จากกรณีดีเจสาวรายหนึ่งทำทีขอลูกแมวไปเลี้ยง แต่สุดท้ายกลับพบว่าลูกแมวที่รับไปเลี้ยงถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมมากกว่า 20 ตัว โดยเพจ WATCHDOG THAILAND คาดว่าเป็นการฆ่าสัตว์เพื่อแลกเหรียญใน “ดาร์กเว็บ” (Dark Web) จึงเกิดเป็นข้อสงสัยของคนในสังคมที่ว่า...
ดาร์กเว็บคืออะไร แตกต่างจากเว็บทั่วไปอย่างไร และที่ว่า Sex วิตถาร ความรุนแรง ยาเสพติด อาวุธ มีอยู่จริงในดาร์กเว็บหรือไม่ ที่สำคัญอีกข้อนั่นก็คือ เมื่อเราเข้าดาร์กเว็บแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง?
โดยผู้ที่จะมาให้คำตอบในเรื่องเหล่านี้ คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
ดาร์กเว็บ = รสนิยมแปลก ความรุนแรง ผิดกฎหมาย
ดาร์กเว็บ (Dark Web) เป็นเว็บไซต์ไม่เหมาะสม ที่มีเนื้อหาความรุนแรง ผิดกฎหมาย ซึ่งถูกแบนไม่ให้ค้นหาเจอโดย Google โดยเว็บส่วนใหญ่จะมีจุดประสงค์ เพื่อใช้ในเชิงผิดกฎหมายต่างๆ เช่น ฆ่าหมา ฆ่าแมว เอาอวัยวะออกมา หรือการขายสิ่งผิดกฎหมายอย่างยาเสพติด อาวุธสงคราม ซึ่ง Community เหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นสำหรับเว็บใต้ดินโดยเฉพาะ
“ยกตัวอย่าง เวลาที่คุณเข้าดาร์กเว็บ ก็เหมือนกับตอนที่คุณเข้าผับใต้ดินที่เข้าไปต้องคลุมหน้า ปกปิดตัวตนหมด ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครอยู่ข้างในบ้าง เพราะฉะนั้น บราวเซอร์ที่จะเข้าไปได้ต้องไม่ใช่บราวเซอร์ปกติ” ดร.โกเมน อธิบาย
...
ดาร์กเว็บ แตกต่างจากเว็บไซต์ทั่วไปอย่างไร?
เว็บไซต์มี 3 ประเภท คือ "Surface Web" เว็บไซต์ที่เข้าถึงได้โดยทั่วไป เช่น Google Wikipedia Bing Yahoo
ส่วน "Deep Web" ผู้ใช้ทั่วไปจะไม่สามารถค้นหาเว็บไซต์เหล่านั้นผ่านการค้นหาจาก Google หรือ Search Engine อื่นๆ ได้ แต่ยังคงสามารถเข้าผ่าน URL ได้ตามปกติ โดยเว็บไซต์เหล่านั้นได้แก่ เว็บไซต์ที่จำเป็นต้อง Login ก่อน, เว็บเมล เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารการศึกษา บันทึกการแพทย์ เอกสารกฎหมาย รายงานทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลรัฐบาล หรือคลังข้อมูลขององค์กร
ขณะที่ "Dark Web" เปรียบเสมือนตลาดมืดออนไลน์ ไม่สามารถค้นหาได้จาก Search Engine หรือบราวเซอร์ทั่วไป อย่าง Google Chrome, Fire Fox, Safari, Internet Explorer ได้ เพราะบราวเซอร์เหล่านี้จะมีตัวคัดกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออก โดยหากจะเข้าถึงดาร์กเว็บ จะต้องติดตั้งโปรแกรมพิเศษ ซึ่งเป็นบราวเซอร์ที่มีการเข้ารหัสระหว่างหัวท้าย และไม่บ่งบอกตัวตน ข้อมูลส่วนใหญในดาร์กเว็บจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เช่น การค้ายาเสพติด ค้าประเวณี ค้าอาวุธ แหล่งซ่องสุมแฮกเกอร์
...
การเข้าถึงดาร์กเว็บ ไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างที่อธิบายข้างต้นว่า ดาร์กเว็บไม่สามารถเข้าผ่านบราวเซอร์อย่าง Google Chrome, Fire Fox, Safari, Internet Explorer ได้ เพราะบราวเซอร์เหล่านี้จะมีตัวคัดกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แต่การจะเข้าถึงดาร์กเว็บได้นั้น จะต้องติดตั้งโปรแกรมพิเศษขึ้นมา ซึ่งเป็นบราวเซอร์ที่มีการเข้ารหัสระหว่างหัวท้าย เน้นการปกป้องความเป็นส่วนตัว ไม่บ่งบอกตัวตนของผู้ใช้งานในโลกออนไลน์โดยการซ่อน IP address ของผู้ใช้ สามารถเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์ออนไลน์ได้และทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ที่โดนบล็อกได้
“ยกตัวอย่าง เวลาที่ใช้ Internet Explorer เข้าเว็บไซต์ต่างๆ ในต่างประเทศก็จะโชว์ IP address ว่ามาจากที่ไหน แต่หากใช้บราวเซอร์พิเศษนี้ จะไม่โชว์ เพราะฉะนั้น ต้นทางปลายทางก็จะทำให้ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน และยังสามารถค้นหาเว็บไม่เหมาะสมเหล่านี้ได้ โดยไม่ถูกบราวเซอร์แบนเนื้อหาด้วย” ดร.โกเมน กล่าว
...
Sex วิตถาร จ้างฆ่า มีจริงหรือไม่ในดาร์กเว็บ?
เรื่องนี้ ดร.โกเมน ตอบว่า “ก็คงมีแหละ เราไม่ได้พูดถึงเมืองไทยนะ เรากำลังพูดถึงคนทั้งโลก 4 พันกว่าล้านคนที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตก็จะมีคนที่มีรสนิยมไม่เหมือนคนอื่น สมัยก่อนก็มีเป็นกลุ่มๆ แต่เมื่อมีอินเทอร์เน็ตก็มาแชร์ข้อมูลร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์กันก็ทำให้เกิด Community
ส่วนเรื่องเสี่ยงคอมฯ ติดไวรัส เครื่องพังนั้น ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่แค่ดาร์กเว็บเท่านั้น หากเข้าเว็บไม่เหมาะสมทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเว็บโป๊ เว็บพนันทั้งโลก ย่อมมีความเสี่ยงเรื่องไวรัสอยู่แล้ว ยิ่งหากไม่ได้ใช้แอนตี้ไวรัส ก็อาจจะถูกส่งคุกกี้เข้ามาในเครื่อง ทำให้เครื่องคอมฯ เกิดปัญหาได้”
...
ระวังงานเข้าไม่รู้ตัว! แฮกเกอร์ ตำรวจ สืบร่องรอยสาวถึงตัว
ดร.โกเมน เตือนผู้ที่คิดอยากจะเข้าดาร์กเว็บด้วยว่า อย่างแรกที่ต้องระวังนั่นก็คือ แฮกเกอร์สายมืดที่รวมตัวกันอยู่ในดาร์กเว็บ เมื่อเข้าไปดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสม พลาดท่าส่งอีเมล์ ที่อยู่ หรือคอนแท็กต่างๆ ทั้งที่เครื่องไม่มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส ก็เสี่ยงที่จะโดนแฮกเกอร์มืออาชีพตามหาตัว หรือแฮกเข้าเครื่อง เพื่อใช้เครื่องของเราเป็นฐานในการโจมตีหรือทำอะไรอย่างอื่น ซึ่งตัวเราเองก็มีความเสี่ยงงานเข้าโดยไม่รู้ตัวก็ได้
นอกจากแฮกเกอร์แล้ว คนที่เข้าดาร์กเว็บยังมีอินเตอร์โพลล์ ตำรวจ คอยเฝ้ามอนิเตอร์สิ่งเหล่านี้อยู่ ถ้าไปมีปฏิสัมพันธ์ สั่งของผิดกฎหมาย หรือทำอะไรโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตำรวจอาจสาวมาถึงตัวเราถูกจับกุมก็เป็นไปได้
ที่สำคัญที่สุด คอนเทนต์ในดาร์กเว็บไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์สักเท่าไร หากหมกมุ่นมากๆ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้
แลกเปลี่ยนด้วยเงินดิจิตอล ตรวจสอบเส้นทางการเงินไม่ได้
สำหรับตลาดบนเว็บของดาร์กเว็บนั้น มักจะมีการใช้ cryptocurrency หรือเงินดิจิตอล อย่างเช่น Bitcoin บิตคอยน์ มาเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน เช่น จ้างให้กระทำความรุนแรง ซื้อขายยาเสพติด อาวุธ เป็นต้น เพื่อไม่ให้สามารถติดตามเส้นทางการทำธุรกรรมได้ ว่าใครเป็นผู้จ่ายเงิน ใครเป็นคนรับเงิน
“เงินสะพัดในวงการดาร์กเว็บก็ค่อนข้างเยอะ ต่างชาติเวลาจ่ายเงินค่าเงินสูงกว่าเมืองไทยมาก และเมื่อมีคนพร้อมจ่ายก็มีคนไปทำมาเพื่อที่จะแลกกับเงิน แต่ประเมินเป็นตัวเลขก็คงจะยาก เพราะเงินดิจิทัลไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้” ดร.โกเมน อธิบาย
ดาร์กเว็บ เครื่องมือของกลุ่มวิปริต ธุรกิจมืด
ดร.โกเมน กล่าวต่อว่า ดาร์กเว็บมักจะขายคอนเทนต์ที่ไม่น่าอภิรมย์ เช่น การทรมานสัตว์ หรือการกระทำที่เข้าข่ายซาดิสต์ หรือการชำแหละแมว การทรมานสุนัข การขายของผิดกฎหมาย ซึ่งในประเทศไทยมีกฎหมายในการควบคุมดูแล และการที่เข้าไปดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสม ก็อาจจะสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายก็ได้ ไม่คุ้มกับการที่จะเข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้
“ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ เลยว่า หากเห็นเขาขายยาเสพติดกันอยู่ คุณจะเดินเข้าไปดูไหม หรือเขากำลังชำแหละสัตว์กันอยู่ คุณจะไปมุงดูกับเขาหรือไม่ ผมว่าถ้าเป็นคนปกติเขาก็คงไม่อยากไปยุ่งครับ ผมว่าเอาเวลาไปดูคอนเทนต์จรรโลง น่าสนุกผ่อนคลายมากกว่านี้ดีกว่า” ดร.โกเมน ฝากถึงคนที่อยากส่องดาร์กเว็บ
นอกจากนี้ ตำรวจเคยสาวไปถึงฐานของพวกดาร์กเว็บเรื่อยๆ คดีที่ดังที่สุดก็คือ การจับกุมเว็บ “อัลฟ่าเบย์” ซึ่งจำหน่ายทั้งยาเสพติด อาวุธปืน และสินค้าผิดกฎหมายอื่นๆ ขณะที่ อีกหลายเว็บก็ย้ายฐานไปอยู่ที่ประเทศอื่น เช่น เมื่อเปิดประเทศนี้แล้วได้เงินก็ย้ายฐานไปเปิดอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งตำรวจก็พยายามไล่จับไล่ปิดเว็บอยู่เรื่อยๆ
“ถามว่า คนไทยใช้ดาร์กเว็บมากน้อยแค่ไหน หรือประเทศไหนใช้บริการมากที่สุดนั้น ตอบยาก พราะคนที่เข้าไปไม่ได้โชว์ IP address และปลายทางก็ไม่ได้บอกว่าใครเข้าไปบ้างด้วย แต่คนที่จะเข้าไปในสิ่งเหล่านี้มีไม่เยอะ เพราะไม่ใช่สิ่งอันน่าอภิรมย์ แต่หากพูดถึงโลกอินเทอร์เน็ตที่มีคนใช้อยู่ราว 4 พันล้านคน คนที่มีรสนิยมผิดแปลกมนุษย์ก็คงมีไม่ถึง 1%” ดร.โกเมน อธิบาย
ดาร์กเว็บ ไม่ใช่สิ่งอันน่าอภิรมย์...แค่เรียนรู้ว่าเป็นอย่างไร แล้วอยู่ห่างไว้เป็นดีที่สุด
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน