ข่าว
100 year

กลัวตกเทรนด์ เสพติดแบรนด์เนมปลอม เสี่ยงโรคซึมเศร้า

ไทยรัฐออนไลน์21 ส.ค. 2562 05:30 น.
SHARE

"ปลอม!!" ... ข้อความเด่นสะดุดตาโชว์หราอยู่หน้าเพจเฟซบุ๊ก "กรมทรัพย์สินทางปัญญา" ที่มีคนแชร์มากถึง 4.4 พัน กดไลค์อีก 1.7 หมื่น และเข้ามาคอมเมนต์อีกหลายพัน ... มันเกิดอะไรกันขึ้นทำไมแค่คำคำ เดียวถึงได้รับความสนใจขนาดนี้?

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีกระแสไหนจะฮอตฮิตติดเทรนด์ทวิตเตอร์ได้เท่ากับแฮชแท็ก #แก้วชอบของแบรนด์เนมค่ะ อีกแล้ว มันเริ่มมาจากจุดไหน? ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์จะอธิบายคร่าวๆ ให้อ่านกัน

เรื่องมันมีอยู่ว่า ... เพจเฟซบุ๊กชื่อดังแห่งหนึ่งออกมาเปิดเผยพฤติกรรมการใช้สินค้าแบรนด์เนมของ "แก้ว BNK48" ไอดอลขวัญใจระดับชาติ ซึ่งพฤติกรรมที่ว่านั้นก็เกี่ยวโยงกับคำสั้นๆ ที่เพจเฟซบุ๊กกรมทรัพย์สินทางปัญญาโพสต์นั่นเอง คือ การใช้ "แบรนด์เนมปลอม!!"

จนกลายเป็นเรื่องร้อนทั่วโลกโซเชียล เหล่าชาวเน็ตออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันรัวๆ มีทั้งฝั่งที่บอกว่า "เขาจะใช้อะไรก็เรื่องของเขา เงินก็เงินเขา" ส่วนอีกฝั่งก็ว่า "ใช้ของปลอมมันเป็นการสนับสนุนสินค้าที่ผิดกฎหมายนะ"

สุดท้ายเรื่องร้อนบนโซเชียลก็ไปตกอยู่ในมือของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องออกมาตอบข้อสงสัยกันจ้าละหวั่น!! อย่างเพจเฟซบุ๊กกรมทรัพย์สินทางปัญญาหลังโพสต์ข้อความว่า "ปลอม" ในช่วงเวลาที่พอเหมาะพอเจาะแล้ว ยังออกมาตอบคอมเมนต์ให้เหล่าลูกเพจเข้าใจเพิ่มเติมว่า

"การละเมิดลิขสิทธิ์กับละเมิดเครื่องหมายการค้านั้น "การละเมิดลิขสิทธิ์" เจ้าของหรือตัวแทนต้องเป็นผู้ดำเนินการ ส่วน "การละเมิดเครื่องหมายการค้า" เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการจับกุมได้ แต่ส่วนใหญ่จะประสานกับเจ้าของหรือตัวแทนในการออกจับ ส่วนการให้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ ปิดเพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่สามารถดำเนินการได้ แต่มีการประสานกับทางกระทรวงดีอีและ ปอท."

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงเกิดความสงสัยกันว่า "คนที่ซื้อหรือใช้แบรนด์เนมปลอมผิดกฎหมายหรือไม่?"

ซึ่งคำตอบก็คือ

ในปัจจุบัน "ผู้ซื้อ" หรือ "ผู้ใช้" สินค้าแบรนด์เนมปลอม "ไม่มีความผิด" แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องซื้อและใช้ในประเทศเท่านั้น หากวันหนึ่งวันใดเกิดคึกกดสั่งช็อปปิ้งออนไลน์หรือหิ้วแบรนด์เนมปลอมเข้ามาในประเทศหรือส่งออกไปให้ใครนอกประเทศละก็ มีความผิดแน่นอน!!

เพราะ "สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์" หรือ "สินค้าปลอมแปลงหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้า" ถือเป็น "ของต้องห้าม" ที่มีกฎหมายกำหนดห้ามนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด (บางกรณีห้ามการส่งผ่านด้วย) ฉะนั้น จึงมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นความผิดตามมาตรา 244 และมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

  • มาตรา 244 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
  • มาตรา 246 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคา ซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทีนี้มาถึงในส่วนของ "ผู้ขาย" สินค้าแบรนด์เนมปลอม มีความผิดตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และมาตรา 108, 109, 109/1, 110 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงมาตรา 272, 273, 274, 275 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

  • มาตรา 70 : ต้องระวางโทษตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท หากกระทำเพื่อการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน - 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 108 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 109 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 109/1 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 110 : นำเข้ามาในประเทศ เพื่อจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ ("ปลอม" ผิดตามมาตรา 108 หรือ "เลียน" ผิดตามมาตรา 109)
  • มาตรา 272 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (เป็นความผิดอันยอมความได้)
  • มาตรา 273 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 274 : ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 275 : นำเข้ามาในประเทศ เพื่อจำหน่าย หรือเสนอจำหน่าย ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ ("ใช้" ผิดตามมาตรา 272(1), "ปลอม" ผิดตามมาตรา 273 หรือ "เลียน" ผิดตามมาตรา 274)

เห็นโทษเยอะๆ แบบนี้ แต่รู้ไหมว่า ในแต่ละปีงบประมาณ กรมศุลกากรมีการจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้มากถึงปีละ 1 ล้านชิ้น รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 59 - ก.พ. 60) แบรนด์ Adidas เป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกจับกุมมากที่สุด จำนวน 17,482 ชิ้น มูลค่ารวม 2.6 ล้านบาท รองลงมา คือ Playboy จำนวน 4,854 ชิ้น รวมมูลค่า 2.4 ล้านบาท ส่วนประเภทสินค้าที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุด คือ รองเท้า จำนวน 16,089 คู่ รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท รองลงมา คือ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 82,444 ชิ้น รวมมูลค่า 5.9 ล้านบาท

จากดราม่าไอดอลใช้สินค้าแบรนด์เนมปลอมพอจะเห็นได้ว่า สังคมไทยทุกวันนี้นิยมใช้สินค้าแบรนด์เนม ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน แต่ด้วยราคาที่แพงสูงลิ่วหลักหมื่นถึงหลักแสน ทำให้หลายคนมองหาตัวเลือกด้วยการใช้ของ "ก๊อบเกรด A" เพื่อให้กลมกลืนไปกับสังคมรอบข้าง

จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ คือ พฤติกรรม "โรคติดหรู" หรือ "เสพติดวัตถุนิยม" หรือไม่?

นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต ไขข้อข้องใจให้กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า การซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรือการเสพติดวัตถุนิยมนี้ "ไม่ใช่สิ่งที่ผิด" มันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล ความชอบของแบรนด์เนมหรือของที่มีราคาแพงก็มาจากหลายสาเหตุ ทั้งการติดตามสื่อโทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ แอพพลิเคชันโซเชียลมีเดียต่างๆ หรืออาจจะเป็นกลุ่มดาราศิลปิน ผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียล บางคนอาจจะเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมเพราะว่าเป็นของคุณภาพดี และในบางคนที่อาจจะไม่ชอบถึงขนาดที่จะซื้อ แต่ที่จำเป็นต้องซื้อเพราะกลัวว่าจะตกกระแสหรือกลัวว่าไม่เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ไม่มั่นใจในตัวเอง อันนี้เราอาจจะต้องคอยเตือนตัวเองหรือคอยถามตัวเองว่ามันดีหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าเกิดต้องเป็นหนี้เป็นสินหรือว่าจะต้องใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมในการหาเงินเพื่อซื้อสินค้า การซื้อของมาใช้เกินตัว พอเกินตัวก็จะมีปัญหาการเงินฝืดเคือง เป็นหนี้บัตรเครดิต อาจจะเกิดปัญหาความเครียดและเกิดความซึมเศร้าตามมาได้

อยากจะแนะนำว่า ถ้าเป็นเด็กและเยาวชนก็อยากจะให้พ่อแม่บอกเขาเลยว่า จริงๆ คุณค่าของคนเราไม่ได้เกิดจากการที่เราใช้ของราคาแพง แต่เกิดจากความมั่นใจและการที่เราเป็นคนดีเป็นคนมีความสามารถ อันนี้ต่างหากคือสิ่งที่น่าภูมิใจ

"การซื้อของอะไรก็ตามอยากให้รณรงค์การใช้ของที่ถูกลิขสิทธิ์ เพราะว่าการใช้ของที่ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย คนที่ผลิตสินค้าออกมาเขาก็จะมีต้นทุนทางความคิด และการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการทำให้การพัฒนาสินค้าหรือการพัฒนาสิ่งต่างๆ ช้าลง และมันก็จะไม่ถูกทั้งเรื่องของกฎหมายแล้วก็เรื่องของความเหมาะสม" นพ.อภิชาติ ทิ้งท้าย.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข้อมูลจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, กรมศุลกากร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้ว BNK48 ใช้ของปลอมแก้ว BNK48แบรนด์เนมปลอมBNK48ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้