ไลฟ์สไตล์
100 year

คุยกับ “อภิสิทธิ์” ในวันที่ “ลุงตู่” คืออุปสรรค แนะ 2 ข้อแก้เร่งด่วน

ไทยรัฐออนไลน์10 พ.ย. 2563 05:30 น.
SHARE
  • "อภิสิทธิ์" พร้อมให้คำแนะนำ หลังถูกทาบทามให้ร่วมถกแก้ปัญหาขัดแย้ง ระบุทุกอย่างจะไร้ผล หากคุยแล้วไม่มีผลลัพธ์ที่ส่งผลกับรัฐบาลหรือม็อบ

  • แนะ 2 แนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน คือ 1.แก้รัฐธรรมนูญ 2.ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

  • เผยคาดไว้แต่แรกแล้ว วันหนึ่ง "ลุงตู่" อาจจะเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาอื่นๆ 

เคยประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า “ไม่เอาลุงตู่” ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 สำหรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย 

ข่าวแนะนำ

แต่เมื่อเวลาผ่านไปปีกว่าๆ (ลุงตู่อยู่มาเกือบ 7 ปีแล้ว) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ถูกต่อต้านอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และก็เหมือนเดจาวู วันนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ต้องรับบทเป็นคนกลางหาทางไกล่เกลี่ย ด้วยการเดินหน้าตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยจะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแก้ปัญหา รวมไปถึงการส่งเทียบเชิญอดีตนายกฯ ของไทย 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายอานันท์ ปันยารชุน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาร่วมถกหาทางออก

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยเบื้องหลังการพูดคุยหาทางออกประเทศกับนายชวน หลีกภัย ว่า ความจริงแล้ว ท่านชวนยังไม่ได้ทาบทามอะไรมากเป็นพิเศษ เพียงแต่โทรมาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการต่างๆ ที่นอกเหนือจากการมีส่วนร่วมในสภา แน่นอนตนพร้อมจะให้ข้อคิดและข้อเสนอแนะเพื่อหาทางออกประเทศอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้มีการพูดไปถึงจุดนั้น หรือการตั้งกรรมการแต่อย่างใด

“สิ่งที่อยากแนะนำคือ เราคงไม่สามารถไม่คลี่คลายประเด็นเหล่านี้ได้ หากเราไม่เอา “สาระ” ของข้อเรียกร้องต่างๆ มาเพื่อเผชิญหน้ากับมัน เช่น หากจะตั้งคณะกรรมการ หรือหารือข้อเรียกร้องต่างๆ จากเวทีใดเวทีหนึ่ง หากผลลัพธ์การพูดคุยหรือตั้งคณะกรรมการ ไม่มีผลอะไรกับผู้ชุมนุม หรือฝ่ายผู้มีอำนาจอีกฝ่ายหนึ่ง สุดท้ายมันจะทำงานได้ยาก”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ถึงที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาคงหนีไม่พ้นการหา “คำตอบ” จากข้อเรียกร้อง “คำตอบ” ที่ว่าไม่ได้หมายถึงต้องปฏิบัติตามเสียงเรียกร้องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องมีวิธีการที่จะเอาประเด็นข้อเรียกร้องมาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ที่แม้บางเรื่องอาจจะไม่เห็นด้วยกันทั้งหมด แต่ก็ยังรับกันได้เกือบทุกฝ่าย

อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย กล่าวถึงเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลควรทำ 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแรกเป็นเรื่องง่ายที่สุด คือ การเร่งจัดการแก้รัฐธรรมนูญ อย่างน้อยควรต้องแสดงออกด้วยการรับหลักการตามขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใดที่เสนอมา นอกจากนี้ ก็ควรจะพูดคุยกับวุฒิสภาให้ยอมรับการแก้ไข

ข้อ 2 คือ การบังคับใช้กฎหมายในเรื่องคดีความต่างๆ กับผู้ชุมนุม ซึ่งหลังจากนี้จะมีความซับซ้อนและมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีการแก้ปัญหาคือ ต้องทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมถึงแนวปฏิบัติให้ชัดเจน ใช้อำนาจทางกฎหมายอย่างเป็นธรรม ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และไม่ถูกมองว่าเป็นการ “กลั่นแกล้ง” หรือไม่อำนวยความสะดวก

เมื่อถามว่า ครั้งหนึ่งนายอภิสิทธิ์เคยนั่งคุยกับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ถึงประเด็นไม่สนับสนุนลุงตู่ เพราะเกรงว่าจะมีวันนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ตนได้เคยแสดงจุดยืนทางการเมืองไว้แล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ วันที่ไม่รับรัฐธรรมนูญ โดยบอกว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้มันจะทำให้เกิดความขัดแย้ง และ ส.ว. ที่ขณะนั้นอ้างว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มาลดความขัดแย้ง กลับกลายเป็น “คู่ขัดแย้ง” เสียเอง ซึ่งมันชัดเจนขึ้นเมื่อพรรคพลังประชารัฐสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมา มันทำให้ปัญหาเห็นชัดขึ้น

“ครั้งที่สองที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมองบรรยากาศในการหาเสียงเลือกตั้งในเวลานั้น ทำให้เรามองออกอยู่แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะกลายเป็น “จุดของความขัดแย้ง” เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และอาจจะลุกลามไปอีกครั้ง”

วันนี้มีเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเรียกร้องให้ลาออกนั้นเป็นเรื่องยากที่จะคุยกัน แต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำหากไม่ลาออก ก็ต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องต่างๆ ให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร เพราะเสียงเรียกร้องที่ส่งไปถึงท่านบอกว่า ท่านคือ “อุปสรรค” ในการที่จะแก้เรื่องอื่นๆ หากท่านชัดเจน เช่น แก้รัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะคลายข้อเรียกร้องนี้ลงไปได้

การทาบทามอดีตนายกฯ ทั้ง 5 ถามว่าจะไปติดใจกับใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่ อดีตนายกฯ คนที่ 27 ตอบว่า คงไม่มี แต่ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในข่ายที่ถูกทาบทามต้องพิจารณาว่าขอบเขตคืออะไร จะทำงานลักษณะไหน เพราะอย่างที่บอกว่าปลายทาง มันก็ต้องเชื่อมกับผู้มีอำนาจ หรือเชื่อมกับทางผู้ชุมนุมได้ด้วย

“ผมเชื่อว่าผู้ชุมนุมก็คงไม่สนใจ ไม่อยากเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ เพราะมันจะไม่มีผลอะไรเลยในทางปฏิบัติ หรือเขาคิดว่าเป็นการซื้อเวลา หรือเบี่ยงเบนอะไร เขาก็คงไม่สนใจ”

ถ้าสมมติลุงตู่ลาออก พร้อมกลับมาเป็นนายกฯ ไหม หากมีคนสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ หัวเราะคำโต พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ก็ท่านไม่ออกหนิครับ”

สุดท้ายอยากจะฝากให้ทุกฝ่ายลดในเรื่องของอารมณ์ แต่ต้องส่งเสริมถึงเนื้อหาสาระ เหตุและผลมากขึ้น ทุกวันนี้การปลุกระดมเกิดขึ้นในหลายจุดที่มุ่งหมายให้เกิดความเกลียดชัง แล้วมุ่งไปที่ตัวบุคคลมากกว่าสาระด้วยเหตุและผล ต้องปรับให้เรื่องข้อขัดแย้งกลับมาที่สาระ และกลับมาที่การใช้เหตุผลมากกว่า.

ผู้เขียน : อาสาม
กราฟิก : Supassara Traiyansuwan

อ่านข่าวที่น่าสนใจ 

CPTPP กับการเปลี่ยนผ่าน 3 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

การเมือง THE SERIES : หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ ทางออกลุงตู่? (คลิป)

ขายวิญญาณให้ "ปิศาจ" หรืออคติเหยียดสีผิว เปิดความจริง "ตำนานบลูส์"

"ทรัมป์" ทิ้งทวน "สหรัฐฯ" ตัดสิทธิ์ GSP "ไทย" รอบ 2 เจ็บแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะชุมนุมคณะกรรมการสมานฉันท์special contentทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 18:38 น.