน และ เกาหลีเหนือ)
...
และล่าสุด ปฏิบัติการ Trump’s attack ได้ดำเนินมาถึงจุดเปราะบางที่สุด สำหรับการที่จะเข้าสู่เงื่อนไขการก่อสงครามเต็มรูปแบบ หรืออาจจะถึงสงครามนิวเคลียร์ แต่ไม่เพราะการมุ่งหน้าไปสู่คาบสมุทรเกาหลี ของกองเรือที่นำโดย เรือบรรทุกเครื่องบินยักษ์ USS Carl Vinson ที่พรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องบินรบ 60 ลำ และ เรือคุ้มกันอีก 3 ลำ ประกอบด้วย 1. USS wayne E.Meyer 2. USS Lake Champlain และ 3. USS Michael Murphy
แต่มันเป็นเพราะ ...การปรากฏตัวของ เรือดำน้ำ USS Michigan เรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์ และ ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก 154 ลูก ที่จู่ๆ ก็โผล่พรวดเดียวมาถึงฐานทัพเรือในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ จ่อคอหอยชาวโสมแดงอยู่ในเวลานี้!
ท่ามกลางความงุนงงของทั้งชาวโลกและฝ่ายตรงกันข้าม ที่กำลังมะงุมมะงาหรา เงี่ยหูรอฟังการเดินทางของ กองเรือบรรทุกเครื่องบินยักษ์ อย่างใจจดใจจ่อว่า ตกลงแล้วจะมาถึงคาบสมุทรเกาหลีจริงหรือไม่ และเมื่อไหร่กันแน่?
หมากตัวเดียว ที่กำลังเปลี่ยนโฉมเกมยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่ทั้ง 3 ประเทศมหาอำนาจ และชาติผู้ร่วมชะตากรรม กำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งการก่อสงครามในคาบสมุทรเกาหลี
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ การเดินหมาก 'เรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์' กดดัน 'ผู้นำโสมแดง'
ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ หมากลับ ทางยุทธศาสตร์ บนกระดานแห่งอำนาจของสหรัฐอเมริกากันว่า ที่สุดแล้ว "หมากลึกลับ" ตัวนี้ จะสามารถกดดันให้ ประธานาธิบดีคิม จอง อึน ของเกาหลีเหนือ ลดความก้าวร้าว หรือยุติความพยายามในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ที่ทำให้ลูกพี่ใหญ่อย่าง พญามังกรจีน ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดเนื้อร้อนใจ กับการรุกคืบเข้ามาของ คาวบอยโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หรือไม่?
พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ ในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเล ให้ความเห็นกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ในประเด็นที่ชาวโลกกำลังร้อนๆ หนาวๆ อยู่ในเวลานี้ ว่า ...
การปรากฏตัวของ เรือดำน้ำ USS Michigan ที่ฐานทัพเรือเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ จ่อคอหอยเกาหลีเหนือแบบเซอร์ไพรส์นั้น เบื้องต้น จากข้อมูล เรือดำน้ำลำนี้ มีขีดความสามารถยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ได้ถึง 154 ลูก และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ มันติดหัวรบนิวเคลียร์ได้นับสิบลูก
แต่จุดที่น่าสนใจของมันในเชิงยุทธศาสตร์ก็คือ มันดันเป็นการปรากฏตัวชนิดโลกตะลึง ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังมัวแต่จับตา และสนใจการปล่อยข่าวเรื่องการเดินทางของ กองเรือที่นำโดย USS Carl Vinson ว่า จะไปถึงคาบสมุทรเกาหลี เมื่อไหร่กันแน่? แต่แล้วจู่ๆ เรือดำน้ำ USS Michigan ที่ไม่รู้มาจากไหน ก็ดำน้ำไปโผล่พรวดเดียวถึง ฐานทัพเรือที่ปูซาน ของเกาหลีใต้
ในเชิงการทหาร เป็นเรื่องที่น่าศึกษาการทำยุทธวิธีการใช้เรือดำน้ำ ในเชิงการเตรียมพร้อมโจมตีและป้องปราบ เป็นอย่างยิ่ง
เพราะมันเป็นเหมือนการส่งสัญญาณคำขู่ ที่แรง ตรง และชัด ไปถึงเกาหลีเหนือว่า
...
"ฉันมาถึงแล้วนะ และหากฉันหายไปจากท่าเรือ ก็อาจจะไปโผล่โจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถึงประเทศของคุณ เมื่อไหร่ก็ย่อมทำได้!"
หรือเอาง่ายๆ จอดลอยลำอยู่ที่ท่าเรือปูซาน แล้วเปิดท่อยิงถล่มก็ยังได้ เพราะมันอยู่ใกล้เกาหลีเหนือแค่นิดเดียว ในขณะที่อาวุธที่ขนมาด้วย มีอานุภาพการทำลายและระยะยิงหวังผลเหลือเฟือ
เพราะเรือดำน้ำชั้นนี้ของสหรัฐอเมริกา ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเรือดำน้ำชั้นมหากาฬที่สุด สำหรับการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ แล้ว!
เอาล่ะ ประเด็นการปรากฏตัวของ เรือดำน้ำ USS Michigan ก็น่าห่วงแล้ว แต่ที่น่าห่วงกว่า ก็คือ ... การออกปฏิบัติการของเรือดำน้ำของ กองทัพเรือเกาหลีเหนือ ที่ว่ากันว่ามีมากถึง 70 ลำ!
เรือดำน้ำเกาหลีเหนือ 70 ลำ เพ่นพ่านทั่วคาบสมุทรเกาหลี สุดสุ่มเสี่ยงโลกเกิดสงคราม
วิเคราะห์ ขีดความสามารถของ กองทัพเรือเกาหลีเหนือ
พล.ร.อ.จุมพล กล่าวยอมรับกับทีมข่าวฯ ในประเด็นนี้ว่า "วิเคราะห์ได้ยาก!"
เพราะข้อมูลอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับประเทศเกาหลีเหนือ ไม่ค่อยออกมาสู่โลกภายนอกมากนัก แต่การแสดงแสนยานุภาพของอาวุธนานาชนิด ที่ขนออกมาโชว์ในงานเดินพาเหรด วัน DAY OF THE SUN ทั่วกรุงเปียงยาง เมื่อเร็วๆ นี้ ก็น่าจะพอบอกโลกตะวันตกได้แล้วว่า
"พวกเค้าก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน"
...
โดยเฉพาะข่าวล่าสุดที่ออกมาว่า เรือดำน้ำของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ ที่มีมากถึง 70 ลำนั้น ปัจจุบันได้หายออกไปจากฐานทัพแล้ว ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่น่ากังวลต่อสถานการณ์ความอ่อนไหวบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นอย่างยิ่ง!
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า เรือดำน้ำ นั้น คาดเดาการเคลื่อนไหวได้ยาก และมักจะไปโผล่ในจุดที่อยากจะโผล่อยู่เสมอๆ ซึ่งไอ้จุดที่ว่านี้ก็มักจะเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการปะทะเสียด้วย ที่สำคัญ โดยปกติการเข้าโจมตีของเรือดำน้ำ มักจะไม่เปิดเผยตัวตน เมื่อโจมตีเสร็จก็หลบหนี พูดง่ายๆ คือ จับมือใครดมได้ยาก
เช่นนั้นแล้ว หากจู่ๆ กองเรือของกองทัพสหรัฐฯ เกิดถูกโจมตี แม้จะไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของเรือดำน้ำเกาหลีเหนือ หรือไม่?
แต่นั่น อาจเป็นเหตุให้ กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับเกาหลีเหนือได้เลย โดยใช้ข้ออ้างที่ว่า ต้องป้องกันตัวเองเนื่องจากถูกโจมตีก่อน
เรือดำน้ำเกาหลีเหนือ มีขีดความสามารถถึงขนาดติดหัวรบนิวเคลียร์ ได้แล้วหรือยัง?
โฆษกกองทัพเรือ ซึ่งติดตามประเด็นร้อนบนคาบสมุทรเกาหลีมาโดยตลอด ตอบคำถามนี้ของทีมข่าวฯ ว่า ...จากข้อมูลล่าสุด ยังไม่มีความชัดเจนว่า เรือดำน้ำเกาหลีเหนือ มีขีดความสามารถถึงขนาดติดหัวรบนิวเคลียร์ได้แล้วหรือไม่
...
แต่ที่แน่ๆ ในการทดสอบอาวุธเมื่อไม่นานมานี้ เกาหลีเหนือ แสดงให้เห็นแล้วว่า มีอาวุธนำวิถีจากใต้น้ำสู่ผิวน้ำแล้ว ส่วนจะมีติดตั้งในเรือดำน้ำแล้วกี่ลำ ข้อมูลในจุดนี้ยังไม่มีความชัดเจน
วิเคราะห์หมากพญาอินทรี ไฉน ต้องส่งกองเรือรบมุ่งหน้าไปคาบสมุทรเกาหลี
การเคลื่อนกองเรือ ที่นำโดย เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ไปยังคาบสมุทรเกาหลีนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นหนึ่งในความพยายามต้องการแสดงกำลังอำนาจของกองทัพสหรัฐฯ เหมือนทุกครั้งที่เกิดวิกฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดบนโลก ก็มักจะมีการสั่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ที่ประกอบด้วย เรือบรรทุกเครื่องบิน และ เรือเรือคุ้มกัน 2-3 ลำ ไปยังจุดที่กำลังเกิดวิกฤติการณ์ เพื่อแสดงให้ชาวโลกและฝ่ายตรงข้ามได้เห็นถึงอำนาจของตำรวจโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ว่า
“อย่านะ หากคิดจะทำอะไรจงคิดดูให้ดีเสียก่อน เพราะฝ่ายฉันพร้อมรบ และเอาจริงนะ”
เปรียบเทียบภาพให้เห็นชัดขึ้นก็คือ โจรจะมาปล้นบ้านใช่ไหม? ก็เอากำลังตำรวจไปตรวจตราเสียหน่อย ซึ่งเป็นวิถีปกติที่ประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และ จีน มักจะนำมาใช้ในการปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก
เรือแค่ 4 ลำ มันจะมีอิทธิฤทธิ์อะไรมากมายถึงเพียงไหน?
พูดกันแบบตรงไปตรงมา หมู่กองทัพเรือของกองทัพสหรัฐฯ ที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปคาบสมุทรเกาหลีในเวลานี้ มีขีดความสามารถที่จะบุกเข้ายึดประเทศขนาดเล็กได้เลยด้วยซ้ำไป! โฆษก ทร.ตอบแบบเสียงดังฟังชัด
ประเทศเล็กๆ ยึดได้ แต่ เกาหลีเหนือ มีอาวุธและกำลังทหาร ไม่เป็นรองใครในโลก?
ใช่ เค้าไปน่ะ 4 ลำจริง! ....แต่ที่มีอยู่แล้ว ทั้งที่ ฐานทัพเรือในญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ อีกล่ะ หากเกิดอะไรขึ้นกับหมู่เรือที่นำโดย USS Carl Vinson พักเดียวเท่านั้นแหละ กำลังเรือรบที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ออกมาเต็มทะเลหมดแล้ว
คำขู่เกาหลีเหนือ ขีดเส้น RED LINE หากกองเรือสหรัฐฯ ที่นำโดย USS Carl Vinson เข้ามาในคาบสมุทรเกาหลี โดนโจมตีแน่!
พล.ร.อ.จุมพล ถอนหายใจ ก่อนตอบคำถามนี้ว่า สำหรับประเด็นนี้ อยากวิเคราะห์ว่า ในเมื่อมีการปล่อยข่าวของกองทัพสหรัฐอเมริกา ออกมาล่วงหน้าตั้งนานแล้วว่า กองเรือดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจะเท่ากับเป็นการคุกคามโดยตรงต่อเกาหลีเหนือ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ รัสเซีย ได้สั่งให้มีการซ้อมรบในบริเวณใกล้เคียง ในขณะที่ จีน ส่งกำลังทหารเข้าประชิดพรมแดนของเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้สหรัฐอเมริกา ได้เห็นว่า อย่านะ เรายังสนับสนุนเกาหลีเหนืออยู่นะ
ฉะนั้น กองเรือที่นำโดย USS Carl Vinson จะเข้าจริงหรือไม่ หรือไปแล้ว ไปได้ใกล้สุดแค่ไหน จุดนี้ต้องอยู่ที่มหาอำนาจทั้งสามประเทศ เค้าจะ BALANCE OF POWER กันเอง
ยุทธการ Trump’s attack ส่งเรือดำน้ำบุก คราวนี้แค่ขู่ หรือ มะกันเอาจริงแล้ว!
ตอบยาก แต่ทั้งหมดนี้มันก็ขึ้นอยู่กับตัวละครเพียงสองคน นั่นก็คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และ ประธานาธิบดีคิม จอง อึน ของเกาหลีเหนือ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร?
แต่ส่วนตัว มีความรู้สึกว่า ... ทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ และ ผู้นำเกาหลีเหนือ ไม่ธรรมดาทั้งคู่ เพราะค่อนข้างเดาใจได้ยาก และที่สำคัญ มักพร้อมที่จะแสดงอะไรออกมาแบบ น่าประหลาดใจ ได้เสมอ! พล.ร.อ.จุมพล กล่าวสรุป
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน