วลีเจ็บอายมั้ย! ปลดราเยวัชลดเสียดทาน ชำแหละช้างศึก ซิโก้-กามา จ่อกุนซือ? (คลิป)

ข่าว

    วลีเจ็บอายมั้ย! ปลดราเยวัชลดเสียดทาน ชำแหละช้างศึก ซิโก้-กามา จ่อกุนซือ? (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ม.ค. 2562 05:30 น.

    “ใครไม่อาย..แต่ผมอาย” วลีสุดจี๊ดที่เปรียบเสมือน “หนามแทงใจ” ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อครั้งที่ “ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” ทำทีมปราชัยทีมชาติญี่ปุ่น 4-0 และซิโก้ ตัดสินใจลาออก หลังมีกระแสข่าวว่าจะถูกปลด

    เวลาผันผ่าน เข้าสู่ปี 2019 ทีมช้างศึกภายใต้การนำของ “มิโลวาน ราเยวัช” กุนซือชาวเซอร์เบีย ได้ถูกปลดฟ้าผ่า หลังทำทีมพ่ายอินเดีย 1-4 ในศึกฟุตบอลเอเชียนคัพ นัดแรก ซึ่งได้ "โค้ชโต่ย" หรือ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ขึ้นมาคุมทีมแบบขัดตาทัพ

    เกิดอะไรขึ้นกับช้างศึกในเกม อินเดียกับไทย ร้ายแรงถึงขนาดขั้นปลดกุนซือที่ทำงานมานาน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับกูรูฟุตบอล 2 คน ได้แก่ “โค้ชตุ้ม” รังสิวุฒิ ชโลปถัมภ์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และนักวิเคราะห์ฟุตบอล และ “แจ๊คกี้” อดิสรณ์ พึ่งยา นักพากย์ฟุตบอลชื่อดัง

     

    ปัญหาสะสม ความพ่ายแพ้ โปรแกรมแข่งที่ไม่ลงตัว ไทยพ่ายอินเดีย

    หากจะถามว่าเพราะเหตุใด “ราเยวัช” ถึงถูกปล้นพ้นเก้าอี้ โค้ชตุ้ม รังสิวุฒิ มองว่า ที่ผ่านมาทีมช้างศึกมีปัญหาสะสมมานานแล้วหลายเรื่อง โดยเฉพาะ สไตล์การเล่น เชื่อว่ามีนักฟุตบอลบางส่วนไม่เห็นด้วยกับวิธีการเล่นของโค้ช ที่เน้นเกมรับมากเกินไป สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นักฟุตบอลรู้สึกคัดค้านอยู่ในใจ การมาเล่นฟุตบอลในเกมจึงออกมาเป็นแบบนัดนี้ (ไทย-อินเดีย)

    “เกมมันควรจะเคลื่อนที่บุก เรื่องแบบนี้นักฟุตบอลก็มีสิทธิจะคิด เพราะฝีเท้าเหนือกว่า ทำไมต้องมารับ ที่ผ่านมา ยุคราเยวัช กองหลังไม่เคยดันมาถึงครึ่งสนาม ก็จะห้อยท้ายไว้ ซึ่งตรงนี้สร้างความไม่พอใจให้กับนักบอล เหมือนฝืนที่จะเล่น แล้วผลงานจะทำได้ดีได้อย่างไร..”

    โค้ชตุ้ม กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ดูแล้วมีความตั้งใจที่จะเล่นช่วยทีม แต่ปัญหาคือไม่มีคู่ขา ขาดการประสาน ทำให้ดูเดียวดาย กลายเป็นว่าทุกคนเล่นเพื่อเอาตัวรอด ความเข้าใจในทีมมันขาดหายไป ส่วน ศุภใจ ใจเด็ด หรือ อดิศักดิ์ ไกรษร แม้จะทำได้ดีในตำแหน่งปีกในระดับอาเซียน แต่การเล่นระดับนี้ ควรจะใช้ปีกอาชีพ ซึ่งตรงนี้มันกระทบเสียหายหมด

    ด้าน แจ๊คกี้ หรือ อดิสรณ์ พึ่งยา นักบรรยายฟุตบอลชื่อดัง มอง 2 ประเด็น คือ ส่วนแรก อินเดียมีความสมบูรณ์กว่าทีมไทย ในเรื่องโปรแกรมการแข่งขัน ลีกของอินเดีย เพิ่งเปิดมาได้ 3 เดือน ในขณะที่ของเราเล่นไปแล้ว 8-9 เดือน แน่นอนนักเตะอ่อนล้า อีกทั้งโปรแกรมการแข่งขันที่รีบเร่ง มีเตะเสาร์ และ พุธ เพื่อหลีกทางมาเตะทัวร์นาเมนต์ ทำให้นักเตะเหนื่อยล้าทั้งจิตใจและร่างกาย ตรงนี้เองทำให้เล่นระยะยาวจึงสู้คู่แข่งไม่ได้ เร่งไม่ขึ้น

    ส่วนที่ 2 ราเยวัช ไม่สามารถวางแท็กติกไปทำลายเกมรับของอินเดียได้ แต่พอเกมเปลี่ยนไทยเสียจุดโทษ ต้องมาบุกแต่ก็เจาะไม่เป็น ต้องอาศัยลูกโยน แต่กลับไม่มีลูกส่งตามช่อง เขาก็ใช้วิธีการเดียวกับเรา คือ รับแน่นๆ รอสวนกลับก็ได้ประตู

    “สิ่งสำคัญที่ทำให้ไทยแพ้อินเดียจะเห็นในครึ่งหลัง คือ นักเตะอินเดีย จะดูมีแรงวิ่งมากกว่าคนไทย จะวิ่งไวกว่าคนไทยก้าวหนึ่ง การแย่งบอลเขาก็ดีกว่า คนดูจึงตั้งคำถามว่าทำไมถึงหมดแรง”

    3 ข้อผิดพลาดราเยวัช ไม่เข้าใจบอลสไตล์ไทยๆ

    สิ่งที่เป็นข้อผิดพลาดของ อดีตกุนซือฟุตบอลทีมชาติไทย ชาวเซอร์เบีย โค้ชตุ้ม ชำแหละออกเป็นข้อๆ รวม 3 ข้อ คือ..

    1.ราเยวัชไม่เข้าใจว่ารูปร่างฟุตบอลคนไทยเป็นแบบนี้ ตัวไม่ใหญ่ จะเอาแนวทางแบบยุโรป หรือ อเมริกาใต้มาใช้ไม่ได้ เพราะสรีระต่างกัน
    2.ระบบการเล่นควรจะยึดโยงกับรูปร่างคนไทย เช่น จะให้เล่นระบบ 4-2-3-1 หรือ 4-4-2 ต้องดูที่สรีระคนไทยด้วย
    3.ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมให้เข้ากับคนไทย ก่อนอื่นคุณต้องเข้าคนไทยให้ได้ก่อน เพราะว่าการสื่อสารก็ไม่ค่อยเข้าใจกันอยู่แล้ว

    “ปัจจุบันมีโลกโซเชียลฯ เข้ามา มีบ้างที่ต้องเจอเด็กไร้วินัย คนที่เข้าไปเป็นแม่ทัพ ต้องเข้าใจถึงปัญหาของเด็กว่ามีอะไรบ้าง เหมือนกับวันนี้เราไม่ใช่เจ้านายลูกน้อง แต่เป็นพี่ที่ดีที่คอยแนะนำได้ แต่จะมาสั่งบอกว่า “ต้องทำแบบนี้ๆๆ” เด็กอาจจะไม่แสดงอาการต่อต้าน แต่การทำเงียบ หากดูฟุตบอลเมื่อวานก็จะทราบ มีการให้เสียงไหม “เฮ้ย..ส่งบอลมา” นี่ไม่มี เหมือนเป็นใบ้ เงียบๆ หากเราดูฟุตบอลต่างประเทศก็จะเห็นว่าตะโกนลั่นสนาม ซึ่งโค้ชกับผู้เล่น ต้องรู้จักสื่อสาร ถ้าโค้ชกับผู้เล่นไม่มีมนุษยสัมพันธ์มันก็ยาก”

    แบบนี้เรียกว่าปัญหาถูกสะสมแล้วระเบิดในสนาม.. โค้ชตุ้ม กล่าวเสียงแข็ง “แน่นอน..” ก่อนกล่าวต่อว่า พอทีมชุดใหญ่กลับมา บางคนมีประสบการณ์สูงแล้ว รุ่นพี่กลับมาก็เริ่มพูดกัน สมัยก่อนจะมีการหมุนเวียนนักเตะ การเรียกนักฟุตบอลแบบนี้กลับมาก็ถือว่าพลาดแล้ว เพราะนี่เป็นฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ ไม่ใช่ระยะยาว

    ...คุณเรียกเขาเข้ามา แล้วจะปรับให้เขาเป็นซุปเปอร์แมนเลย มันทำไม่ได้หรอก ถ้าเป็นฟุตบอลลีกยาวก็ใช้ไป แต่บอลทัวร์นาเมนต์ จำเป็นต้องใช้ตัวที่เฉพาะเจาะจง คุณจะมาเปลี่ยนแท็กติกกะทันหันแบบนั้นไม่มีใครปรับตัวทัน ยกเว้นบางคนที่มีเซนต์ฟุตบอลสูง ขนาดเมืองนอกนักเตะเล่นอยู่ตรงกลางถูกปรับไปเล่นริมเส้นเขาก็ไม่อยากเล่น

    สไตล์การเล่น “ราเยวัช” เหมาะกับเจอคู่แข่งแกร่งกว่า

    นักบรรยายฟุตบอลชื่อดัง มองว่า สไตล์การเล่นของ “ราเยวัช” เหมาะสำหรับใช้กับคู่แข่งที่แกร่งกว่า จะเห็นได้ว่า ตอนเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 3 นัดสุดท้ายเขาได้คำชมอยู่ว่า “ทำเกมรับได้ดี เสียประตูยาก” พอมาเล่นในอาเซียนก็ไม่เหมาะแหละ เพราะทีมไทยจะมาตั้งรับกับทีมมาเลเซีย มันก็จะผิดธรรมชาติ

    “เมื่อเจอทีมมาตรฐานอาจจะดูด้อยกว่าเราไม่มากเราจะไปตั้งรับ ก็จะมีเสียงวิจารณ์เยอะ ผมก็เห็นด้วยกับแฟนบอลในอาเซียนที่เราต้องบุก พอคุยกับรุ่นพี่ที่เป็นทีมชาติหลายๆ คน เขาก็บอกว่าตอนเขาเล่นก็ไม่เคยตั้งรับ มาเลเซียกับอินโดฯ เขาก็บุกอย่างเดียว พอไปเล่นระดับทวีปก็น่าจะเหมาะ”

    ต้องชมอินเดียว่าทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เขาวิเคราะห์ได้ดีว่าจะสู้กับไทยอย่างไร เขาสามารถจับ 2 คน คือ ธีรศิลป์ กับ ชนาธิป ได้ เขาก็ป้องกันได้ ประสิทธิภาพทีมชาติไทยก็น้อยลง ซึ่งเขาตัด ชนาธิปกับธีรศิลป์ออกไปเลย

    เปลี่ยนม้ากลางศึก ผลลัพธ์อาจไม่น่าพิสมัย เชื่อนักเตะไม่เล่นไล่โค้ช

    สำหรับการแข่งขันในตอนนี้ มีการเปลี่ยนโค้ชระหว่างแข่งขัน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร นายรังสิวุฒิ กล่าวลั่น “มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเขาทำกันนะ”

    นายรังสิวุฒิ หรือ โค้ชตุ้ม อธิบายว่า เรื่องแบบนี้มองว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคล เพราะเขาพูดไว้เยอะและโดนด่าเยอะ เขาจึงจำเป็นต้องลดกระแส ตอนนี้จะแพ้อีก 4-0 หรือ 5-0 ก็ไม่เสียหาย เพราะถือว่าได้เปลี่ยนแล้ว หากไปเสมอก็ไม่เสียหาย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ “ฉลาดคิด” กลับกัน หากเป็นโค้ชที่ถูกปลดเขาก็ต้องพูดว่า.. “ทำไมไม่ให้ผมแก้ตัว” การแก้ปัญหาแบบนี้เป็นการทำเพื่อตัวเองเพื่อลดกระแส!

    ด้าน แจ๊คกี้ กล่าวว่า ผมว่าการเปลี่ยนโค้ชแบบนี้มีผลนะ เขาทำทีมชุดนี้มานานละ ตั้งแต่ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ปีกว่าละ ที่เขาเปลี่ยน อาจเป็นไฟต์บังคับของทางสมาคมฯ ด้วย เพื่อลดกระแส คนโจมตี ลดกระแสของแฟนบอลดู แต่ไม่รู้ว่าเป็นการตัดสินใจถูกต้องไหม

    มีโอกาสไหม ที่นักเตะเล่นไล่โค้ช แจ๊คกี้ ตอบอย่างเชื่อมั่นว่า ที่ผ่านมา นักฟุตบอลก็เล่นตามโค้ชสั่ง แต่แมตช์นี้มันอาจจะเป็นเกมที่พิเศษไปหน่อย นักบอลเราเล่นเข้าทางอินเดีย อินเดียเล่นรอจังหวะ ตั้งแต่ลูกแรกถึงลูกที่ 4 เราเสียแฮนด์บอล โดน 1-0 เราก็ไล่มา 1-1 แต่ครึ่งหลังเสีย 3 ลูก ราเยวัช เขาไม่ได้ทำเกมบุกอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเน้นการตั้งรับและสวนกลับ

    ซิโก้ หรือ กามา ตัวเต็งกลับมาทำงานว่าที่โค้ชช้างศึก

    กลับมาที่ โค้ชตุ้ม วิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมา ซิโก้ ทำฟุตบอลได้ประทับใจคนดู เพราะเขาดึงเอาความสามารถของนักเตะมาใช้ให้เข้าระบบ ตัวเล็ก เร็ว เล่นลูกสั้น ทีมชาติสเปนเขาเล่นกันมีตัวเล็กๆ ผสมกับตัวใหญ่เขาก็เล่นลงตัว เพราะเขาใช้สรีระร่างกายมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์

    “สิ่งที่แฟนๆ เรียกร้อง “ซิโก้” เพราะเขาอยากเห็นรูปแบบการเล่น เอกลักษณ์แบบซิโก้ ส่วนตัวผมอยากให้แยกเรื่องการเมืองออกจากฟุตบอล เพราะฟุตบอลคือกีฬาสากล ดังนั้น คนที่จะเข้ามาทำก็ต้องไม่คิดเรื่องการเมือง”

    ขณะเดียวกันการว่าจ้าง โค้ช มันควรจะเป็นสัญญาระหว่างคนต่อคน อาจจะมีปัญหาบ้าง กรณีซิโก้มีปัญหาเรื่องสัญญาจ้างตั้งแต่รุ่น นายกวรวีร์ (บิ๊กบัง วรวีร์ มะกูดี) ดังนั้นเรื่องแบบนี้ต้องคุยกัน ที่ผ่านมา คนที่เคยเป็นเพื่อนกันยังกลับมาคุยกันได้ หรือแม้แต่ชกกัน กลับมาเป็นเพื่อนรักกันมากกว่าก็มี

    ดังนั้นคนที่เหมาะที่จะกลับมาทำทีมตอนนี้ก็คือ “ซิโก้” เพราะเขาทำทีมให้มีเอกลักษณ์ในการเล่น เป็นบอลสวยงาม เพียงแต่อเขาอาจจะทำดี 80 เสีย 20 คุณตัดเขาเลยแบบนี้มันจะกลายเป็นรากฐานที่ไม่ดีต่อคนอื่นที่จะเข้ามา

    “ส่วนตัวแล้ว อยากให้ เลิกเหอะ จ้างโค้ชฝรั่ง.. เราเข้าใจวิสัยและภาพลักษณ์คนไทย ที่ผ่านมา เรามานิยมของนอกมาตลอด คิดว่าของนอกต้องดี ถามว่าโค้ชต่างชาติในไทยลีก มีเยอะมั้ย แล้วทำดีหรือเปล่า ตอบเลยว่าทีมจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนักเตะ 80%โค้ช 20%”

    ด้านแจ๊คกี้มองว่า คนที่มีโอกาสที่จะมารับไม้ต่อจาก ราเยวัช อาจจะเป็น “อเล็กซานเดอร์ กามา” กุนซือทีมชาติไทยยู-23

    “โค้ชซิโก้ ตัดออกได้เลย..เพราะ เขาทำงานกับทางสมาคมฟุตบอลฯ นี้ไม่ได้ ทั้งปัญหาความขัดแย้ง และด้วยทีมเทคนิค ทั้งตัวนายกสมาคมเอง กับประโยคอมตะ “ใครไม่อายผมอาย” ที่ไทยเจอญี่ปุ่น และเป็นเหตุชนวนให้โค้ชซิโก้ลาออก ส่วนโค้ชไทยคนอื่นๆ ก็ไม่น่าจะรับ”

    สิ่งที่ต้องรอดู คือ อีก 2 นัดจากนี้ ที่ บาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผมเชื่อว่าทางสมาคมคุยกันแล้ว น่าจะเลือกโค้ชต่างชาติ ซึ่งจะหาโค้ชต่างชาติคนใหม่ก็ยาก หลังจากหมดโปรแกรมนี้ก็จะมี เกมอุ่นเครื่อง กับฟุตบอลคิงส์คัพชุดใหญ่ นอกนั้นก็เป็นซีเกมส์ชุดเล็ก ดังนั้น โอกาสที่หวยจะไปออกที่ อเล็กซันเดอร์ กามา ก็มีค่อนข้างสูง เพราะเขาคุม U23 อยู่ รู้จักบอลไทยค่อนข้างดีอยู่แล้ว กามาก็ประสบความสำเร็จการคุมทีมของสโมสรเชียงรายด้วย มีโอกาสที่เขาจะควบ 2 ตำแหน่ง และมีโอกาสที่จะพลักดันนักเตะชุด 23 ปี มาเป็นแกนหลักได้ เพราะอย่าลืมว่าธีรศิลป์ ก็เกือบ 30 เหลือ เมสซี เจ

    สิ่งที่จะพลิกสถานการณ์ได้คือ กำลังใจนักเตะทุกคน

    โค้ชตุ้ม อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย กล่าวให้กำลังใจรุ่นน้อง และให้ข้อคิดในการพลิกสถานการณ์ว่า ถึงตอนนี้ นักฟุตบอลทุกคนต้องช่วยกัน ถามว่าแต่ละคนก็เล่นกับตัวต่างชาติแบบนี้มาแล้วทั้งนั้น ขอให้ทุกคนมาช่วยกันเป็นทีมเวิร์ก คุณต้องหาสปิริตในทีมให้เร็วที่สุด ไม่มีอะไรหรอกที่คนไทยทำไม่ได้ หากจิตใจสู้เชื่อว่าทำได้หมด

    โดยฝีเท้าเชื่อว่าสู้ได้ ถ้าอยากเล่น อยากสู้จริงๆ สู้ได้ เล่นฟุตบอลจากเท้าสู่เท้า เคยเล่นด้วยกันมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนรู้ว่าพื้นที่ตรงไหนใครจะไปหรือขยับ คนเคยเล่นด้วยกันมานาน คุยกันทุกอย่างก็จบ

    “คุณเป็นนักฟุตบอลมีหน้าที่เล่น ก็ทำให้เต็มที่ อย่าไปสนใจด้านอื่น คุณต้องพิสูจน์ มันไม่ได้สำคัญที่ชื่อตัวเอง แต่สำคัญที่ธงไตรรงค์ คุณไปในนามทีมชาติ ชื่อของตัวเองเอาไว้ทีหลัง เพราะพวกคุณไปทำหน้าที่แทนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นกีฬานิยมที่คนไทยรอดูพวกคุณอยู่ ต้องสร้างแรงศรัทธากลับมาให้ได้ ฟุตบอลแพ้..อีกสักพักกองเชียร์ก็จะกลับมาให้กำลังใจคุณอีก”

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ซิโก้ราเยวัช โดนปลดฟุตบอลทีมชาติไทยเอเชียนคัพทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 22:16 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์