ข่าว
100 year

ยาแรง "ข่มขืนฆ่า" โดน "ประหาร" ความเสี่ยงเหยื่อ... เมื่อ "ผู้ต้องหา" ยัง "ลอยนวล" กว่าครึ่ง

ไทยรัฐออนไลน์4 มิ.ย. 2562 06:47 น.
SHARE

"ข่มขืน" เท่ากับ "ประหาร"... หัวข้อการถกเถียงของสังคมที่ดำเนินมานานหลายปี เกิดการวิพากษ์ในหลายแง่มุม ทั้ง "เห็นด้วย" และ "ไม่เห็นด้วย" นำมาสู่การพิจารณาปรับแก้กฎหมายข่มขืนใหม่ โดยมีการเพิ่มโทษสูงสุดเป็น "ประหารชีวิต" หากกรณีที่ "เหยื่อถึงแก่ความตาย"


"ข่มขืนถึงตาย" โดน "ประหาร"

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2562" ว่าด้วยเรื่อง "ข่มขืน-กระทำชำเรา" ซึ่งได้มีการเพิ่มโทษสูงสุดเป็น "ประหารชีวิต" ในกรณีที่เหยื่อถึงแก่ความตาย


ทั้งนี้ สถิติการรับแจ้งคดี "ข่มขืนกระทำชำเรา" ในแต่ละปีมีมากเป็นพันๆ คดี เฉลี่ยปีละ 3,751 คดี โดยปี 2550 มีการรับแจ้งคดีข่มขืนกระทำชำเรามากถึง 5,085 คดี ขณะเดียวกันกลับพบว่า อัตราการจับกุมผู้ก่อเหตุมีเพียงแค่ 57.65% เท่านั้น เท่ากับว่าแต่ละปีมีผู้ต้องหา "ลอยนวล" กว่าพันคน อย่างปี 2554 ที่มีการรับแจ้ง 3,621 คดี แต่สามารถจับกุมได้เพียง 1,610 คดี


นอกจากนั้น ในจำนวนคดีข่มขืนกระทำชำเราทั้งหมด มีการรับแจ้ง "คดีข่มขืนแล้วฆ่า" เฉลี่ยปีละ 3 คดี โดยปีที่มีคดีข่มขืนแล้วฆ่ามากที่สุด คือ ปี 2552 ที่มีมากถึง 12 คดี สามารถจับกุมได้ 8 คดี หากคิดเป็นอัตราเสี่ยงการถูกข่มขืนแล้วฆ่าจากคดีที่มีการรับแจ้งทั้งหมดนั้นอยู่ที่ 0.09% ซึ่งหากมาแยกดูรายจังหวัดนับตั้งแต่ปี 2550-2559 (ดังกราฟด้านล่าง) พบตัวเลขที่น่าสนใจ คือ จ.อุตรดิตถ์ มีอัตราเสี่ยงถูกข่มขืนแล้วฆ่าสูงถึง 2 ปี คือ ปี 2553 และปี 2552 คิดเป็น 10% และ 7.69% ตามลำดับ และหากแยกเป็นรายภาคนั้น ภาคกลาง ปี 2550 มีอัตราเสี่ยงถูกข่มขืนแล้วฆ่าสูงที่สุด 0.57% ส่วนกรุงเทพฯ มีอัตราเสี่ยงสูงที่สุดในปี 2550 อยู่ที่ 0.91%



อีกหนึ่งข้อมูลสถิติที่น่าตกใจของศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 แสดงให้เห็นว่า แต่ละปีมี "เด็ก" ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเพศกว่าร้อยราย ทั้งจากในครอบครัวและนอกครอบครัว โดยปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา พบว่า มีเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศมากถึง 453 ราย (ในครอบครัว 159 ราย และนอกครอบครัว 294 ราย) และถูกกระทำอนาจาร 117 ราย (ในครอบครัว 36 ราย และนอกครอบครัว 81 ราย) ขณะที่ ผู้ใหญ่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเพศ รวม 268 ราย ส่วนใหญ่ถูกกระทำนอกครอบครัว แบ่งเป็น ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 39 ราย และถูกกระทำอนาจาร 223 ราย

จากบทวิจัย "ปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเพศของผู้หญิงไทย" แสดงให้เห็นว่า วิธีการลดอัตราการถูกข่มขืนที่สำคัญวิธีหนึ่ง คือ การทำความเข้าใจร่วมกันของผู้คนในสังคมเกี่ยวกับลักษณะทางสังคมวิทยา และแม้การสอนให้ผู้หญิงป้องกันตนเองมิให้ตกเป็นเหยื่อ ก็ไม่ได้ลดภาวะคุกคามในการข่มขืนลง ฉะนั้น การมองปัญหาข่มขืนจึงควรมองในแง่การเมืองการปกครองและการบริหารจัดการสังคม มิใช่เพียงปัญาอาชญากรรมหรือปัญหาทางสุขภาพจิต ดังนั้น การข่มขืนจึงมิใช่เป็นเพียงปัญหาของ "ผู้หญิง" แต่เป็นปัญหาของสังคมส่วนรวม


"กฎหมายข่มขืนใหม่"... จะเป็นยาแรงที่สามารถกำราบ "ภัยร้าย" ในสังคมให้ลดลง หรือจะเป็น "ดาบสองคม" นำไปสู่ "ข่มขืนฆ่า" อำพรางปิดปาก... คงต้องขึ้นอยู่กับการ "บังคับใช้" อย่างจริงจัง ไม่ให้ "ผู้ต้องหาลอยนวล" จนทำให้ "เหยื่อ" หวาดระแวงและรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต.


ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ข่มขืนข่มขืนฆ่าคดีข่มขืนกระทำชำเรา

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้