อุทาหรณ์ "รักลูกไม่เท่ากัน" ถูกข่มเหงทั้งกายและใจ จนเกิด "ภาวะซึมเศร้า" เหมือนปาฏิหาริย์ รอดชีวิตจากการพยายามฆ่าตัวตายแบบเส้นยาแดงผ่าแปด จากนั้นพบทางสว่างและหายซึมเศร้าเป็นปลิดทิ้งใน 1 ปี โดยไม่ใช้ยา ไม่พบหมอ

พ่อแม่หาก "รักลูกไม่เท่ากัน" จงรู้ไว้ว่า คุณกำลังสร้างบาดแผลในใจ และผลักให้เขา "ป่วยทางใจ" จนกลายเป็น "ภาวะซึมเศร้า" เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง ดั่งชีวิตของ "ชม" ซึ่งเธอยินดีแบ่งปันเรื่องราวตัวเองกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ หวังให้ความเจ็บปวดในอดีตไม่สูญเปล่า เป็นแรงบันดาลใจ "ชีวิตมีทางออกเสมอ จงอดทนและอย่าสิ้นหวัง"

"มองย้อนกลับไป มันเป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต ตอนนั้นสิ้นหวัง ไม่กล้าคิดว่าตัวเองจะมีอนาคตอะไรได้อีก แต่สุดท้ายก็หายป่วยมามีงานทำ แต่งงาน มีลูก มีงานที่รักทำ ไม่เคยคิดว่าเก่ง แต่ขอแค่ศรัทธาในชีวิต เชื่อมั่นในตัวเอง ก็จะผ่านวิกฤติต่างๆ ในชีวิตได้" ชม สาวอีสานในวัย 45 ปี เริ่มเปิดใจ

...

พ่อแม่ทุกคนรักลูกและรักเท่ากัน หลายคนอาจโชคดีมีพ่อแม่แบบนี้ แต่กับชม คำนี้สำหรับเธอนั่นคือมายาคติ เพราะเธอไม่ได้โชคดีแบบนั้น นอกจากไม่เคยมีตัวตนในครอบครัวนับตั้งแต่เธอเกิด เธอยังถูกปล้นโอกาสมากมายในชีวิต แม้กระทั่งความสุขสดใสในวัยเด็ก วัยสาว จนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เพราะเธอเติบโตมาใน "บ้านที่ไม่ใช่บ้าน" แม้ได้อยู่กับพ่อแม่แท้ๆ แต่กลับถูกเลี้ยงดูข่มเหงรุนแรงทั้งกายและใจ

สุดโชคร้ายเกิดมาเป็น "ลูก" ที่ "แม่ชัง" 

ตั้งแต่จำความได้ "ชม" บอกว่า คำว่าความรักความอบอุ่นสะกดไม่เป็น ความห่วงหาอาทรเป็นแบบไหน อ้อมกอดของแม่อบอุ่นเพียงไร เธอจินตนาการไม่ออก และไม่เคยได้รับ สัมผัสเดียวจากแม่ที่เธอรู้จัก คือ "ฝ่ามืออรหันต์" ที่ฟาดลงมาบนเนื้อตัวเวลาที่แม่เกรี้ยวกราดหรืออยากระบาย และอย่าได้ถามหาเหตุผลหรือที่มาที่ไป เพราะหลายครั้งไม่มีหรืออธิบายไม่ได้

สาเหตุที่ "ชม" เกิดเป็น "ลูกที่แม่ชัง" นั่นคงเป็นเพราะตายายต้องการคนมาช่วยเป็นหลักในการทำนา กิตติศัพท์เรื่องที่พ่อเป็นคนขยันดังไปเข้าหู การคลุมถุงชนของพ่อและแม่จึงเกิดขึ้น พ่อนั้นรักแม่สุดหัวใจ แต่แม่ไม่ได้มีใจแม้แต่น้อย และเกลียดพ่อเข้าไส้ คนโบราณไม่ได้มีการคุมกำเนิดแต่อย่างใด พออยู่กินกันได้เดือนกว่า แม่ก็ตั้งท้องทั้งที่ไม่ได้ต้องการ รวมถึงญาติพี่น้องฝั่งแม่ เหตุกลัวเธอมาแย่งทุกอย่างไปจากพี่สาวต่างพ่อ

แม่เฝ้าภาวนาขอให้ได้ลูกชาย พอคลอดเธอแล้ว ทุกคนต่างผิดหวัง เธอเกิดมาตัวดำ ผมหยิก จมูกแบน อัปลักษณ์ แตกต่างจากพี่สาวต่างพ่อที่ตัวขาวอมชมพู หน้าตาน่ารักน่าชัง จมูกโด่งเป็นสัน เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เธอเป็นเด็กเลี้ยงยาก มีภาวะโรคเลือดจางธาลัสซีเมียจากพ่อ ทำให้สามวันดีสี่วันไข้

• กระโถนท้องพระโรง ถูกข่มเหงหนักทั้งกาย ใจ

ด้วยความที่ชมไม่ได้เป็นที่ต้องการของแม่ น้อง และญาติๆ ฝั่งแม่ เธอจึงถูกข่มเหงรังแกทั้งกายและใจตลอดมาตั้งแต่จำความได้ ทั้งเฆี่ยนตี ให้อดข้าว ให้ทำงานหนักเกินตัว ทั้งงานบ้านและงานในไร่นา ถูกด่าทอ ประณาม เหยียดหยาม เย้ยหยัน ประจาน รวมถึงตั้งฉายาสุดเจ็บแสบเพื่อไม่ให้พี่ๆ น้องๆ คนอื่นๆ มาเล่นด้วย ถึงแม้ว่าพ่อและญาติฝั่งพ่อจะเอ็นดู "ชม" มาก แต่พ่อเป็นคนกลัวเมีย ทุกครั้งที่เธอโดนทำร้าย พ่อจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ บางครั้งก็มาผสมโรงร่วมทำร้ายเธอเพื่อเอาใจแม่

"ชม" ต้องอยู่ร่วมชายคากับตายายและน้องๆ ของแม่ ส่วนญาติฝั่งพ่ออยู่ไกลคนละคุ้มเลย และแทบจะไม่เคยได้ล่วงรู้ความเป็นไปในชีวิตของเธอที่ต้องเจอกับความโหดร้ายอย่างไรบ้าง เธอจำได้ว่า เคยเล่าเรื่องที่แม่ทำร้ายเธออย่างรุนแรงให้ป้าฟัง สุดท้ายนอกจากป้าจะช่วยอะไรไม่ได้ เรื่องยังถึงหูแม่ เธอถูกลงโทษหนักกว่าเดิม ทำให้เธอเรียนรู้ว่า ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้

...

เหมือนผีซ้ำด้ำพลอย นอกจากไม่ได้รับความรักจากแม่แล้ว ยายยังทำกับ "ชม" เหมือนเป็นสาวรับใช้ข้างกาย คอยเทกระโถน คอยถอนผมหงอก เป็นหมอนวดประจำตัว เป็นม้าเร็วคอยวิ่งซื้อของ ส่วนคุณตาที่ดูเหมือนจะมีความยุติธรรมให้เธอบ้าง กลับมาเสียด้วยโรคมะเร็งด้วยวัยแค่ 56 ปี

"งานบ้านหนักมาก เพราะสมัยก่อนไม่ได้มีเครื่องซักผ้า ต้องซักเสื้อผ้ากองเท่าภูเขาด้วยมือ น้ำกินน้ำใช้ก็ต้องเอารถไปเข็นตามบ่อ ตามสระ ถนนก็เป็นถนนลูกรัง" ชม ย้อนเล่าถึงความลำบาก

ครอบครัวโหดร้าย 10 ขวบ ป่วยทางใจ คิดฆ่าตัวตาย

ชีวิตของ "ชม" เหมือนตกนรกทั้งเป็น แม้แต่จิตวิญญาณเธอก็ถูกข่มเหง ถูกแม่บังคับให้เปลี่ยนศาสนาตามแม่ จนเธอรู้สึกเร่ิมทนไม่ไหว คิดฆ่าตัวตายขณะอายุประมาณ 10 ขวบ เธอนั่งขอบสระกลางทุ่งนา ทั้งที่รู้ว่าว่ายน้ำไม่เป็น หากโดดลงสระคงตายสมใจ เธอขยับตัวจะกระโดดหลายครั้ง แต่ใจไม่กล้าพอ เธอจำไม่ได้ว่านั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน รู้แต่ว่าร้องไห้จนน้ำตาไม่มีจะไหล เพราะไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี จะตายก็ไม่กล้าพอ จะอยู่ต่อก็เจ็บปวดเกินรับไหว

...

การข่มเหงรังแกทุกทางยังคงดำเนินต่อไป จนอายุย่างเข้า 24 ปี จิตใจเธอรับอะไรต่อไปไม่ไหวแล้ว จนเกิดภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง คือ เบื่อซึม, เศร้าท้อแท้, หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ หรือหลับเยอะ, ไม่มีแรง, คิดอยากทำร้ายตัวเอง มีความคิดอยากตาย, เบื่ออาหาร ช่วงวัยสาวที่ควรสดใส แต่ชมเก็บตัวร้องไห้คนเดียวทุกวัน วางแผนจะจบชีวิตวันละหลายร้อยรอบ ลงมือก็หลายครั้ง

"ตื่นเช้ามาวันหนึ่ง รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงเลย อยากนอนอย่างเดียว ไปทำงานไม่ได้ รู้สึกสิ้นหวังอย่างที่สุด น้ำตาไม่รู้มาจากไหน ไหลไม่ยอมหยุด คิดอยากตายอยู่ตลอดเวลา วนเวียนอยู่อย่างนั้น" ชม ย้อนเล่าความรู้สึก

สุดปาฏิหาริย์ 1 ปีหาย "ซึมเศร้า" โดยไม่ใช้ยา ไม่พบหมอ

การป่วยของ "ชม" กินเวลาอันมีค่าในช่วงที่เธอควรจะสดใสร่าเริงไปถึง 2 ปีเต็ม แทนที่เธอจะได้รับความเมตตาสงสาร กลับเป็นการสมน้ำหน้า หัวเราะเยาะ เย้ยหยันและถากถาง บอกเป็นความผิดที่อ่อนแอเอง หนำซ้ำช่วงที่เธอป่วย พอแม่รู้ว่าเธอมีความคิดอยากตาย แม่ก็บอกวิธีการให้เสร็จสรรพ แสดงสีหน้าผิดหวังอย่างรุนแรงเมื่อเธอฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ

...

เหมือนปาฏิหาริย์ วินาทีที่เธอกำลังจะกินยาฆ่าหญ้าผสมน้ำอัดลมเพื่อให้หลุดพ้นจากชีวิตที่สุดแสนทรมานเสียที มือสั่นเทา น้ำตาไหลพราก ความคิดในหัวตีกันจนยุ่งเหยิง ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น หลักความเชื่อศาสนาที่เธอศรัทธาแวบเข้ามาในหัว เธอจึงรอดจากการพยายามฆ่าตัวตายมาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด จากนั้นชีวิตเธอเหมือนพบทางสว่าง และหายซึมเศร้าเป็นปลิดทิ้งภายในระยะเวลา 1 ปี

เธอบอกว่า 20 ปีที่แล้วขณะเธอมีอาการซึมเศร้า ไม่รู้จักภาวะซึมเศร้า ไม่เคยได้ยิน จึงไม่ได้พบจิตแพทย์ ไม่เคยกินยารักษา ที่หายได้เพราะหลายปัจจัย ด้วยการใช้ความศรัทธาในพระเจ้า และความรักจากลูกหมา ความรักจากเพื่อนสนิท ความรักจากเพื่อนบ้านที่เมตตา อ่านหนังสือ รู้สึกเสียดาย หากป่วยในยุคนี้ที่มีจิตแพทย์ออนไลน์ นักจิตวิทยาออนไลน์ มีเพจดีๆ ให้ติดตาม คงมีโอกาสได้พบจิตแพทย์ ใช้ยารักษา อาจทำให้หายได้เร็ว 3-6 เดือน

"สมัย 20 ปีที่แล้วไม่มีอะไรแบบนี้ มะงุมมะงาหรา ตกใจสุดขีด คนบ้านนอกหาว่าเป็นบ้า เพราะยังไม่มีคำอธิบาย หายป่วยมาได้เหมือนปาฏิหาริย์ วันที่เห็นพระเยซูมานั่งปลายเท้าและกอด ได้กำลังใจที่ยิ่งใหญ่ อาการดีขึ้นแบบก้าวกระโดด เริ่มเป็นคนปกติ เร่ิมยิ้ม หัวเราะ อยากกินอาหาร เมื่อก่อนเบื่ออาหาร เริ่มนอนหลับได้เมื่อก่อนไม่หลับไม่นอน บางครั้งก็หลับมากกว่าปกติ"

เหตุการณ์ผุดในใจ ยังมีน้ำตาไหล ให้อภัย 90%

เมื่อชมหายจากภาวะซึมเศร้าก็ย้ายเข้ามาทำงานในเมือง มาเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุข สร้างครอบครัว มีลูกชายน่ารักน่าชัง สมัครเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้เด็กนักเรียน บางคนที่พ่อแม่ไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน เธอก็สอนให้ฟรี หากเด็กสนใจจริงๆ และสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ เธอใช้ชีวิตด้วยความมีสติและคิดบวก เจอใครก็ส่งยิ้มก่อน พูดจากับใครก็ให้จริงใจ ไพเราะอ่อนหวาน ก่อนจะคอมเมนต์อะไรก็จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเหมาะสม ดีงาม สร้างสรรค์ไหม

อดีตอันขมขื่น เธอตั้งปณิธานทิ้งทั้งหมดไว้ที่หมู่บ้านนั้น ส่วนการให้อภัยเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา มั่นใจว่าให้อภัยได้ประมาณ 90% แล้ว ซึ่งการให้อภัยของเธอ ไม่ได้หมายความว่าจะไปสุงสิง เพราะพวกเขายังข่มเหงใจอยู่ตลอด มรดกในส่วนของพ่อซึ่งเธอเป็นลูกแท้ๆ ควรจะได้ เพราะชมอยากเก็บไว้เป็นมรดกของลูกตัวเอง แต่แม่กลับโอนไปให้พี่สาวต่างพ่อ นั่นจึงเป็นความเจ็บปวดครั้งร้ายแรงอีกครั้งหนึ่ง หากจะให้อภัยแม่ได้เธอบอกว่าอาจใช้เวลาทั้งชีวิต 

"หลายคนพอรู้เรื่องราวของเรา ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อ เพราะมันยากที่จะเชื่อ ประมาณว่ามีพ่อแม่แบบนี้ด้วยเหรอ สำหรับเราความจริงคือความจริง บางทีเหตุการณ์ผุดเข้ามาในใจ ก็ยังมีน้ำตาไหลอยู่บ้าง ตอนนี้ให้อภัยคนในครอบครัวได้ 90% ภาวะซึมเศร้าทุกคนมีสิทธิ์เป็นได้ เพราะสภาพสังคม เศรษฐกิจ วิถีชีวิต เราต้องเรียนรู้เพื่อดูแลตัวเอง และคนใกล้ตัว การไปพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ป่วยกายได้ ก็ป่วยใจได้ ถ้าไปพบจิตแพทย์ จะได้หายเร็ว กลับมาใช้ชีวิตปกติ"

ทางจิตวิทยา พ่อแม่บางคนรักลูกเท่ากัน บางคนก็ไม่เท่า ซึ่งห้ามกันไม่ได้ แต่ต้องเก็บไว้ให้มิดชิด และปฏิบัติกับลูกด้วยความเท่าเทียม ยุติธรรม ชมที่เป็นลูกที่ชัง และในวันนี้ได้ "มีลูก" แนะนำแง่คิดทิ้งท้าย

"เราเองห้ามตัวเองไม่ได้ ที่จะมีลูกคนโปรด (สำหรับพ่อแม่บางคน) แค่เราปฏิบัติกับลูกทุกคนแบบให้เกียรติได้ค่ะ"

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวน่าสนใจ

LIFE STORY : สถาปนิก บ้านเทวดาที่ไม่ธรรมดา ตำนานแฮนด์เมดศรัทธา 60 ปี (คลิป)

โหยหารักจากพ่อ คิดผิดหนีออกจากบ้าน เจอเรื่องร้ายดั่งตายทั้งเป็น พลิกชีวิตจบ กศน.

จากสาวปาร์ตี้ 10 ปี สู่นักวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอน หลังพบรักอดีตดาราช่อง 7

"จักร" พลิกชีวิต 6 ปี หมดหนี้ "หวย" 7 แสน สามีหนีจาก 3 ปีคืนสู่อ้อมอก

รักแท้ของแม่ หยุดรักษามะเร็งชนิด 1 ในล้าน ยอมตายให้ลูกเกิด (คลิป)

ยัดเยียด เรียนอนุบาลก่อนเกณฑ์ รักแท้พ่อแม่พ่นพิษ ผลักลูกเสี่ยง “โรคซึมเศร้า”