"การบินไทย" เดินเครื่องฟื้นฟู เจ้าหนี้ปาดเหงื่อ ส่อยืดเยื้อนาน 7 ปี

ข่าว

    "การบินไทย" เดินเครื่องฟื้นฟู เจ้าหนี้ปาดเหงื่อ ส่อยืดเยื้อนาน 7 ปี

    ไทยรัฐออนไลน์

    15 ก.ย. 2563 05:30 น.

    ในที่สุด "การบินไทย" ก็ได้รับการอนุมัติแผนฟื้นฟู หลังขาดทุนมาตลอด 7 ปี แบกภาระหนี้รวมกว่า 3.3 แสนล้านบาท ขาดสภาพคล่องการเงินจนบริษัทสอบบัญชีขยาด นับจากนี้ต้องเร่งลิสต์เจ้าหนี้ ที่คาดว่าอาจยืดเยื้อนานถึง 7 ปีถึงจะเคลียร์จบ

    14 กันยายน 2563 นับเป็นฤกษ์งามยามดีที่ "การบินไทย" รอคอย...

    เมื่อศาลล้มละลายกลางอนุมัติคำร้องของ "การบินไทย" ในการขอปรับโครงสร้างองค์กร หรือเรียกง่ายๆ ว่า "แผนฟื้นฟู" ที่เพียงข่าวเล็ดลอดออกมา หุ้นการบินไทย ก็พุ่งขึ้นไปกว่า 10.7% อยู่ที่ 3.74 บาท มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา

    โดยหนึ่งในปัญหาที่ "การบินไทย" หยิบยกมากล่าวอ้างในการยื่นแผนฟื้นฟูก็คือ วิกฤติโควิด-19 (COVID-19) ที่เป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์รอบ 60 ปี ทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกจนเกือบย่อยยับ แถมยังบีบสายการบินต่างๆ (ทางอ้อม) ให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราว ไปจนถึงการ "ปลดพนักงาน" ออกนับหมื่นคน

    "ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของแผนได้ ต้องรอศาลพิจารณาก่อน"

    คำกล่าวจาก นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) ที่ยืนยันว่า กระบวนการจัดทำแผนฟื้นฟูจะแล้วเสร็จและพร้อมเสนอต่อศาลภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ และหากศาลเห็นชอบก็จะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูตามแผนภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564

    "หลังจากนี้จะเปิดให้เจ้าหนี้ยื่นขอรับการชำระหนี้ตั้งแต่วันนี้ (14 ก.ย.) เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้การบินไทยรวบรวมเจ้าหนี้ทั้งหมดว่ามีกี่รายและคิดเป็นมูลหนี้มากน้อยเพียงใด แต่ต้องเป็นเจ้าหนี้จริง ไม่ใช่เจ้าหนี้ปลอม หากปลอมถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ส่วนเจ้าหนี้ที่เป็นลูกค้าถือบัตรโดยสาร ไม่ต้องมายื่นเอกสาร การบินไทยจะมีมาตรการดูแลแยกจากเจ้าหนี้ปกติ และยืนยันว่า ไทยสมายล์จะยังมีอยู่ เนื่องจากเป็นบริษัทลูกที่การบินไทยถือหุ้น 100%"

    เอาล่ะ!...บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย มาแบบนี้แล้วมีแนวโน้มว่า กระบวนการฟื้นฟูอาจยืดเยื้อและต้องใช้เวลานานถึง 7 ปี เพราะเอาตามตรงการจะทำแผนจัดการหนี้สินที่เจ้าหนี้มีทั้งธนาคาร ผู้ให้เช่าเครื่องบิน ผู้จัดหาวัตถุดิบ และรายย่อยอื่นๆ ให้พึงพอใจได้นั้น เป็นอะไรที่ยากลำบากมาก เหมือนกับเข็นครกขึ้นภูเขาเลยก็ว่าได้...

    โดยจากตอนนี้คาดการณ์ว่า คณะกรรมการจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน ปี 2564 และหากว่ากระบวนการไม่มีอะไรติดขัด "การบินไทย" จะใช้เวลาในการฟื้นฟูราว 5 ปี หรือหากยืดเยื้อหน่อยก็บวกไปอีก 2 ปี รวมๆ ก็อย่างที่บอกว่าประมาณ 7 ปี (ตามบรรทัดข้างบน)

    แล้ว "การบินไทย" มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

    ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากการบริหารงานที่ไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอยนัก หนึ่งในเหตุผลก็คือ "บนโต๊ะใต้โต๊ะ"

    ที่ก่อนหน้านี้เคยเล่าไปบ้างแล้วเล็กน้อยกับข่าว(ลือ)คอร์รัปชันฉาวโฉ่ ที่จนถึงวันนี้ก็ยังมีคนพูดถึงกันอยู่ ทั้งการสั่งซื้อเครื่องบินมาจอดทิ้งไว้ หรือแม้แต่การติดสินบนโรลส์รอยซ์ และล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ที่กระทรวงคมนาคมพบข้อบ่งชี้ความเป็นไปได้ของการคอร์รัปชัน อย่างการกดราคาตั๋วโดยสาร และการจ่ายเงินพิเศษล่วงเวลา หรือ "ค่าโอที" ที่มากเกินความจำเป็นจนไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

    เอาเป็นว่าย้อนหลังแค่ 3 ปี เห็นตัวเลขขาดทุนก็ปาดเหงื่อแล้ว ไล่เรียงตั้งแต่ปี 2562 ขาดทุนสะสม 1.2 หมื่นล้านบาท, ปี 2561 ขาดทุน 1.2 หมื่นล้านบาท และปี 2560 ขาดทุน 2 พันล้านบาท

    ส่วนปี 2563 แค่ครึ่งปีแรกก็ขาดทุนไปกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท มากกว่าขาดทุนสุทธิของช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 4 เท่า!! (-6.4 พันล้านบาท) แบ่งเป็น ไตรมาสแรกขาดทุน 2.3 หมื่นล้านบาท และไตรมาส 2 ขาดทุน 5.3 พันล้านบาท ซึ่ง "การบินไทย" ก็อ้างว่าเกิดจากการจำกัดการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

    แน่นอนเมื่อขาดทุนมากขนาดนี้ "ภาระหนี้" ที่แบกบินไปบินมาจนปีกแทบหักก็ต้องไม่น้อยไปกว่ากัน

    โดยจากข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน พบว่า "การบินไทย" สายการบินแห่งชาติที่ขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปี มี "ภาระหนี้" มีมากถึง 3.3 แสนล้านบาท!!

    และจากการแถลงเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็พบว่า "การบินไทย" มีการผิดนัดชำระหนี้เงินกู้และหุ้นกู้รวมทั้งหมด 8.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 33.1% ของทรัพย์สินทั้งหมด

    ซึ่งปัจจุบัน "การบินไทย" ได้สูญเสียสถานะการเป็น "รัฐวิสาหกิจ" ไปแล้ว โดยเมื่อเดือนสิงหาคม กระทรวงการคลังถือครองหุ้นเพียง 48% เท่านั้น จากเดิมที่ถือครองมากกว่า 50% ส่งผลให้ "สหภาพการบินไทย" ต้องสลายไปแบบอัตโนมัติ

    ย้อนกลับไปนิดช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา... คงพอจำกันได้กับข่าวบริษัทสอบบัญชี Deloitte Touche Tohmatsu Jaiyos Co. Ltd. ปิดงบประมาณการเงินครึ่งปี 2563 ของ "การบินไทย" ไม่สำเร็จ ด้วยการอ้างความกังวล 3 ข้อ ที่หลักๆ คือ "การบินไทยขาดสภาพคล่องการเงิน" โดยมีเหตุมาจากการดำเนินงานขาดทุนมาตั้งแต่ปี 2556 และวิกฤติสาธารณสุข ที่จำกัดการดำเนินงานของการบินไทย แม้จะเดินหน้าได้เล็กน้อยจาก "ไทยสมายล์" แต่ก็มีการจำกัดเที่ยวบิน และการจำกัดตัวเลือกการสร้างรายได้ของการบินไทยก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินเช่นกัน

    หากถามว่า นับจากนี้จะเกิดอะไรกับ "การบินไทย" บ้าง?

    แน่นอนว่า การขาดทุนที่ยาวนานกว่า 7 ปี ทำให้เห็นภาพชัดแล้วว่า "การบินไทย" จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานใหม่ แม้ความจริงที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ มีแววว่าอุปสงค์การท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะยังคงถูกกดดันไปอีกปีหรือ 2 ปี

    ที่สำคัญ "การบินไทย" อาจต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างกับ "กองบิน" ที่มีอยู่ประมาณ 75 ลำ ที่คนมักแซวๆ กันว่า "กองบินการบินไทย" แอบให้อารมณ์เหมือนกับพิพิธภัณฑ์แสดงวัตถุต่างๆ (ฮา)

    โดยคอลเลกชันผสมปนเปกันไป ทั้ง Boeing 747-400s, Airbus A330s, Boeing 787-9s และ Airbus A380s ซึ่งลำเก่าที่สุดคือ Boeing 747s

    ...ซึ่งหากไปดูเอกสารการส่งมอบเครื่องบินของ IATA ก็จะเห็นว่า หลายๆ สายการบินเริ่มมีการปรับลดขนาดกองบินกันบ้างแล้ว ทั้งการเลื่อนการรับมอบออกไป หรือถึงขั้นยกเลิกไปเลยก็มี ด้วยการเดินทางที่ย่นระยะเดินทางมากกว่าเดิม อาจต้องปรับขนาดเล็กลง บางประเภทอาจจะไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เพราะมีไปก็มีแต่เสียค่าบำรุง ค่าเชื้อเพลิงเปล่าๆ

    ดังนั้น "การบินไทย" เองก็ต้องวางแผนปลดระวางเครื่องบินบางประเภทเอาไว้บ้าง อาจจะภายในปี 2567 หรือเร็วกว่านั้น หรืออาจจะช้ากว่านั้น โดยจากการคาดการณ์ภาพรวมกองบิน มีการพุ่งเป้าไปที่ Airbus A380 ว่าอาจเป็นผู้รับเคราะห์ในครั้งนี้.

    ข่าวอื่นๆ :

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    “เจ๊บิว” แจงดราม่าบิลค่าอาหารแพง 3 หมื่น ใช้ของดีตามราคา
    07:09

    “เจ๊บิว” แจงดราม่าบิลค่าอาหารแพง 3 หมื่น ใช้ของดีตามราคา

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    การบินไทยฟื้นฟูการบินไทยเจ้าหนี้สายการบินทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2565 เวลา 21:06 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์