ภายหลังจากที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 15/2561 ให้พลตำรวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี พ้นจากตําแหน่งนายกเมืองพัทยา และให้ นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยา
ทีมข่าวเจาะประเด็น พาผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จัก "สนธยา คุณปลื้ม" เขาคือใคร ทำไมถึงได้มานั่งเก้าอี้นายกเมืองพัทยาในห้วงเวลาสำคัญเช่นนี้...
“เล่นการเมืองเพื่อบ้านเมือง” ประโยคที่ นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ย้ำกับทีมข่าวไทยรัฐเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
...
ในขณะที่เราต้องยอมรับว่า สนธยา คุณปลื้ม ผู้นี้ มีฐานเสียงใหญ่ในพื้นที่สำคัญอย่างจังหวัดชลบุรี และเป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 5 คน ของนายสมชาย (กำนันเป๊าะ) และนางสติล คุณปลื้ม
ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ เคยถาม สนธยา ว่า บุคลิกของพรรคพลังชลทำงานได้กับทุกพรรค ทุกกลุ่มการเมือง ฉะนั้น ในอนาคตพรรคพลังชลมีโอกาสที่จะยุบรวมกับพรรค คสช. หรือต่างคนต่างเดิน?
นายสนธยา บอกว่า “พรรคพลังชลเกิดขึ้นเพราะคน 2 กลุ่มมีความคิดเห็นไม่ตรง ทั้ง 2 กลุ่มอยากให้เราไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง แต่เราทำไม่ได้ ถ้าไปอยู่อีกฝั่งก็ต้องเสียเพื่อนอีกฝั่งหนึ่ง โดยเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ถ้า ณ วันนั้นตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง เลือกข้างมันก็เสียข้างหนึ่งไป แล้วในอนาคตจะมาบอกว่ารู้อย่างนี้ไม่ทำเสียดีกว่า”
“ผมไม่ต้องการพูดอย่างนี้ในอนาคต ในที่สุดทุกคนเสนอให้ตั้งพรรค กลายเป็นคาแรกเตอร์ของพรรคพลังชล จะไปอยู่ตรงไหนก็ได้ ขอให้จุดที่เรายืนอยู่เพื่อบ้านเรา บ้านเมืองของเรา เป็นการทำงานการเมือง ไม่ใช่เล่นเกมการเมือง อันนี้คือหัวใจของเรา”
ขณะที่ เส้นทางการเมืองของสนธยานั้น เขาเริ่มเข้าสู่เวทีการเมืองครั้งแรกในระดับท้องถิ่น ก่อนที่จะลงเล่นการเมืองระดับชาติ ด้วยการเป็นสมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี และโลดแล่นในตำแหน่งสำคัญๆ ของรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (ปี 2555), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ปี 2545), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (ปี 2544)
...
กระทั่งล่าสุด ดำรงตำแหน่ง 17 เมษายน 2561 ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ ถามสนธยาในกระแสข่าวที่ว่า พรรคพลังชลถูกทาบทามให้ทำหน้าที่สำคัญ โดยเข้ามาร่วมรัฐบาลเพื่อประสานงานให้เกิดการรวมตัวจัดตั้งรัฐบาลในนามสหพรรค นายสนธยา บอกว่า "เขาอาจจะมองที่บุคลิกความเป็นตัวตนของเรา"
“ที่ผ่านมาก็คุยกับทุกฝ่ายว่าจะมาร่วมกันหรือไม่ เคยคุยกับนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ภูมิภาคตะวันออก 8 จังหวัด เป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศ ถ้ามีโอกาสทำการเมืองภูมิภาค จับกลุ่มกันได้จะทำประโยชน์อย่างมากต่อบ้านเมือง ถ้าถึงเวลาเลือกตั้งคุยกันยังไม่จบก็ต้องลงสู้กันในสนามเลือกตั้ง”
...
“ในเมื่อทุกอย่างคือการเมืองอยู่ที่การพูดคุยหาความลงตัว เหมือนผมกับรัฐบาลวันนี้มีการพูดคุยทำการเมืองร่วมกัน แต่อีกฝั่งนึงก็บอกว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ฝั่งไหนจะพูดอย่างไร เราจะทำงานการเมืองหรือเล่นเกมการเมือง ผมขอทำงานการเมืองเพื่อบ้านเมือง”
“ในขณะที่ พวกที่มีนัยทางการเมืองก็ใช้เป็นเครื่องมือสร้างกระแส กลายเป็นปรากฏการณ์คุณปลื้ม อาศัยปรากฏการณ์นี้นำไปใช้ในทางการเมือง เช่น รักทหารให้เลือกสนธยา เลือกพลังชล ถ้าไม่รักทหารให้เลือกตัวเอง ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง” สนธยา คุณปลื้ม กล่าวไปตามครรลอง.