ไลฟ์สไตล์
100 year

วิกฤติโควิดในไทย เข้าสู่ภาวะคับขัน วัคซีนมีจำกัดฉีดล่าช้า ยารักษาเหลือน้อย

ไทยรัฐออนไลน์
20 เม.ย. 2564 20:31 น.
SHARE

เป็นสิ่งที่น่ากังวล เมื่อ "โควิดกลายพันธุ์" สายพันธ์อังกฤษระบาดในไทย ได้ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดรายวันพุ่งขึ้นไม่หยุด จากความรุนแรงของเชื้อและแพร่กระจายง่ายอย่างรวดเร็ว เกรงว่าไทยจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก

อีกทั้งวัคซีนที่นำเข้ายังมีอย่างจำกัด ยากที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ในการฉีดให้กับคนไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคนในเวลาอันรวดเร็ว ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประเมินไว้ แม้แผนการจัดหาวัคซีน จนถึงปลายปี 2564 มีปริมาณอย่างน้อย 63 ล้านโดส ฉีดได้ประมาณ 30 ล้านกว่าคน ซึ่งต้องฉีดคนละ 2 โดส แต่ก็ไม่เพียงพอ นั่นหมายความว่าไทยจะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มอีก 10 กว่าล้านโดส

ข่าวแนะนำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยมีปัญหาในการจัดการ "วัคซีนโควิด" เพราะล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุการกระจายวัคซีนโควิดของไทยล่าช้า การฉีดมีเพียงแพทย์และพยาบาลเท่านั้นที่สามารถฉีดวัคซีนได้ ทำให้บุคลากรในการฉีดไม่เพียงพอ และไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นหลังการฉีดวัคซีน

ขอเตือนทุกคนอย่าประมาทเด็ดขาด เพราะสถานการณ์ขณะนี้ ไม่น่าไว้วางใจ กับสภาพความเป็นจริงที่หลายโรงพยาบาล แม้แต่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ไม่สามารถรับมือได้แล้ว จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นจนล้น หรือไทยกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติจริงๆ

"ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา" ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในฐานะนักวิจัยด้านไวรัสวิทยา ยอมรับกับ "ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์" โดยบอกว่า เมื่อดูจากปริมาณคนติดเชื้อโควิด 1 พันกว่ารายต่อวัน อาจดูวิกฤติไม่มาก หากเทียบประเทศอื่น แต่ขณะนี้โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ และบุคลากรทางการแพทย์งานล้นมือ ทำให้เกิดวิกฤติ และคนติดเชื้อ ไม่ต้องการอยู่โรงพยาบาลสนาม จนจำนวนเตียงไม่เพียงพอ กลายเป็นปัญหาในขณะนี้ หาก 7 วัน มีคนป่วยวันละ 1.5 พันราย เท่ากับ 1 หมื่นกว่าราย ต้องเข้าโรงพยาบาล เป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่ากลัว

“ตอนนี้ อย่าคาดหวังวัคซีนโควิด จะเข้ามาช่วยเพราะไม่ทันแล้ว ต้องล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะขณะนี้ทุกคนมีความเสี่ยงติดโควิด ขอให้เจ็บแต่จบอีกครั้งจะดีกว่า แม้ไม่ล็อกดาวน์ ก็ค้าขายไม่ได้อยู่แล้ว จึงควรล็อกดาวน์จะดีที่สุดในเวลานี้”

จากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่พุ่งขึ้นเรียกว่า "เยอะมาก" จึงไม่แน่ใจว่าวัคซีนโควิดจะช่วยได้หรือไม่ เพราะเมื่อฉีดวัคซีนเข้าไปในร่างกาย ต้องใช้เวลานานพอสมควร 1-2 เดือน กว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจะช่วยได้ หมายความว่า ช่วง 2 เดือน การคาดหวังจากวัคซีนจึงไม่ใช่คำตอบ ต้องใช้ยา "ฟาวิพิราเวียร์" ในการช่วยควบคุมโรค แต่ในงานวิจัยหากใช้ "ยาฟาวิพิราเวียร์" มากเกินไปจะไม่ได้ผล ต้องใช้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในช่วงแรกๆ เท่านั้น หากผ่านไป 5-6 วันจะรักษาไม่หาย

นอกจากนี้อยากเตือนว่าการใช้ "ฟ้าทะลายโจร" ต้องระวัง เป็นแค่การศึกษาในกลุ่มเล็กๆ ของไทย ใช้ได้กับคนป่วยมีอาการน้อยเท่านั้น หากถามว่าไม่ต้องใช้ "ฟ้าทะลายโจร" ในกรณีคนที่อาการน้อยก็สามารถหายเองได้ เพราะอาการไม่รุนแรง แต่ขณะนี้คนติดเชื้อโควิดอาการไม่รุนแรงมีจำนวนมาก และเป็นบทเรียนใหม่ในกรณีของ "ค่อม ชวนชื่น" ซึ่งช่วงแรกอาการไม่รุนแรง แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาการทรุดลงเร็ว จนถึงจุดเชื้อลงปอด

"แสดงให้เห็นว่าไวรัสโควิด ไว้ใจไม่ได้ ต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพในการใช้ยาช้าเกินไป หากผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง จะทำให้ระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ และตอนนี้เริ่มชัดเจนมากขึ้น จนบรรดาแพทย์เริ่มกังวลกันแล้ว"

ส่วนเหตุผลไม่ให้คาดหวังกับวัคซีนโควิด เพราะแม้ตอนนี้ไทยจะได้มา 30 กว่าล้านโดส ก็ใช้ไม่ทัน ต้องยอมรับว่ากระบวนการฉีดของไทยนั้นช้ามาก อาจเป็นเพราะแพทย์ต้องอยู่โรงพยาบาล จึงให้พยาบาลทำหน้าที่ฉีดวัคซีน ทำให้คนฉีดไม่เพียงพอ อาจต้องอบรมบุคลากรในสาขาอื่นให้มาช่วยฉีดวัคซีน และกระบวนการต่างๆ ควรย่นระยะเวลาให้สั้นลง เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้มากที่สุด

“สมมติไทยมีวัคซีนมากพอ ทั้งผลิตเองและนำเข้า ต้องฉีดแสนโดสต่อวัน จากจำนวนประชากร 70 ล้านคน แต่ความเป็นจริงขณะนี้ไทยมีวัคซีน 1 ล้านโดส ต้องทำอย่างไรในการคุมการระบาด หากเป็นไปได้ต้องฉีดภายใน 1 เดือน หรือวันละ 3 หมื่นโดสต่อวัน หากทำไม่ได้ก็อย่าคาดหวังจะคุมโรคได้ ตรงข้ามกับสหรัฐฯ ฉีดได้วันละ 4 ล้านโดส เพราะขณะนี้คนที่ป่วยส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน ไม่สามารถทำนายได้ว่าใครจะป่วย ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงกันทั้งหมด”

สรุปแล้วไทยมีความล่าช้าในการฉีดวัคซีนโควิด หากจะรอวัคซีนเพิ่มเติมในเดือนมิ.ย.จะต้องทนให้ได้ในการล็อกดาวน์ ต้องควบคุมทำให้คนป่วยและเสียชีวิตให้น้อยที่สุด เพราะขณะนี้ยา "ฟาวิพิราเวียร์" เป็นคำตอบในการต่อสู้กับเชื้อโควิด และขณะนี้ในสต๊อกมีจำนวน 2 ล้านเม็ดเท่านั้น โดยคนป่วย 1 ราย ต้องใช้ 50-100 เม็ด หรือสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 2 หมื่นรายเท่านั้น หากไทยมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะไม่สามารถรับมือได้ในที่สุด ท่ามกลางปัญหาการฉีดวัคซีนที่ล่าช้าและมีจำนวนจำกัด หากไม่เรียกว่าไทยอยู่ในภาวะวิกฤติ คงไม่ได้แล้ว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19วัคซีนโควิดยาฟาวิพิราเวียร์ฟ้าทะลายโจรภูมิคุ้มกันหมู่วัคซีน covidสถานการณ์โควิดโควิดวันนี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19Covid Vaccineวัคซีนโควิด-19ข่าววัคซีนโควิดรายงานพิเศษโควิดกลายพันธุ์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:44 น.