ข่าว
100 year

Update "โควิด-19" ยังไม่เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง วอนคนกลับไทย เคารพกติกาเพื่อส่วนรวม (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์6 เม.ย. 2563 20:00 น.
SHARE

อัปเดตสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ประจำวันที่ 6 เม.ย. 63 จากการแถลงของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 51 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,220 ราย รักษาหายและกลับบ้าน 793 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ศพ รวมเสียชีวิตสะสม 26 ศพ

กรุงเทพฯ มีผู้ป่วยสะสมมากที่สุด 1,051 ราย แต่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลงในวันนี้ และ 1-2 วันที่ผ่านมา แต่ยังถือว่าน่าเป็นห่วงอยู่ กลุ่มคนที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดยังคงเป็น ผู้ที่ยังออกจากบ้านไปทำงาน โดยเฉพาะคนอายุ 20-29 ปี ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอาจนำเชื้อโรคมาแพร่คนในบ้าน 

ผู้ติดเชื้อ กทม. ลด สวนทาง ตจว. พึงระวังสัมพันธ์คนในบ้าน

สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด มีตัวเลขสูงขึ้น ศบค.เน้นย้ำขอความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ พึงระวังและหลีกเลี่ยงการแสดงความรักต่อกันที่ใกล้ชิด ควร เว้นระยะห่างทางบุคคลไว้ก่อน เพราะข้อมูลจากการสอบสวนโรคทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด พบว่าสาเหตุการติดเชื้อของผู้ป่วยรายใหม่ ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดกันเองภายในบ้าน

กรณีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย แชร์ว่าเตรียมประกาศเคอร์ฟิว ให้ประชาชนอยู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง โฆษก ศบค. กล่าวยืนยันยังไม่ประกาศใช้ ความจริงคือ สั่งการจากกระทรวงมหาดไทยให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมในทางปฏิบัติเท่านั้น ทั้งนี้ โฆษก ศบค. กล่าวตำหนิผู้ที่แปลความหมายผิดของคำสั่งดังกล่าวทำให้เกิดความโกลาหล จนกระทั่งเกิดการกักตุนสินค้า พร้อมชี้แนะประชาชนควรรับฟังข่าวสารที่ถูกต้องจากทาง ศบค. แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แนะวิธีคนไทยในต่างประเทศ บินกลับไทย ถูกกฎใหม่ กพท.

มาตรการช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศที่ประสงค์กลับไทยต้องทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยสามารถไปติดต่อสถานทูต ณ ประเทศนั้นๆ เพื่ออำนวยความสะดวก มีรายละเอียดเที่ยวบินและใบรับรองแพทย์ยืนยัน หากเดินทางถึงประเทศไทยจะต้องเข้ารับการกักกันเฝ้าระวังโรคในสถานที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน รวมทั้งต้องยอมรับที่จะพักห้องคู่ระหว่างการกักกันตัวด้วย

“พอท่านจะกลับจะต้องเตรียมภาระงาน เดิมจัดไว้ห้องละ 2 คน เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ บางท่านต้องการนอนคนเดียว คนอีกร้อยกว่าคนที่เหลือต้องหาโรงแรมใหม่ ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่เสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำวันละ 3 มื้อ ยังต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องไปตรวจไข้ทั้งเช้าบ่าย ยังมีอีกหลายคน ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ไปควบคุมดูแลสถานที่ให้อีก ถ้าท่านอยากกลับมาพรุ่งนี้ก็ตามใจท่าน แต่มันอาจจะไม่สะดวก โฆษก ศบค. กล่าว

แจ้งยกเลิกด่วน! ข้อมูลเท็จขอเงินเยียวยา 5 พัน มีความผิด

ความคืบหน้าด้านการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำมาใช้สำหรับสถานการณ์ โควิด-19 เบื้องต้น นายกรัฐมนตรี ได้มีการปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์ ได้สั่งการให้ รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงทำการตรวจสอบงบกลาง สำหรับจำนวนผู้ลงทะเบียน เราไม่ทิ้งกัน รับเงินเยียวยาเดือนละ 5000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ล่าสุดมีผู้มาถอนชื่อออก 3 แสนคน จากยอดผู้ลงทะเบียนร่วม 20 ล้านคน เพื่อให้การตรวจสอบสิทธิ์เป็นไปด้วยความรวดเร็ว

โฆษก ศบค. เน้นย้ำว่า บุคคลใดไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือ และกรอกข้อมูลเท็จ ควรรีบแจ้งถอนรายชื่อเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ผู้เดือดร้อนจริงได้รับความช่วยเหลือล่าช้า อีกทั้งหากตรวจสอบพบกรอกข้อมูลเท็จจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ภาพรวมหลังประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. เมื่อคืนวันที่ 5 เม.ย. ถึงเช้าวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา ทั่วประเทศมีฝ่าฝืนเคอร์ฟิว รวม 919 ราย นอกจากนั้น ยังมีกรณีฝ่าฝืน รวมกลุ่ม ชุมนุม มั่วสุมภายในบ้าน จนเกิดความเสี่ยงอีก 79 ราย รวมฝ่าฝืนเคอร์ฟิวกว่า 1,000 ราย เจ้าหน้าทำการตักเตือน 142 ราย และดำเนินคดี 708 ราย

อเมริกายังอ่วม ไม่ถึงชั่วโมงเสียชีวิต 4 ศพ รพ.กลายเป็น "แหล่งรังโรค"

สถานการณ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังทวีความรุนแรง จากรายงานพิเศษของสำนักข่าว CNN ที่ส่งนักข่าวไปยังโรงพยาบาลหนึ่งในสามแห่ง ย่านบรู๊คลิน นครนิวยอร์ก ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสถานที่รับผู้ป่วยโรค COVID-19 เพื่อเฝ้าติดตามการทำงานของหมอ พยาบาล ในห้องฉุกเฉิน พบว่า ในเวลาเพียง 40 นาที มีผู้ป่วย 6 รายที่อยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันถูกส่งตัวเข้ามารักษา ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ก่อนหมอเข้าไปให้การช่วยเหลือ เมื่อนำผู้เสียชีวิตออกจากห้อง อีกไม่เกิน 30 นาที ก็มีผู้ป่วยหนักที่มีอาการไข้ ไอ และสวมหน้ากากออกซิเจนถูกนำมารักษาแทน

จำนวนผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่ถูกนำตัวมารักษาในโรงพยาบาลแห่งนี้ เกือบ 25% เสียชีวิต คุณหมอประจำห้องฉุกเฉินคนหนึ่ง เผยความรุ้สึกกับผู้สื่อข่าว CNN ว่า ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลอีกแล้ว แต่มันได้กลายเป็นสถานที่ของการแพร่ระบาดโรค

อายุน้อยสุด 3 ปี หมออเมริกันทนกดดันไม่ไหว หลั่งน้ำตาระหว่างยื้อชีวิต

ปัจจุบันไม่มีผู้ป่วยโรคอื่นๆ เข้ารับการรักษาใน รพ.แห่งนี้ ภาพชินตาของบรรดาคุณหมอและพยาบาล คือ ผู้ป่วยโคม่ามีภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน เนื่องจาก ติดไวรัส Covid-19 จำนวนผู้ป่วยต่อวันนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นๆ ทำให้หมอและพยาบาลแทบไม่มีเวลาพักผ่อน อีกทั้งส่วนมากบุคลากรทางการแพทย์เพิ่งอายุ 20 ต้นๆ ประสบการณ์ไม่มากพอในการรับมือ และพยายามหาทางช่วยชีวิตคนไข้ในยามวิกฤติเช่นนี้ บางคนทนความกดดันไม่ไหวจนต้องหลั่งน้ำตาระหว่างช่วยยื้อชีวิตคนไข้

ผู้ป่วยโรค Covid-19 ที่ โรงพยาบาลแห่งนี้มีเกือบบ 400 คน ในจำนวนนี้ เกือบ 90% อายุมากกว่า 45 ปี ในขณะที่ 60% อายุมากกว่า 60 ปี ส่วนอายุน้อยที่สุดที่พบคือ เด็กอายุเพียง 3 ปี แม้ต้องเผชิญการทำงานหนักเพื่อพยายามรักษาชีวิตคนไข้ ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนดังเกือบตลอดเวลาในห้องฉุกเฉินว่าคนไข้กำลังหายใจไม่ออก และความหวังในการช่วยชีวิตของผู้ป่วยริบหรี่ รวมถึงกำลังคนและเครื่องไม้เครื่องมือไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีเป็นจำนวนมากมายก็ตาม แต่คุณหมอและพยาบาลต่างยืนยันขอสู้ต่อไป เพื่อช่วยชีวิตคนไข้ให้ได้มากที่สุด

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรนายอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์Update COVID-19

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้