ไลฟ์สไตล์
100 year

โควิด-19 ดัน "ฟู้ด เดลิเวอรี่" โต "ขยะพลาสติก" ทะลัก ก่อมลพิษไม่รู้ตัว

ไทยรัฐออนไลน์
4 มิ.ย. 2563 05:30 น.
SHARE

ในสถานการณ์ที่คนไทยกำลังอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ล็อกดาวน์กลายๆ) ระแวดระวังการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการอยู่บ้านและอำนวยความสะดวกทุกอย่างด้วยเดลิเวอรี่ กลับได้สร้าง “มลพิษพลาสติก" ให้ก่อตัวเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 คุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ยังจำกันได้ไหม? ว่า เรามีการรณรงค์ "ลด" และนำไปสู่การ "แบนถุงพลาสติก" ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ขานรับกันถ้วนหน้า งดแจกถุงพลาสติก ต้องพกถุงผ้าติดตัว แต่... ในวันนี้ กลับกลายเป็นว่า "ขยะพลาสติก" มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น!!

ข่าวแนะนำ

ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า การดำรงชีวิตของเราจะต้องเปลี่ยนไป แล้วเป็นแบบฉับพลันไม่ทันตั้งตัว หลายๆ อย่างที่เคยวางไว้ในปีที่ผ่านมา พังไม่เป็นท่า แถมยังตั้งรับไม่ทัน แก้ไขกันแบบเฉพาะหน้า อย่างกรณีการ "ขยะพลาสติก" นี่ก็เช่นกัน ที่เราเพียงแค่วางแผนว่าจะ "ลด" ปริมาณขยะพลาสติก แต่ยังไม่ได้วางแผนที่จะปรับนู่นเปลี่ยนนี่เพื่อรองรับการใช้ชีวิต หรือการถกการกำจัดอย่างถูกวิธีก็ยังไม่สะเด็ดดี

พอโควิด-19 มา การป้องกันโรคที่ดีที่สุด คือ การทำ Social Distancing (เว้นระยะห่างทางสังคม) ลดการสัมผัส ด้วยการหยุดอยู่บ้าน ปิดห้างสรรพสินค้า ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน ต้องหันมาใช้วิธีการสั่งอาหารและสินค้าเดลิเวอรี่แทน กลายเป็นสร้างขยะพลาสติกโดยไม่รู้ตัว โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นถึง 62% มีทั้งที่เป็นพลาสติกกันกระแทก หีบห่อบรรจุภัณฑ์ ถุงและภาชนะบรรจุอาหาร

แน่นอนว่า ปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นนั้นก็มาพร้อมกับความกังวลที่กลัวว่าอาจนำไปสู่ปัญหา "มลพิษพลาสติกในท้องทะเล" ต่อไปอีก

และจากปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้น 62% ในเดือนเมษายนนั้น ก็พบว่า คนกรุงเทพฯ ทิ้งขยะพลาสติกมากกว่า 3,432 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านๆ มาเฉลี่ย 2,115 ตัน ซึ่งกว่า 80% เป็นถุงใส่ภาชนะอาหารที่นำกลับบ้าน ขวดน้ำ และแก้วน้ำ

โดยปกติแล้ว ประเทศไทยสร้างขยะพลาสติกราวปีละ 2 ล้านตัน และมีความเป็นไปได้ว่า ปี 2563 นี้ จะเพิ่มขึ้นอีก 30%!!

ทำไมถึงมากขนาดนั้น?

คิดภาพง่ายๆ สั่งอาหาร 1 ออเดอร์ มีพลาสติกที่จะกลายเป็นขยะมากกว่า 1 ชิ้น ตั้งแต่ถุงพลาสติกร้อน ห่อเครื่องปรุง ภาชนะใส่อาหาร แถมยังมีพลาสติกที่ใช้ห่อแต่ละชิ้นๆ อีก

เท่ากับ 1 ออเดอร์ก็มีราวๆ อย่างน้อย 7 ชิ้น

1 วัน เราสั่งกี่ออเดอร์ก็คูณกันไป...

ถึงแม้ในเวลานี้ เราจะยังต้องโฟกัสไปที่การป้องกันโรคโควิด-19 และชะลอการติดเชื้อให้มากที่สุด แต่การใส่ใจในเรื่อง "ขยะพลาสติก" ก็ไม่ควรทอดทิ้งหรือลดความสำคัญเช่นกัน ควรทำควบคู่ไปด้วย เพราะไม่งั้น ปัญหาหนึ่งจบ ก็จะมีปัญหาหนึ่งต่อไปอีก

และจากปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นนั้น หากมาดูมูลค่าของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ก็จะยิ่งเห็นภาพปริมาณขยะได้มากขึ้นไปอีก โดยในปีที่แล้ว มีการคาดการณ์มูลค่าอยู่ที่ 33,000-35,000 ล้านบาท จากยอดสั่งซื้อกว่า 20 ล้านออเดอร์ ซึ่งยอดการสั่งซื้อที่ว่านั้นก่อให้เกิดขยะพลาสติกสูงถึง 140 ล้านชิ้น

กลับมาที่ปี 2563 ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือน แต่ประมาณการว่า ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่จะมีมูลค่ารวมสูงถึงราวๆ 4.5 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมากถึง 33%

เมื่อมาดูการเติบโตเป็นรายแอปพลิเคชัน เริ่มที่ ‘ไลน์แมน’ (LINE MAN) ที่เดือนมีนาคมและเมษายน การสั่งอาหารมีตัวเลขการเติบโตมากถึง 300%, ‘แกร็บ’ (GRAB) และอื่นๆ มีการรายงานว่า หลังมีมาตรการให้อยู่บ้าน (STAY AT HOME) ก็มีการเติบโตสูงถึง 400% ส่วน ‘ฟู้ด แพนด้า’ (FOOD PANDA) นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม มียอดสั่งอาหารเติบโตถึง 50% และในเดือนเมษายนก็เพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งช่วงที่มียอดสั่งอาหารสูงที่สุดอยู่ คือ สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม

โดยรวมๆ แล้วมีการคาดการณ์ว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 นี้ จะมีปริมาณขยะพลาสติกมากถึง 280 ล้านชิ้น!!

ทำไมถึงต้องกังวลกับ "ขยะพลาสติก" นัก?

หากย้อนไป 2 ปีก่อน องค์การสหประชาชาติ (UN) เคยออกมาประกาศว่า "มลพิษพลาสติก" เป็น "วิกฤตการณ์โลก" ซึ่งนี่ไม่ใช่การออกมาเตือนครั้งแรก ก่อนหน้านั้นเคยมีการเตือนมาแล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่มีการค้นพบ "แพขยะแปซิฟิก" (Great Pacific Garbage Patch) จนนำไปสู่การถกเถียงและข้อตกลงต่างๆ ที่จะนำไปสู่ "จุดจบของยุคสมัยแห่งพลาสติก" โดยองค์กรต่างๆ ทั่วโลกต่างพยายามเร่งเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน การปรับตัวและกลยุทธ์ขององค์กรต่างๆ เพื่อให้บรรลุผล แต่อย่างที่บอกว่ายังไม่ทันได้ปรับ โควิด-19 ก็มาทำให้พังซะก่อนและหลายๆ คนก็หลงลืมไปแล้ว

แล้วต้องจัดการอย่างไร?

ในหลายๆ ประเทศมีการหาวิธีเพื่อลดขยะพลาสติกจากการสั่งอาหารเดลิเวอรี่แล้ว เช่น ที่สิงคโปร์ก็มีการงดให้บริการชุดช้อนส้อมพลาสติก ลดปริมาณขยะไปได้ถึง 250,000 ชิ้น หรืออย่างการเปลี่ยนมาใช้กล่องกระดาษและถุงที่สามารถใช้ซ้ำได้มาให้บริการในเกาหลีใต้ และอย่างที่บอกตอนต้นว่า ไทยเราก็มีการวางแผน "ลดขยะพลาสติก" มาบ้างแล้วในช่วงต้น แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำก็เกิดโควิด-19 ซะก่อน หลายๆ แอปพลิเคชันและร้านอาหารมีแนวทางงดให้บริการช้อนส้อมพลาสติก และการใช้บรรจุภัณฑ์แบบย่อยสลายได้แทน

แต่อีกแนวทางหนึ่งที่ทำได้ในช่วงนี้แบบง่ายๆ ที่ ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงศ์ นักวิชาการอาวุโส ด้านนโยบายด้านภูมิอากาศและการพัฒนาสีเขียว, ดร.วิชสิณี วิบุลผลประเสริฐ นักวิชาการด้านนโยบายพลังงานเพื่อความยั่งยืน และประมณฑ์ กาญจนพิมลกุล นักวิจัยด้านนโยบายด้านภูมิอากาศและการพัฒนาสีเขียว (TDRI) ให้ข้อเสนอ คือ "ลด" และ "คัดแยก"

นั่นคือ งดรับช้อนส้อมพลาสติก แล้วหันมาใช้อุปกรณ์ที่ใช้ซ้ำได้แทน และก่อนที่จะทิ้งขยะพลาสติกก็ควรแยกเศษอาหารออก เพราะการทำลักษณะนี้จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกส่งไปฝังกลบและเพิ่มการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น รีไซเคิล เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นได้จริง

แล้วรู้ไหม? "ขยะพลาสติก" ที่ผ่านการทำความสะอาดแล้วสามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินในเตาผลิตปูนซีเมนต์ได้อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการจัดการกับขยะพลาสติกชนิดที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้

ฉะนั้น หลังจากนี้เพื่อ "ลดขยะพลาสติก" และลดการเกิด "วิกฤตการณ์มลพิษโลก" ในอนาคต หลายฝ่ายต้องหันมาให้ความสนใจทันที ไม่ว่าจะในแง่การรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้ การร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่งั้นพอจบโควิด-19 ก็ต้องมานั่งงมหาทางแก้ "มลพิษพลาสติก" กันต่อ ดีไม่ดีอาจผสมปนเป PM 2.5 อาจกลับมาอีก.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวอื่นๆ :

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19มลพิษพลาสติกขยะพลาสติกฟู้ดเดลิเวอรี่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 05:38 น.