ห้องน้ำมีงู! ไขปมเชิงวิศวกร ชี้ 3 ช่องทางเร้นลับ เลื้อยเข้าชักโครกโผล่ถี่ๆ

ข่าว

    ห้องน้ำมีงู! ไขปมเชิงวิศวกร ชี้ 3 ช่องทางเร้นลับ เลื้อยเข้าชักโครกโผล่ถี่ๆ

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 พ.ย. 2561 05:30 น.

    งูโผล่คอห่านชักโครก บางคนโชคดีไม่ถูกกัด แต่บางคนโชคร้ายถูกฉกจนต้องเย็บไป 15 เข็ม ดังรายล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อ 8 พ.ย.61 ถูกงูเหลือมขนาด 2 เมตร โผล่จากคอห่าน พุ่งงับเข้าที่ปลายอวัยวะเพศ ขณะนั่งทำภารกิจส่วนตัวภายในห้องน้ำ ในบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 188/76-77 ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 5 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ

    ไม่เพียงเฉพาะในเมืองเท่านั้นที่เกิดเหตุผวา เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 61 ก็มีข่าวงูเหลือม 3 ม. โผล่ชักโครก กัดก้นและข้อมือซ้ายสาว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ขณะที่นั่งทำธุระส่วนตัวอยู่ภายในห้องน้ำ เจ็บหนัก ใจเด็ดคว้าคองูฟาดไม่ยั้ง สร้างความตกอกตกใจไม่น้อย จนชาวบ้านกลัวว่าวันดีคืนดีอาจจะมีงูโผล่ขึ้นมาจากคอห่านอย่างไม่คาดคิดได้

    ทำไมช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ถึงมีงูผลุบโผล่ชักโครกถี่เสียเหลือเกินทั้งใน กทม.และ ตจว. การก่อสร้างห้องน้ำลักษณะใดที่อาจเป็นช่องโหว่ให้งูเข้ามาในชักโครก แล้วจะหามาตรการป้องกันตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัย? ซึ่งนับว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบจาก 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และนายสัตวแพทย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

    ไขปมเชิงวิศวกร ชี้ 3 ช่องเร้นลับ งูเลื้อยเข้าชักโครก

    โดย รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) มาไขข้อข้องใจในเชิงวิศวกร ว่า งูมักจะเลื้อยเข้าตามรูที่จะสามารถเข้าได้จากภายนอกอาคาร แม้กระทั่งทางท่อระบายน้ำแอร์ ในช่วงที่ไม่มีน้ำไหล ซึ่งหากเปิดหน้ากากแอร์เพื่อทำความสะอาด บางครั้งก็เจอซากงูด้วย ส่วนการที่งูเข้าไปโผล่ตามชักโครกนั้นเกิดจาก 3 ประเด็น ดังนี้

    1. ท่อระบายน้ำแตก ทั้งนี้ในการสร้างบ้านต้องมีการวางระบบท่อ และบ่อส้วมซึมไว้ใต้ดิน ซึ่งขุดบ่อไว้ด้านนอกและใช้ฝาปิด โดยนิสัยแล้วงูชอบอยู่ในที่ 3 ลักษณะ คือ โพรง ชื้น และมืด หากเกิดการชำรุด หากท่อชักโครกที่ต่อตรงไปท่อบำบัดแตก อาจทำให้งูเลื้อยผ่านเข้าท่อระบายน้ำ แล้วหลุดเข้ามาที่บ่อเกรอะได้ ทำให้งูเลื้อยผ่านไปยังท่อที่เชื่อมกับคอห่านได้ง่ายดาย และทุกครั้งที่กดน้ำชักโครก น้ำจะซึมไหลตามท่อที่แตก ทำให้เกิดโพรงในดิน จนเกิดความชื้นและมืด งูจึงอาจเข้าไปทำรัง

    2. ท่อระบายอากาศส้วม ซึ่งมีลักษณะตัวทีสั้นๆ ขนาด 2 นิ้ว อยู่โผล่เหนือดิน

    3. บ่อบำบัดน้ำเสีย หรือบ่อเกรอะ ซึ่งอยู่ลึกใต้ดิน 10-20 เมตร ท่อไม่ได้ติดตาข่าย หรือฝาบ่อมีความชื้นและมืด หากแตกชำรุด เป็นโพรง งูอาจจะเข้าไปทำรังได้ หรือเลื้อยเข้ามาจากท่อที่เชื่อมบ่อเกรอะ

    หลักแนวคิด ก่อนสร้างบ้าน ส้วม กันทางไม่ให้งูโผล่

    ส่วนวิธีป้องกัน หรือแก้ไข ไม่ให้อสรพิษร้ายโผล่เข้าบ้าน ควรทำอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญในเชิงวิศวกรแนะนำไว้ดังนี้ บ้านที่งูเข้ามาโดยมาก ตัวชักโครกและบ่อบำบัดอยู่ติดกัน พองูเข้ามาตามท่อก็โผล่มาที่ชักโครกเพื่อหาทางออก ถ้าจะสร้างบ้านใหม่ ควรทำท่อให้ห่างจากบ้านให้มาก แต่ก็จะมีภาระในการดูแลรักษา เนื่องจากฝังใต้ดิน อาจแตกได้ เพื่อลดภาวะเสี่ยงในอนาคต ควรยึด 4 หลักของการสร้างบ้าน คือ ออกแบบดี ใช้วัสดุดี การก่อสร้างดี และการบำรุงรักษาที่ดี

    กรณีท่อระบายอากาศอยู่ไม่สูงนัก ให้หาตะแกรงคลุมปลายท่อ และมัดให้แน่น แต่ปัจจุบันหมู่บ้านจัดสรร มีวิธีป้องกันโดยเดินท่อระบายอากาศแนบผนังให้อยู่สูงในระยะเกือบชั้นสองของบ้านที่งูไม่สามารถเลื้อยเข้าไปได้ ซึ่งหลายคนคิดว่า เพื่อตัดปัญหา งั้นไม่ต้องมีท่อระบายอากาศได้หรือไม่ รศ.เอนก อธิบายว่า จะมีผลกระทบเวลากดปล่อยน้ำ อากาศจะดันทำให้การไหลลงของสิ่งปฏิกูลไม่มีประสิทธิภาพ เกิดน้ำเอ่อ ส่วนบ่อเกรอะก็ทำตาข่ายที่ปลายท่อกันไว้

    ห้องน้ำชั้นล่างของบ้านมีโอกาสเกิดงูเข้าบ้านบ่อยกว่าห้องน้ำด้านบน เพราะงูเลื้อยขึ้นไม่ได้ ต้องหมั่นตรวจสอบและแก้ไขระบบท่อ หากมีการรั่ว มีช่องโหว่ ให้รีบแก้ไข บริเวณปลายท่อน้ำทิ้งควรติดตั้งตะแกรงหรือตาข่ายป้องกันงูไม่ให้เลื้อยผ่านเข้ามายังท่อ ส่วนบ่อเกรอะหากเป็นระบบเก่า ให้ทำระบบใหม่ โดยเดินท่อให้ห่างจากชักโครก แต่เดี๋ยวนี้บ่อบำบัดสมัยใหม่ โอกาสงูจะเข้าตรงท่ออากาศมีน้อย เพราะมีแผงบำบัดน้ำเสียหลายขั้นตอนเยอะ รศ.เอนก กล่าว

    โถส้วม ทางรอดเดียวของงู ผลุบโผล่ชักโครก ต่อลมหายใจ

    เมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญ เป็นงูตัวเขื่องๆ เท่าแขนซ่อนอยู่ในท่อ จะมีวิธีสังเกตหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลาน นายสัตวแพทย์เกษตร สุเตชะ ระบุว่า ไม่มีทางสังเกตได้ว่า ขณะหรือก่อนนั่ง มีงูในชักโครกหรือไม่ โดยอธิบายว่า เหตุที่งูมักโผล่ตามชักโครก ต้นเหตุคือต้องการเข้าไปหาอาหาร คือหนู ตามสัญชาตญาณก็เลื้อยไปตามซอกหลืบไปทั่ว บางทีคิดว่าเป็นรูหนู ก็เลื้อยเข้าไปโดยไม่รู้ว่าเป็นบ่อส้วม

    มื่อเลื้อยเข้าบ่อเกรอะแล้วก็พยายามหาทางออก เพราะในบ่อเกรอะ ก๊าซมีเทนเยอะ ออกซิเจนน้อยมาก ต้องกลั้นหายใจ พองูมองเห็นเเสงสว่าง เวลาคนเปิดไฟเมื่อเข้าห้องน้ำ งูจะพุ่งตัวขึ้นมาหาแสงสว่าง เพราะเข้าใจว่ามีออกซิเจนให้หายใจได้อีกเฮือก ทั้งนี้หากยังหาทางออกไม่ได้ หรือไม่โผล่ออกทางชักโครก ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้เต็มที่ครึ่งวัน จากนั้นอีกไม่กี่วันก็จะตายไปเอง เพราะขาดออกซิเจน

    “สังเกตจากข่าวคนโดนงูกัดในชักโครก หรือคอห่าน มักเป็นงูตัวใหญ่ทุกครั้ง เหตุเพราะเมื่อเข้าไปในบ่อเกรอะ ต้องกลั้นหายใจดำน้ำ พอโผล่มาในบ่อเกรอะ ออกซิเจนน้อย มีแต่ก๊าซมีเทน เพราะฉะนั้นต้องเป็นงูตัวใหญ่ ที่ปอดใหญ่ แล้วกลั้นหายใจได้นาน งูมักโผล่ชักโครก เพราะโถส้วมคือทางรอด มันออกมาก็เพื่อมาหายใจ แต่พอโผล่มาเจออะไรของคนแล้วตกใจงับ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง” นายสัตวแพทย์เกษตรอธิบาย

    งูอยู่ในชักโครก มีวิธีสังเกตหรือไม่ คลายสงสัยโดนกัด ห้ามกระชากงูจากแผล

    มีวิธีรับมืออย่างไร หากโชคร้าย จ๊ะเอ๋กับงูในชักโครก ควรทำตัวอย่างไรนั้น นายสัตวแพทย์เกษตร สุเตชะ แนะนำว่า
    หากต้องเข้าห้องน้ำ อย่างแรกควรเปิดไฟในห้องน้ำให้สว่าง เพื่อการมองเห็นสิ่งต่างๆ ในห้องน้ำได้อย่างชัดเจน เมื่อพบว่ามีหัวงูโผล่มา ให้กดชักโครกทันที หากนั่งปลดหนักหรือเบาอยู่ แล้วโผล่มา ถ้ายังไม่ทันงับ ให้ปิดฝาชักโครก แล้วกดชักโครก หากโชคร้ายถูกงับ กัด ให้ร้องขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน

    แต่สิ่งสำคัญที่สุด อย่ากระชากงูออกจากแผล เพราะจะทำให้ฉีกเหวอะ เย็บแผลยาก ควรกำคองูไว้ แล้วง้างปากออก แผลจะได้ไม่ฉีก รักษาได้ง่าย กรณีงูมีพิษกัด เช่น งูเห่า งูจงอาง ให้รีบไป รพ.ที่ใกล้ด่วนที่สุด โดยไม่ต้องขันชะเนาะใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าเป็นไปได้ ให้นำงูที่กัดไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย เพื่อความรวดเร็วในการรักษา จะได้ให้ยาถูก เพราะถ้าไม่รู้ว่าเป็นงูชนิดใดกัด เมื่อไปถึง รพ. ต้องรอดูอาการ 24 ชม. ซึ่งบางทีรักษาไม่ทัน  

    “บ้านที่เคยมีงูโผล่ จะมีโอกาสเกิดซ้ำได้อีก แน่นอน จึงจำเป็นต้องไปวางตะแกรงปิดท่อทางน้ำที่ออกจากบ่อเกรอะ ไม่ให้งูเข้าได้ แต่เดี๋ยวนี้ บ้านยุคใหม่จะทำปิดอัตโนมัติ ส่วนใหญ่ที่งูโผล่ มักเกิดจากการใช้อุปกรณ์รุ่นเก่า หรือเคยเป็นส้วมซึมแล้วปรับเป็นชักโครก ไม่ได้ปรับระบบท่อใหม่” นายสัตวแพทย์เกษตร ชี้แนะในทำนองเดียวกับ รศ.เอนก

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมักมีข่าวงูโผล่จากชักโครกพบเยอะมาก นายสัตวแพทย์เกษตร ให้เหตุผลว่า เนื่องด้วยทุกคนมีสื่อในมือ นั่นคือโทรศัพท์ เมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ถ่ายและแชร์ทันที ซึ่งจริงๆ แล้วความถี่เท่าเดิม แต่ว่าคนบันทึกภาพเพิ่ม และอีกประเด็นคือ ในสังคมเมือง เป็นที่อยู่ที่ดีและเหมาะสมสำหรับการแพร่พันธุ์ของงูหลาม งูเหลือม อย่างมาก เหตุจากคนทิ้งเศษอาหาร ซึ่งเป็นอาหารของหนู และหนูคือ อาหารของงูนั่นเอง

    จนท.สถานีดับเพลิงพญาไท ช่วยเหลือประชาชนในชุมชนครัวเหนือ ซ.เพชรบุรี 12 จับงูเหลือมยาวประมาณ 2 ม.
    จนท.สถานีดับเพลิงพญาไท ช่วยเหลือประชาชนในชุมชนครัวเหนือ ซ.เพชรบุรี 12 จับงูเหลือมยาวประมาณ 2 ม.

    หน้าที่ดับไฟ ไฉนมาจับงู เคยจับได้ยาว 7-8 ม. หนักเกือบ 200 โล 

    เมื่อต้องเผชิญกับงูในบ้าน น้อยคนจะรู้ว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการจับ คือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า พันธุ์พืช กรมป่าไม้ (โทรสายด่วน.1362) แต่ตามข่าวพระเอกที่เข้ามาช่วยจับงูมักเป็นเจ้าหน้าที่ มูลนิธิ หรือกู้ภัยต่าง ๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพิลง ซึ่งช่วยจับงูให้ประชาชนมา 15 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปี 2546 หลังจากกรมตำรวจที่เป็นต้นสังกัดของตำรวจดับเพลิงโอนมาให้อยู่ในส่วนของ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ตามมติ ครม. โดยหลังจากจับงูแล้วจะนำมาพักไว้ที่สถานีฯ ของแต่ละเขตตามที่ประชาชนโทรแจ้งให้ไปช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะรวบรวม นำส่งต่อให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า พันธุ์พืช ถ.พหลโยธิน เพื่อนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติ

    จำนวนสถิติในการรับแจ้งเหตุเกี่ยวกับงูเพิ่มมากแค่ไหน?  ทีมข่าวฯ สอบถามจากนายนิรุจน์ จิตจินดา หัวหน้าฝ่ายการสื่อสาร ศูนย์วิทยุพระราม สายด่วน 199 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทุกคนสามารถจับงูได้ ทุกคนก็มีความกลัวเหมือนกัน แต่ก็ขจัดความกลัวออกไป ด้วยหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝั่งธนเคยจับงูที่มีความยาว 7-8 เมตร และหนักเกือบ 200 โลฯ

    จนท.สถานีดับเพลิงพญาไท ช่วยเหลือประชาชนใน ซ.ศรีอยุธยา 5 จับงูเหลือมยาวประมาณ 2.50 ม.
    จนท.สถานีดับเพลิงพญาไท ช่วยเหลือประชาชนใน ซ.ศรีอยุธยา 5 จับงูเหลือมยาวประมาณ 2.50 ม.

    สถิติย้อนหลัง 4 ปี เหตุงูเพิ่มขึ้นทุกปี สูงสุดเดือน ต.ค. 60 กว่าสี่พัน

    สำหรับสถิติเหตุงู ในพื้นที่ กทม. ปี 57-60 พบว่ามีจำนวนรับแจ้งเหตุเพิ่มขึ้นทุกปีๆ โดยปี 2557 รับแจ้ง 16,920 ครั้ง , ปี 2558 รับแจ้ง 24,559 , ปี 2559 รับแจ้ง 29,919 ครั้ง ,ปี 2560 รับแจ้ง 34,353 ครั้ง ส่วนปี 2561 ตั้งแต่เดือน ม.ค. - ต.ค. รับแจ้งทั้งสิ้น 30647 ครั้ง ซึ่งในเดือน ก.ย. รับแจ้งเหตุสูงสุด 4405 ครั้ง และจากสถิติย้อนหลังพบว่าเคยรับแจ้งเหตุงูมากสุด 4138 ครั้งในเดือน ต.ค. 60

    **คลิปงูตัวใหญ่ที่สุดที่นักดับเพลิงเคยจับได้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา**

    สถิติเหตุงู รันตามจำนวนครั้งที่ประชาชนโทรมาแจ้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจับงูได้ตามจำนวนตัวเลขที่ระบุในแต่ละเดือน เพราะบางครั้งออกไปดูในพื้นที่แล้วไม่เจอ หรือจับได้สองตัวก็มี เราไม่มีการแจงละเอียดยิบ เพราะในแต่ละวันจะมีการแจ้งเหตุหลายอย่างมาก ทุกเจ็ดโมงเช้าจะมีการสรุปว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง การจับงูคือ 1 ใน 10 ประเภทภัยที่พวกเราปฏิบัติกันอยู่” นายนิรุจน์กล่าว และทิ้งท้ายว่าหากประชาชนประสบเหตุเพลิงไหม้ และเหตุกู้ภัยอื่นๆ โทรแจ้งศูนย์วิทยุพระราม สายด่วน 199 หรือ แอดไลน์ค้นหา ID "@praram199" เพื่อขอความช่วยเหลือได้

    หน้าที่หลักของนักดับเพลิง เข้าระงับไฟไหม้มินิบัส สาย 12 วอด 2 คันรวด ในซอยหัสดิเสวี สุทธิสารวินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ย. 61
    หน้าที่หลักของนักดับเพลิง เข้าระงับไฟไหม้มินิบัส สาย 12 วอด 2 คันรวด ในซอยหัสดิเสวี สุทธิสารวินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ย. 61

    สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    reporter.thairath@gmail.com  หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เตือนภัยงูโผล่ชักโครกงูโผล่ส้วมงูโผล่คอห่านทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14:14 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์