ไลฟ์สไตล์
100 year

"สงครามสตรีมมิ่ง" เริ่มขึ้นแล้ว ยักษ์ใหญ่โดดแจม ตัดราคา ชิงคอนเทนต์

ไทยรัฐออนไลน์
18 พ.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

ที่เขาว่า นี่เป็นยุค "เทคโนโลยี" เปลี่ยนโลก เห็นจะเป็นจริง ไม่ว่าจะหันซ้ายหันขวาไปแวดวงธุรกิจใด ก็ล้วนแต่ถูกเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปแทรกซึมผุด "ธุรกิจใหม่" ที่เกิดจาก "ช่องว่าง" เล็กๆ

หนึ่งในธุรกิจที่ดิจิทัลเข้าไปมีบทบาทสำคัญ และเห็นเด่นชัดมากๆ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คือ ธุรกิจความบันเทิง ทั้งเพลง ละคร ภาพยนตร์ ล้วนแต่มี "ธุรกิจใหม่" ที่ดิจิทัลเข้าไปแทรกซึมผ่านช่องว่างเล็กๆ เพื่อผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้

ข่าวแนะนำ

และวันนี้มีธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังมาแรงทั้งในไทยและต่างประเทศ เกิดการแข่งขันกันดุเดือดในชนิดที่ว่าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ นั่นคือ "ธุรกิจให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอ" ที่มีการคาดการณ์ว่ามีมูลค่าสูงถึงหลักแสนล้านบาททีเดียว

ถ้าย้อนกลับไปในช่วง 5 ปีก่อน อาจจะมีเพียงแค่ไม่กี่เจ้า รายใหญ่ก็มีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นรายเล็กๆ แต่ปัจจุบัน แค่ปี 2019 ปีเดียว ก็มียักษ์ใหญ่กระโดดวงร่วมแจมตลาดสตรีมมิ่งวิดีโอนี้ด้วยถึง 2 เจ้า ซึ่งยักษ์ใหญ่ที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ใคร ‘ดิสนีย์’ (Disney) กับ ‘แอปเปิล’ (Apple) นั่นเอง

การกระโดดมาร่วมแจมของ ‘ดิสนีย์’ กับ ‘แอปเปิล’ ไม่ได้มาแบบธรรมดาๆ เพราะการมาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อโค่นยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอย่าง ‘เน็ตฟลิกซ์’ (Netflix) ให้ร่วงลง

สงครามสตรีมมิ่ง เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!

"เน็ตฟลิกซ์ เจ็บหนักไม่ใช่น้อยแน่!"

มุมมองจากหนึ่งในแวดวงเทคโนโลยีบอกกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ที่เห็นว่า การเข้ามาของ ‘ดิสนีย์’ น่ากลัวที่สุด เพราะมีคอนเทนต์อยู่เต็มมือ และยังมี Pixar, Marvel, Star Wars และ National Geographic ที่เป็นของเก่าเก็บตรึงใจแฟนๆ มานาน และของใหม่ที่กำลังจะผลิตออกมาเป็นคอนเทนต์ออริจินัลบน Disney+ โดยเฉพาะด้วย อย่างที่เราเห็นกัน แค่วันเดียว ‘Disney+’ ก็มีคนสมัครสมาชิกแล้ว 10 ล้าน ตัวเลขนี้ไม่ธรรมดา

‘Disney+’ คืออะไร?

ทำไมถึงกลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ ‘Netflix’

มาทำความรู้จักกัน ... ย้อนกลับไปวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 สิ่งที่แรกว่า Disney+ ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้ให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอ ที่มียักษ์ใหญ่อย่าง ‘ดิสนีย์’ เป็นเจ้าของ

สิ่งที่ Disney+ พรีเซนต์ตัวเองในงานเปิดตัว คือ การมีคอนเทนต์มากมายในกำมือ ทั้งที่เป็นของ ‘ดิสนีย์’ เอง และจากพันธมิตรภายใต้ครอบครัว ‘ดิสนีย์’ อย่าง Pixar, Star Wars, Marvel และอื่นๆ

โดยเป้าหมายที่สำคัญที่ ‘ดิสนีย์’ มุ่งมั่นในการลงสู้ศึกสงครามสตรีมมิ่งครั้งนี้ คือ การเข้ามาถ่วงดุลกับ ‘เน็ตฟลิกซ์’ ที่ถือเป็นคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดและเป็นเจ้าตลาดอยู่ในตอนนี้

ซึ่งก้าวแรกที่ ‘Disney+’ เปิดตัว ก็ถือว่าสั่นคลอนตลาดสตรีมมิ่งวิดีโออยู่ไม่น้อย เพราะแค่วันเดียวก็สามารถทำยอดบอกรับสมาชิกได้ถึง 10 ล้าน และยังตั้งเป้าไว้สูงมากด้วยว่า ภายในปี 2024 ‘Disney++’ จะมียอดบอกรับสมาชิก 60-90 ล้าน หวังชนกับ ‘เน็ตฟลิกซ์’ เต็มเหนี่ยว ที่ ณ ปัจจุบัน ‘เน็ตฟลิกซ์’ มียอดบอกรับสมาชิก 158.3 ล้าน

แค่นี้ ‘เน็ตฟลิกซ์’ จะถึงกับต้องเจ็บหนักเลยหรือ?

หนึ่งในแวดวงเทคโนโลยีมองว่า ยังไง ‘เน็ตฟลิกซ์’ ก็เจ็บหนัก เพราะถ้ามาแบบนี้แล้วมีความเป็นไปได้ว่า ‘ดิสนีย์’ จะดึงคอนเทนต์ตัวเองกลับคืนสู่อ้อมอกทั้งหมด แล้วเปิดให้สตรีมมิ่งที่ ‘Disney+’ ที่เดียว ท่าทีดึงคอนเทนต์ของ ‘ดิสนีย์’ ไม่ได้เพิ่งมีตอนนี้ แต่แสดงออกมาตั้งแต่เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะทำสตรีมมิ่งเองแล้วด้วยซ้ำ หากวันหนึ่ง ‘เน็ตฟลิกซ์’ ไม่มีคอนเทนต์ของ ‘ดิสนีย์’ ก็อาจจะลำบากไม่น้อย เพราะภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และเป็นที่ชื่นชอบหลายๆ เรื่องก็เป็นของ ‘ดิสนีย์’ แต่ทาง ‘เน็ตฟลิกซ์’ เองก็เหมือนจะพอเดาทางไว้ก่อนแล้ว หลังๆ ก็จะเห็นว่า ‘เน็ตฟลิกซ์’ พยายามผลิตคอนเทนต์ที่เป็นออริจินัลของตัวเองมากขึ้น และก็ไปได้ดีซะด้วย อย่างซีรีส์ Stranger Things

แต่เมื่อมันเกิด "สงครามสตรีมมิ่ง" แล้ว คงจะไม่ได้มีเพียงแค่นี้แน่

• สงครามตัดราคา ทำ Netflix สะเทือน

การกำหนดราคาของ ‘Disney+’ บอกเลยว่า ‘เน็ตฟลิกซ์’ อาจจะต้องเสียยอดสมาชิกไปไม่มากก็น้อยแน่ๆ

"ตัดราคา" กันรุนแรงแค่ไหน?

‘Disney+’ เปิดราคาที่ทำเอาสมาชิก ‘เน็ตฟลิกซ์’ ถึงกับชะงัก อยู่ที่ 212 บาทต่อเดือน แถมยังให้ทดลองใช้ฟรีอีก 1 ปีเต็มๆ

ส่วนยักษ์ใหญ่อีกเจ้า ‘Apple TV+’ โดย ‘แอปเปิล’ นี่ก็ถูกมากไปอีก 99 บาทต่อเดือน ให้ทดลองใช้ฟรี 7 วัน

และที่เพิ่งเปิดไปหมาดๆ อีกราย ‘YouTube Premium’ ก็เริ่มต้นที่ 159 บาทต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน

ขณะที่ ‘เน็ตฟลิกซ์’ มี 3 ราคาให้เลือก เริ่มตั้งแต่ 280, 350 และ 420 บาทต่อเดือน ซึ่งราคาที่คนนิยมมากที่สุด คือ 350 บาทต่อเดือน ส่วนการให้ทดลองใช้ฟรีอยู่ที่ 30 วัน

เท่านั้นยังไม่พอ ‘Disney+’ ยังไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีแพ็กเกจที่มัดรวม Disney+, Hulu และ ESPN+ ด้วยราคาเพียง 393 บาทต่อเดือน

เห็นราคาแค่ยักษ์ใหญ่ 4 เจ้านี้แล้ว ถูกกว่า ‘เน็ตฟลิกซ์’ กันทุกเจ้าเลยทีเดียว

นอกจากยักษ์ใหญ่ที่ว่ามาข้างต้นแล้ว ในไทยยังมีอีกหลายเจ้าที่น่าจับตามอง นั่นคือ WeTV, VIU ที่เน้นจุดขายในด้านคอนเทนต์ซีรีส์จีนและเกาหลี ที่คนไทยชื่นชอบกันอยู่แล้ว แถมราคายังถูกไม่เบา 99-119 บาทต่อเดือน ที่สำคัญถ้าคิดไม่อยากเสียเงิน เลือกดูฟรีก็ได้ เพียงแต่คอนเทนต์ช้ากว่าคนที่สมัครสมาชิกเท่านั้นเอง

แต่ "สงครามราคา" มันไม่ได้เจ็บแค่ยักษ์ใหญ่เท่านั้น ยังมีอีกมุมที่เสี่ยงเจ็บหนักเหมือนกัน

นั่นก็คือ "ผู้บริโภค" อย่างเรา

"สงครามราคานี่แหละน่ากลัว พอมารวมกันการชิงคอนเทนต์แล้วยิ่งน่ากลัวไปใหญ่ หมายความว่า พอคอนเทนต์แยกเป็นของใครของมัน ต่างคนต่างดึงคอนเทนต์กลับแพลตฟอร์มตัวเอง แถมราคายังตัดกันไปมา ยักษ์ใหญ่เสี่ยงที่งบการเงินอาจมีปัญหา แต่คนเจ็บไม่ใช่แค่คนที่ลงสนามแข่ง คนดูอย่างเราก็เจ็บด้วย เจ็บแบบไหน เจ็บแบบเสียเงินเยอะไง อันนั้นก็อยากดู อันนี้ก็อยากดู ไปๆ มาๆ ก็สมัครทุกอัน อย่างน้อยอาจสมัคร 2 อัน จากเสียถูกๆ กลายเป็นเฉียดพันต่อเดือนก็ได้ ดังนั้น นาทีนี้มองว่า รายไหนหาพันธมิตรด้านคอนเทนต์ได้มากกว่าย่อมได้เปรียบ"

ส่วนแง่ของผลกระทบจาก "สงครามสตรีมมิ่ง" ที่นอกเหนือจากนี้นั้น หนึ่งในแวดวงเทคโนโลยีมองว่า อาจจะไม่ใช่ผลลบซะทีเดียว มันก็มีข้อดีอยู่บ้าง คนอาจจะบอกว่า โรงภาพยนตร์อาจลำบาก คนไม่ไปดูแล้ว แต่ในมุมมองตน คิดว่า คนยังไปดูภาพยนตร์ในโรงฯ อยู่ เพียงแต่อาจจะเป็นเฉพาะฟอร์มใหญ่จริงๆ แต่ภาพยนตร์ฟอร์มเล็กๆ ก็อาจจะไปฉายในโรงฯ ไม่ไหว คนอาจจะเลือกดูผ่านสตรีมมิ่งมากกว่า รายเล็กในโรงฯ ก็อาจจะเริ่มหายไป แต่ก็เป็นโอกาสดีที่มีที่รองรับอย่างตลาดสตรีมมิ่งที่อาจเข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น มันอาจจะกระทบบ้างในบางส่วน แต่ก็ไม่ทั้งหมด ทุกอย่างมันขึ้นกับการปรับตัวในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

สุดท้าย อย่าคาดหวังว่า ราคาสมาชิกสตรีมมิ่งจะถูกและฟรีไปแบบนี้ตลอด ดูอย่าง ‘เน็ตฟลิกซ์’ ที่เมื่อยอดสมัครบอกรับสมาชิกเพิ่มขึ้น ราคาก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อยเช่นกัน ดังนั้น เจ้าอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อได้เป้ายอดสมัครบอกรับสมาชิกครบตามที่หวัง ในที่สุด ราคาก็จะขึ้นตามมา เพราะนี่คือ "สงครามสตรีมมิ่ง".

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวอื่นๆ :

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตรีมมิ่งสงครามสตรีมมิ่งNetflixDisney+ข่าวเด่นทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 20:31 น.