ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โควิดอยู่ติดบ้าน นั่งนอนเนือยนิ่ง หัวใจ-ปอด-สมอง อ่อนแอ

    ไทยรัฐออนไลน์1 ต.ค. 2563 05:30 น.
    SHARE

    ตั้งแต่ที่ "ไวรัสโควิด-19" กลายเป็นโรคระบาดใหญ่ที่แพร่เชื้อไปทั่วโลกในเดือนมีนาคม จนวันนี้มีผู้ติดเชื้อร่วม 33.5 ล้านคน ซึ่งวิธีการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงการแพร่ระบาดที่ดีที่สุด คือ “การอยู่บ้าน” แต่ใครจะไปคิดว่าการใช้ชีวิตติดบ้านและเคลื่อนไหวร่างกายน้อยก็ทำให้ป่วยได้เช่นกัน

    เรียกได้ว่า จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยล่ะ หัวใจและปอดจะเริ่มอ่อนแอลง สมองทำงานบกพร่อง และผลของการใช้ชีวิตอย่างสันโดษเพื่อป้องกันโรคอาจอยู่กับเรากระทั่งหลังการระบาดใหญ่จบลง (ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม)

    มาดูกันว่า ช่วงครึ่งปีที่เราเริ่มสันโดษ อยู่กับบ้าน และไม่ค่อยเคลื่อนไหว ทำให้ร่างกายคุณพังได้แค่ไหน

    นั่งนอนทั้งวัน จะสูญเสียกล้ามเนื้อ

    หากคุณใช้เวลาอยู่บ้านนั่งๆ นอนๆ ตัวติดกับเตียงหรือโซฟาทั้งวัน ร่างกายที่เคยมีกล้ามเนื้อสวยงามจากความพยายามออกกำลังกายอย่างยากลำบากหลายเดือน ก็จะหายไปในระยะเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์

    “ความจริงที่โหดร้ายของร่างกายเราคือ ยิ่งมีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะยิ่งสูญเสียกล้ามเนื้อเร็วขึ้น” คีท บาร์ ศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกายระดับโมเลกุล มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว

    การสูญเสียกล้ามเนื้อไม่ได้แปลว่ามวลกล้ามเนื้อจะลดลง แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือมันจะทำให้ร่างกายสูญเสีย “ความแข็งแรง” ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่จะบอกได้ว่าคุณจะมีอายุยืนยาวแค่ไหน

    "ยิ่งร่างกายเราแข็งแรงมากเท่าไร ก็จะยิ่งมีชีวิตที่ยืนยาวมากเท่านั้น" คีท กล่าว

    ไม่ออกกำลังกาย หัวใจและปอดอ่อนแอลง

    หากอยู่บ้านโดยไม่ออกกำลังกายเลย อัตราการเต้นของหัวใจจะไม่ถูกกระตุ้นให้สูบฉีดอย่างหนัก นั่นหมายความว่า การทำงานของหัวใจจะเริ่มอ่อนแอลง

    “เช่นเดียวกับปอด หากคุณมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ไม่ค่อยขยับเคลื่อนไหว คนไข้โรคทางเดินหายใจหลายคนมีระบบทางเดินหายใจที่ทรุดโทรมขึ้น เพราะพวกเขาเลิกออกกำลังกาย” ดร. พานากิส กาเลียทซาโทส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ศูนย์การแพทย์จอห์น ฮอบกินส์ เบย์วิว กล่าว

    คนที่มีสุขภาพปอดไม่ดีอยู่แล้ว จะมีความอ่อนไหวต่อเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นพิเศษ เพราะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งพวกเขาควรจะอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่ถ้าอยู่บ้านเฉยๆ โดยไม่เคลื่อนไหวร่างกายเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังปอด อาการของโรคทางเดินหายใจที่เป็นอยู่จะทำร้ายพวกเขาอยู่ดี แม้จะไม่ติดโควิด-19 ก็ตาม

    ดังนั้น การออกกำลังกายจึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจและปอด "ไม่มียาวิเศษตัวไหนช่วยได้" ดร. พานากิส กล่าวและว่า แต่ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อและไม่ปลอดภัยที่จะออกจากบ้าน ให้ขยันทำงานบ้านเพื่อสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย

    ของกินใกล้มือ ไขมัน น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น 

    การอยู่บ้านหมายถึงการอยู่ใกล้ห้องครัวแค่เพียงเอื้อมมือ แล้วในความคิดของคุณ คิดว่านั่นเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมหรือยอดแย่กันล่ะ

    กิลส์ ดัฟฟิลด์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชากายวิภาคและสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยนอเทรอดาม อธิบายว่า การอยู่ใกล้กับอาหารตลอดเวลาอาจทำให้มีเวลากินเพิ่มขึ้น ซึ่งปกตินับตั้งแต่ตื่นนอนจะมีเวลา 10-12 ชั่วโมง แต่เมื่ออยู่บ้านทำให้มีเวลากินเพิ่มขึ้นเป็น 15 ชั่วโมง เพราะเราไม่ได้ออกไปไหน แล้วการกินที่มากขึ้น จะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนอินซูลินพุ่งทะยาน หน้าที่ของอินซูลิน คือควบคุมระบบการเผาผลาญของร่างกาย กักเก็บไขมัน และกระตุ้นให้เซลล์ต่างๆ ดูดไขมันไปสะสมไว้เป็นพลังงานสำรอง

    การกินในปริมาณที่มากเกินไปจะกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะการกินอาหารแห้งที่ซื้อตุนไว้เผื่อกรณีของขาดตลาด เพราะอาหารแห้งทั้งหลายมีสารอาหารไม่เพียงพอทั้งยังมีปริมาณน้ำตาลและแป้งสูง

    เป็นเรื่องปกติในภาวะเครียดที่เราจะกินจนน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่หากเราไม่ระวัง แล้วกินมากจนเป็นนิสัยก็จะส่งผลต่อสุขภาพ ร่างกายของคุณจะเริ่มต่อต้านอินซูลิน และเกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่นๆ ตามมา เช่น ระบบเผาผลาญย่ำแย่ และโรคเบาหวานถามหา

    ทุกๆ ชั่วโมงต้องขยับ ลดอาการปวดเมื่อย 

    นอกจากการกินแล้ว ท่านั่งก็สำคัญ เพราะมันส่งผลต่อสุขภาพ เคยสังเกตตัวเองบ้างไหม เวลาเรานั่งทำงาน อยู่บ้านดูทีวี หรือไถมือถือ เรานั่งกันท่าไหน งอตัวไปข้างหน้า ยกหัวไหล่ งอหลัง หรือก้มหน้าจนติดกับหน้าอก ซึ่งท่านั่งเหล่านี้ เรามักทำโดยไม่ตั้งใจ

    “การนั่งหรือนอนทั้งวัน จะส่งผลต่อร่างกายทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตั้งแต่สะโพกขึ้นมาถึงดวงตา ทางแก้คือ ต้องลุกขึ้นเดินทุกๆ ชั่วโมง เดินไปรอบๆ และยืดเหยียดตัว หรือนอนราบไปกับพื้นเพื่อให้แผ่นหลังกลับมาตั้งตรง” แบรนดอน บราวน์ นักระบาดวิทยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ในสถาบันสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย กล่าว

    ขลุกตัวอยู่บ้านนานไป วงจรร่างกายผิดเพี้ยน มีปัญหา จังหวะเซอร์คาเดียน

    “หากคุณใช้เวลาอยู่แต่กับบ้านแล้วปิดม่านทึบจนแสงส่องไม่ถึง คุณจะขาดวิตามินดี วิตามินจำเป็นที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและลดอาการเหนื่อยล้า” กิลส์ กล่าว

    ร่างกายมนุษย์เองก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการแสงเหมือนกับพืชที่ต้องสังเคราะห์แสง ซึ่งการได้รับแสงแดดในตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายเริ่มทำงานตามวงจรของธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “จังหวะเซอร์คาเดียน” 

    นาฬิกาชีวิต คือ ร่างกายของเรามีเวลาที่ระบบต่างๆ จะเริ่มทำงาน เช่น การหลั่งฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้หลับ ช่วงเวลาที่ลำไส้จะย่อยอาหาร เราเรียกวงจรนี้ว่า “นาฬิกาชีวิต” ซึ่งการจะกระตุ้นให้นาฬิกาของเราเริ่มทำงาน ร่างกายจะต้องได้รับแสงแดดและอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ประสาทที่คอยสั่งการเซลล์ต่างๆ ทำงานสอดประสานกัน เรียกว่า “จังหวะเซอร์คาเดียน” สมมติว่าเราเข้าไปติดอยู่ในถ้ำมืดๆ จะทำให้ช่วงเวลาการนอนและตื่นเริ่มช้าลงจากเดิม โดยตัวเราจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกตินั้น การเจอแสงแดดจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ

    “ดังนั้น ถ้าคุณอยู่แต่ในบ้านตลอดทั้งสัปดาห์ หรือทำงานแต่ในที่มืดจะส่งผลให้การนอนหลับของคุณเริ่มมีปัญหา” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชากายวิภาคและสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยนอเทรอดาม กล่าว

    ขณะที่ แบรนดอน นักระบาดวิทยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ในสถาบันสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แนะนำว่า ตราบเท่าที่คุณออกกำลังกาย ทำงานในสวน หรืองานอะไรก็ได้ที่พาคุณออกมาข้างนอกบ้านบ้าง ก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องการได้รับแดดให้เพียงพอ หรือถ้าออกไปไม่ได้เพราะอากาศไม่เป็นใจ ก็ให้เปิดไฟในบ้านบ้างเพื่อให้ร่างกายรับรู้ว่าเช้าแล้วและหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากการเล่นโทรศัพท์มือถือในตอนกลางคืน เพื่อให้ร่างกายพร้อมเข้านอน”

    เนือยนิ่งนานไป ส่งผลให้สมองช้าลง 

    แบรนดอน กล่าวว่า การใช้ชีวิตแบบนั่งอยู่กับที่และมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง เคลื่อนไหวน้อย สามารถทำให้สมองทำงานช้าลงได้ โดยปกติแล้ว การออกกำลังกายช่วยให้เกิดการสร้างสารเคมีในสมองที่ทำหน้าที่สลายสารพิษในกระแสเลือดและป้องกันไม่ให้เลือดที่มีพิษนั้นหล่อเลี้ยงไปยังสมอง แล้วไปฆ่าเซลล์ประสาท การไม่ออกกำลังกาย หมายถึง ร่างกายจะไม่สามารถสร้างสารเคมีดังกล่าวเพื่อทำลายกรดอะมิโนที่รวมตัวเป็นสารพิษต่อระบบประสาท

    ผลกระทบของการอยู่ติดบ้านนั้นร้ายกาจกว่าที่คุณคิด แม้ว่าตอนนี้ร่างกายจะไม่มีอาการป่วย แต่มันจะสะสมอยู่ในร่างกายจนสุดท้ายแล้วมันจะเริ่มรุนแรงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

    “แน่นอนว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ได้ก่อนที่มันจะเริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่ ด้วยการให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและจิตของตนเอง แม้จะอยู่บ้านก็ต้องทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองดีกว่านิ่งนอนใจ เมื่อเราเป็นอิสระจากโรคระบาด ตอนนั้นร่างกายเราก็จะยังแข็งแรง” ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวทิ้งท้าย

    ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

    อ่านข่าวที่น่าสนใจ 

    "แฟชั่นยั่งยืน" แบรนด์หรูไม่จริงใจ สร้างภาพรักษ์โลก แค่การตลาดตามเทรนด์

    สถาปัตย์ ทรมานสมอง อยู่เมืองยุคโมเดิร์น ต้นตอจิตป่วย ไมเกรน

    iPhone 12 จ่อเปิดตัว 5G สีใหม่ ไม่แถมหูฟัง สายชาร์จ อ้างรักษ์โลก

    "ยักษ์ใหญ่ธุรกิจ" ยื่นล้มละลาย จับตาอนาคต "ค้าปลีก" ฟื้นหรือปิดฉาก

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ทำงานอยู่บ้านนาฬิกาชีวิตจังหวะเซอร์คาเดียนทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลา 08:50 น.