เวียนมาถึงวันสำคัญของไทยอีกวัน สำหรับวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี หรือ 'วันปิยมหาราช' (Chulalongkorn Day) ซึ่งในปี 61 เป็นเวลา 108 ปีเต็ม ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงคุณูปการยิ่งใหญ่ต่ออาณาประชาราษฎร์และสยามประเทศ เสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ.2453 ขณะพระชนมายุ 57 พรรษา

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยังประโยชน์แก่ประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระองค์ ในช่วงต้นรัชสมัยการครองราชย์ เป็นยุคที่ประเทศมหาอำนาจในยุโรป ต่างพยายามขยายฐานที่มั่นผ่านอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกว้างขวาง สร้างความสั่นคลอน ต่อความเป็นเอกราชของสยามประเทศเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงระหว่างนั้น พระองค์ทรงมีกุศโลบายหนึ่ง เพื่อนำพาสยามให้รอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ นั่นคือการเสด็จประพาสในต่างประเทศ พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศอย่างแน่นแฟ้น ผ่านการเสด็จประพาสยุโรปถึง 2 ครั้ง 2 ครา เมื่อปี พ.ศ. 2440 และ พ.ศ. 2450 ทำให้สยามประเทศรักษาความเป็นเอกราช โดยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมชาติใด และยังทำให้ชาวโลกได้รู้จักกับสยามประเทศอย่างแท้จริง 

...

วันนี้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พาไปย้อนรอยเส้นทางเสด็จประพาส นอร์ธเคปป์ (North Cape :อังกฤษ ; Nordkapp : นอร์เวย์) นอร์เวย์ ของพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อ 111 ปีก่อน ชาวนอร์เวย์ อนุรักษ์ เชิดชู หินสลักพระปรมาภิไธยย่อ "จปร 1907” อย่างไร

และปัจจุบันสถานที่อันทรงเกียรติของชาติเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากน้อยอย่างไร โดยได้รับข้อมูลประกอบจาก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพื่อน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ในหลวงรัชกาลที่ 5 อีกทั้งเพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้แง่มุมประวัติศาสตร์สำคัญของไทย ตลอดจนการสานสัมพันธ์ที่หยั่งลึกระหว่างสยามประเทศกับนอร์เวย์ 

ภูมิหลัง 111 ปี รอนแรมเรือนับเดือน ปีนหน้าผาสู่ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน

ทีมข่าวฯ พาย้อนรอยไปเมื่อปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) หรือ 111 ปี ที่แล้ว จุดเริ่ม ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างประวัติศาสตร์สำคัญในฐานะชาวเอเชียบุคคลแรกๆ ที่ได้ขึ้นไปถึง “แหลมเหนือ” หรือ นอร์ธเคปป์ ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน ของประเทศนอร์เวย์ เป็นภาพแห่งความวิริยะของพระองค์ในการมาเยือนนอร์ธเคปป์ครั้งนั้น ที่คนไทยยังไม่เคยลืมเลือน

พระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ร่วมกับพระยาชลยุทธโยธิน อดีตผู้บังคับการเรือชาวเดนมาร์ก พร้อมกะลาสีเรือที่ตามเสด็จฯ กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ยืนยันถึงการเสด็จประพาส อันประกาศศักดิ์ศรีให้คนทั้งโลกได้รู้จักจนทุกวันนี้
พระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ร่วมกับพระยาชลยุทธโยธิน อดีตผู้บังคับการเรือชาวเดนมาร์ก พร้อมกะลาสีเรือที่ตามเสด็จฯ กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ยืนยันถึงการเสด็จประพาส อันประกาศศักดิ์ศรีให้คนทั้งโลกได้รู้จักจนทุกวันนี้

...

อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ นักประวัติศาสตร์ ผู้ซึ่งมีภูมิความรู้ด้านประวัติศาสตร์-โบราณคดี เป็นอย่างดี บอกเล่ากับทีมข่าวฯ ให้เห็นภาพแห่งความประทับใจว่า ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ประทับบนเรือนานนับเดือน ขณะนั้นน้ำจืดต้องใช้กันอย่างประหยัด พระองค์ต้องสรงน้ำด้วยน้ำทะเล ทำให้มีขี้เกลือขึ้นพระวรกาย

สำหรับการเดินทางเพื่อเสด็จขึ้นบนนอร์ธเคปป์ต้องปีนหน้าผา พระองค์ทรงใช้ลูกหาบช่วยหามพระแคร่ไปบางส่วน ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินจากต่างแดนของเอเชียพระองค์แรก ที่เสด็จฯ สู่นอร์ธเคปป์ และยังทรงจารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อ "จปร 1907” บนก้อนหินใหญ่ ซึ่งเป็นปี ค.ศ. ที่เสด็จฯ

ค้นพบศิลาจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร 1907" โดยบังเอิญ เกือบระเบิดทิ้ง

และจากกุศโลบายอันปรีชาสามารถของพระองค์นี้เอง จากนั้น 52 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2502 เมื่อฝ่ายนอร์เวย์จะก่อสร้างอาคารเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวบนนอร์ธเคปป์ ได้ค้นพบศิลาจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร 1907" ที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าโดยบังเอิญ ซึ่งเกือบจะระเบิดทิ้ง เหตุไม่เข้าใจว่าคืออะไร

...

แต่หลังจากที่ได้รับแจ้งว่าอักษรย่อบนศิลาจารึกนั้น เป็นพระปรมาภิไธยย่อของในหลวงรัชกาลที่ 5 ที่ได้เคยเสด็จฯ เยือนที่นี่ หลังตรวจเช็กโดยเปรียบเทียบจากภาพถ่ายที่พระองค์ทรงฉายไว้ ฝ่ายนอร์เวย์จึงสร้างอาคารล้อมเก็บก้อนหินสลัก ณ จุดที่ตั้งดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี 

จนกระทั่งอีก 30 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2532 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงได้วางรากฐานความสัมพันธ์แนบแน่นอันดีระหว่างไทยกับนอร์เวย์ไว้อย่างดียิ่ง จึงได้มีโครงการสร้างเป็นพิพิธภัณฑสถานไทยนอร์ธเคปป์ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ไทยที่อยู่เหนือสุดของโลก ริเริ่มโดยสโมสรโรตารีกรุงเทพ โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทยและนอร์เวย์

ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2532 ซึ่งพิพิธภัณฑ์นี้มีการจัดแสดงพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 5 ปั้นขนาดเท่าพระองค์จริงครึ่งองค์ พร้อมบันทึกบอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเสด็จประพาสของพระองค์ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่แสดงความสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์ ที่จับต้องได้

...

แผงนิทรรศการภาพถ่ายขนาดเล็กๆ ในปัจจุบัน ที่กำลังจะเปลี่ยนไปในปี 62 โดยมีการใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย สื่อสารกับผู้เข้าชม
แผงนิทรรศการภาพถ่ายขนาดเล็กๆ ในปัจจุบัน ที่กำลังจะเปลี่ยนไปในปี 62 โดยมีการใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย สื่อสารกับผู้เข้าชม

กลายเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญบนนอร์ธเคปป์ ซึ่งแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยี่ยมชมประมาณ 2 พันคน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (พ.ค.-ก.ค.)
และยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่พระราชวงศ์นอร์เวย์เสด็จประพาสในช่วงหน้าร้อนของทุกปี

นับถอยหลัง โครงการใหญ่ปี 62 เฉลิมฉลอง 112 ปี เสด็จประพาสยุโรป

จากข้อมูลประกอบ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ที่ทีมข่าวฯ ได้รับ ระบุเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างไทยและนอร์เวย์ผ่านพิพิธภัณฑสถานไทย ซึ่งได้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์แก่นักท่องเที่ยวที่เยี่ยมชมมายาวนานกว่า 27 ปีนั้น

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 61 เอกอัครราชทูตประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูต ถวายสักการะ ถวายบังคม พระบรม รูปร.๕ ภายในพิพิธภัณฑ์ ที่จะดำเนินการ บูรณะซ่อมแซม ใหม่ให้สมพระเกียรติ หลังได้ประสานงานกับ จนท.ฝ่าย Norway ที่ Nordkapp
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 61 เอกอัครราชทูตประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูต ถวายสักการะ ถวายบังคม พระบรม รูปร.๕ ภายในพิพิธภัณฑ์ ที่จะดำเนินการ บูรณะซ่อมแซม ใหม่ให้สมพระเกียรติ หลังได้ประสานงานกับ จนท.ฝ่าย Norway ที่ Nordkapp

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2559 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล นำคณะผู้แทนกรมศิลปากร เดินทางมาสำรวจสภาพพิพิธภัณฑสถานไทย ริเริ่มโครงการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่ เพื่อทำนุบำรุงอนุสรณ์สถานแห่งชาติที่ถือว่าเป็น พิพิธภัณฑสถานไทย และรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร หนึ่งเดียวในต่างแดน

รักษาให้อยู่ในสภาพเหมาะสม สมบูรณ์ และสง่างามอยู่เสมอ หลังจากที่ไม่เคยซ่อมบำรุงเลยในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวฯ ว่าจะดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมพิพิธภัณฑสถานไทยให้เป็นผลสำเร็จอย่างสมพระเกียรติในปี 2562 ในโอกาสครบรอบ 112 ปี แห่งการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 และการเสด็จประพาสนอร์เวย์ของในหลวง ร.5 

ใช้เทคโนโลยีทันสมัย พิพิธภัณฑ์เชิงวิชาการแบบสากลชั้นนำทั่วโลก

สำหรับขอบข่ายการบูรณะซ่อมแซมมีอะไรบ้างนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล อธิบายกับทีมข่าวฯ อย่างละเอียด โดยชี้แจงว่า บริเวณจุดที่ตั้งของหินสลัก จะมีงานอนุรักษ์และทำความสะอาด และมีการติดตั้งภาพกราฟิก ร.5 พร้อมคำอธิบายเพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวให้นักท่องเที่ยวเข้าใจประวัติความเป็นมาของหินสลักฯ

ส่วนภายในพิพิธภัณฑสถานไทย มีการปรับรูปแบบและเนื้อหานิทรรศการและวัตถุแสดงให้เป็นปัจจุบัน มีการใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย สื่อสารกับผู้เข้าชม เช่น ระบบ QR Code โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับพระราชประวัติ คุณูปการของ ร.5 รวมถึงความประทับใจของพระองค์ที่ทรงมีต่อประเทศนอร์เวย์ผ่านพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน แปลงเป็นภาษานอร์วิเจียน และอัลบั้มภาพทรงถ่ายลงเป็นไฟล์ดิจิตอล อีกทั้งมีการใช้คอมพิวเตอร์ Touch Screen แสดงเรื่องราวภาพประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องด้วย

พระบรมรูปปั้นสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงประดิษฐานที่ห้องพิพิธภัณฑ์ไทย หล่อด้วยโลหะรมดำขนาดเท่าพระองค์จริงครึ่งพระองค์ ฉลองพระองค์ชุดที่เสด็จประพาสแหลมเหนือ โดยสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯไปทรงเปิดพระบรมรูปปั้นนี้เมื่อ 12 ก.ค. พ.ศ. 2536  ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จแหลมเหนือ (12 ก.ค. พ.ศ. 2450)
พระบรมรูปปั้นสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงประดิษฐานที่ห้องพิพิธภัณฑ์ไทย หล่อด้วยโลหะรมดำขนาดเท่าพระองค์จริงครึ่งพระองค์ ฉลองพระองค์ชุดที่เสด็จประพาสแหลมเหนือ โดยสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯไปทรงเปิดพระบรมรูปปั้นนี้เมื่อ 12 ก.ค. พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จแหลมเหนือ (12 ก.ค. พ.ศ. 2450)

คนไทยในนอร์เวย์ และทั่วโลก พร้อมร่วมรำลึก ร.5

"ครูหนู" สมาคมไทย นอร์เวย์ หนึ่งในคนไทยจำนวนประมาณ 19,524 คน ที่อาศัยอยู่ในนอร์เวย์ เมื่อทราบข่าวจากสถานทูตถึงโครงการที่เป็นสิริมงคล รู้สึกปลาบปลื้ม เช่นเดียวกับคนไทยในนอร์เวย์ และในไทย ซึ่งโครงการนี้ยังแสดงถึงความรัก และภูมิใจในความเป็นไทย

ดังจะเห็นได้จากเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 61 สถานทูตได้ขึ้นไปหารือเตรียมงานกับฝ่ายนอร์ธเคปป์ ชุมชนคนไทยที่นอร์ธเคปป์และเมืองใกล้เคียง ต่างรวมใจช่วยเป็นธุระประสานงานต่างๆ รวมทั้งมีจิตศรัทธา ร่วมระดมทุนทรัพย์สนับสนุนโครงการนี้กับสถานทูตฯ ด้วย ทั้งที่เป็นคนไทยอาศัยอยู่ในนอร์เวย์ และที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

เนื่องด้วยโครงการอันทรงเกียรติ กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานทูตร่วมกับกรมศิลปากรดำริขึ้น มีงบประมาณจากภาครัฐ พี่น้องคนไทยจากทุกภาคส่วนทั่วโลกสามารถเป็นส่วนหนึ่งและร่วมสนับสนุนได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลไปยังอีเมล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ที่ thaioslo@thaiembassy.no 

แม้ว่าจะผ่านมาถึง 111 ปีแล้ว และจะล่วงเลยไปอีกหลายร้อยปี รัชกาลที่ 5 องค์พระประมุขของไทย คือ ศูนย์รวมใจของคนไทยตลอดไป โดยเฉพาะคนไทยในนอร์เวย์ ดินแดนอันเปี่ยมคุณค่าที่ ร.5 ทรงเคยประทับนานแรมเดือน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่

reporter.thairath@gmail.com  หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ