จากเหตุระทึกขวัญล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 15 ส.ค. 61 เกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้โดยสารหญิงหน้ามืด เป็นลมพลัดตกไปในรางบีทีเอส ที่สถานีราชเทวี ฝั่งมุ่งหน้าปลายทางสำโรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย มีเพียงรอยฟกช้ำดำเขียวเล็กน้อยแม้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่โชคร้ายจนต้องเสียชีวิต แต่ทำให้ผู้ใช้บริการเป็นกังวล

ต่างเกิดข้อสงสัย แนวทางป้องกันของบีทีเอสไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยมีหรือไม่ เบื้องลึกเพราะอะไรไม่สร้างประตูกั้นชานชาลาพร้อมๆ การสร้างสถานีรถไฟฟ้า และเหตุใดประตูกั้นชานชาลาไม่มีทุกสถานี ทั้งๆ ที่หลังสร้างประตูกั้นก็มีรายได้จากโฆษณาบนแผงกั้น

วันนี้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์มีคำตอบชัดแจ้งทุกข้อคาใจ พร้อมลงพื้นที่สำรวจ ตรวจสอบระบบความปลอดภัย ตลอดเส้นทาง BTS สายสุขุมวิท จำนวน 22 สถานี โดยเริ่มนั่งสำรวจจากสถานีหมอชิต ปลายทางสถานีแบริ่ง

...

ย้อนรอย 5 อุบัติเหตุไม่คาดฝัน ผู้โดยสารตกราง BTS

ก่อนอื่น ขอย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกตลอด 19 ปีที่รถไฟฟ้าบีทีเอสที่เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. พ.ศ. 2542 หากจำกันได้ดีในปี 53 เมื่อวันที่ 20 ม.ค. สาวแบงก์ พลัดตกรางรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีหมอชิต เดชะบุญรถวิ่งผ่านคร่อมร่าง แค่ศีรษะแตก รอดชีวิตหวุดหวิด 

สาวหมดสติ ตกราง BTS เมื่อ 7 ก.ย. 58
สาวหมดสติ ตกราง BTS เมื่อ 7 ก.ย. 58

ต่อมา ในปี 55 เกิดเหตุ 10 มกราคม พี่ชาย “จอห์น วิญญู” ดาราดังวูบพลัดตก BTS ราชเทวี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ หางคิ้วแตก ฟันหัก เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล

อีก 2 ปีต่อมา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2557 ผู้ประกาศข่าวเที่ยง ทีวีดิจิตอล ช่อง 3 SD เป็นลมหมดสติตกลงในรางรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานีช่วยเหลือได้ทัน

สถานีที่ไม่มีประตูกั้นระหว่างชานชาลากับรถไฟฟ้า
สถานีที่ไม่มีประตูกั้นระหว่างชานชาลากับรถไฟฟ้า

ส่วนในปี 58 นั้น เกิดเหตุถึง 2 ครั้ง เมื่อ 25 มิถุนายน นักเรียนหญิงเป็นลมพลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้า BTS สถานีกรุงธนบุรี ขณะรถไฟฟ้ากำลังแล่นเข้าชานชาลา ทำให้ตู้ขบวน 1 ตู้ คร่อมร่าง เจ้าหน้าที่ตัดระบบไฟฟ้าให้รถไฟฟ้าหยุดเดิน และช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย และในวันที่ 7 กันยายน 58 เกิดเหตุหญิงเป็นลมหมดสติ พลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี ได้รับบาดเจ็บ

...

"บีทีเอส" แจงเหตุผล แผงกั้นประตูชานชาลา ทำไมมีไม่ครบทุกสถานี

การพลัดตกในรางรถไฟฟ้าของผู้โดยสารที่เป็นข่าวอยู่เนืองๆ ดังกล่าว บีทีเอสมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยอย่างไร ทีมข่าวฯ สอบถามจาก ดร.อาณัติ อาภาภิรม ประธานกรรมการที่ปรึกษา บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ชี้แจงว่า โดยปกติบริษัทให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยผู้โดยสารมาตลอด และป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยโดยสร้างประตูกั้นระหว่างสถานีและรางรถไฟฟ้า ซึ่งมีการติดตั้งครั้งแรกในปี 55 ที่สถานีสยาม

...

ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนประตูกั้นชานชาลา
ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนประตูกั้นชานชาลา

สำหรับประตูกั้นชานชาลา เป็นประตูแบบครึ่งความสูง (Half Height Platform Screen Door) เป็นรั้วสูง 1.50 เมตร มีชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน (Fixed Drive Panel, FDP) อยู่ด้านข้างของบานประตูเลื่อนอัตโนมัติ (ASD)

ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว ประกอบด้วยรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท คือ 1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2.พญาไท 3.สยาม 4.ชิดลม 5.อโศก 6.พร้อมพงษ์ 7.อ่อนนุช และรถไฟฟ้าสายสีลม เริ่มจากสยามกีฬาแห่งชาติ จนถึงบางหว้า มี 2 สถานีที่มีประตูกั้นชานชาลา ประกอบด้วย ศาลาแดง และช่องนนทรี

...

ประตูกั้นชานชาลาสูง 1.50 เมตร
ประตูกั้นชานชาลาสูง 1.50 เมตร

ทั้งนี้จากการนั่งสำรวจของทีมข่าวฯ พบว่ารถไฟฟ้าสายสุขุมวิทมี 15 สถานีที่ไม่มีที่ประตูกั้นชานชาลา คือ 1. หมอชิต 2.สะพานควาย 3.อารีย์ 4. สนามเป้า 5. ราชเทวี 6. เพลินจิต 7.นานา 8.ทองหล่อ 9.เอกมัย 10. พระโขนง 11. บางจาก 12.ปุณณวิถี 13.อุดมสุข 14.บางนา 15.แบริ่ง

อย่างไรก็ดี จากการสำรวจมาตรการความปลอดภัยของบีทีเอสในครั้งนี้ ทีมข่าวฯ ได้รับฟังข้อสงสัยจากผู้ใช้บริการที่ต้องการคำตอบในทิศทางเดียวกันว่า เหตุใด บีทีเอส ไม่สร้างประตูกั้นทุกสถานี ทั้งๆ ที่มีรายได้จากโฆษณาที่วิบๆ วับๆ ตามประตูกั้นต้องรอให้เกิดเหตุการณ์คนพลัดตกอีกหรือจึงจะมีการสร้าง?

ดร.อาณัติ อธิบายชี้ชัดว่าการติดตั้งประตูกั้นระหว่างสถานีและรางรถไฟฟ้า ใช้งบประมาณสูงถึงสถานีละ 40-50 ล้านบาท สำหรับ 9 สถานีที่ติดตั้งแล้วนั้น เป็นงบประมาณของบีทีเอสทั้งหมด 600 ล้านบาท เผยเหตุไม่สร้างทุกสถานีเพราะในสัมปทานไม่มีการระบุไว้แต่แรก

สถานีที่ยังไม่มีประตูกั้น คงจะทยอยสร้างไปตามความจำเป็นและเหมาะสม ซึ่งมีเงื่อนไขหลายๆ อย่าง เหตุที่ไม่ได้สร้างประตูกั้นมาพร้อมการสร้างสถานีนั้น เนื่องจากไม่อยู่ในเงื่อนไขสัมปทาน สำหรับสถานีที่สร้างประตูกั้นไปแล้ว ใช้งบประมาณ BTS สร้างไป 600 ล้านบาท มีหลักพิจารณาจากมีคนใช้บริการเยอะ และเกรงผู้โดยสารจะเป็นอันตรายเอง” ดร.อาณัติ อธิบาย

ภายนอกห้องปฐมพยาบาลสถานีหนึ่งใน 35 สถานีของ  ”บีทีเอส
ภายนอกห้องปฐมพยาบาลสถานีหนึ่งใน 35 สถานีของ ”บีทีเอส"

แนะทางรอด ก่อนวูบตกราง เปิดภาพห้องปฐมพยาบาล "บีทีเอส" ดูแลผู้โดยสาร

กรณีผู้โดยสารเคยวูบตกรางรถไฟฟ้า จากการดูกล้องวงจรปิดของสถานีที่เคยเกิดเหตุ ดร.อาณัติ เปิดเผยข้อมูล กับทีมข่าวฯ ส่วนใหญ่ที่ผู้โดยสารพลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้า สาเหตุจากเป็นลม ซึ่งพฤติกรรมคนเป็นลมมีอาการที่เร็วมาก จะหมดสติไม่รู้เรื่องก่อนล้ม และเซไปไกลจนล้ำเส้นเหลืองบนชานชาลา รปภ.จึงช่วยไม่ทัน ซึ่งเส้นสีเหลืองบนชานชาลานั้น เป็นเส้นที่กำหนดขอบเขตความปลอดภัยบนชั้นชานชาลา กันผู้โดยสารที่ยืนรอรถไฟฟ้าบนชานชาลาไม่ให้ยืนหรือเดินก้าวล้ำเข้าไปในระยะห่างที่ไม่ปลอดภัย

อุปกรณ์การแพทย์ที่มีในห้องปฐมพยาบาล
อุปกรณ์การแพทย์ที่มีในห้องปฐมพยาบาล "บีทีเอส"

สำหรับกรณีผู้โดยสาร หากรู้สึกมึนหรือเวียนหัว อย่าฝืนยืน หรือเดิน ให้นั่งลงกับพื้น และขอความช่วยเหลือจาก รปภ. หรือผู้โดยสารแถวนั้น จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ รปภ. พาไปห้องปฐมพยาบาล (First Aid Room) มีบริการประจำทุกสถานี ซึ่งแต่ละปีมีการให้บริการบ่อยครั้ง เนื่องจากมีคนเป็นลมบนสถานีในชั้นชานชาลาเรื่อยๆ โดยเหตุผล

“หากไม่ไหว อย่าฝืน นั่งลงพื้นเลย เพราะเมื่อฝืนทนจนหมดสติ แล้วจะควบคุมตัวเองไม่ได้ และจะล้มโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นอันตรายมาก ให้ร้องขอความช่วยเหลือกับ รปภ.ในห้องปฐมพยาบาลมีอุปกรณ์รักษาเบื้องต้น ถ้าเหลือกำลังจริงๆ ก็จะเรียกรถพยาบาลมารับตัวไปรักษาต่อ

จากการสังเกตจากสถิติโดยมากคนจะเป็นลมในตอนเช้า สาเหตุน่าจะมาจากการตื่นเช้า บางคนยังไม่ได้กินข้าวมา ทำให้เป็นลมได้ง่าย ผู้โดยสารต้องหมั่นสังเกตตัวเองด้วย การพลาดตกในรางเกิดน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นลมตกไปในรางทั้งนั้น” ดร.อาณัติ

อย่างไรก็ตามขณะลงพื้นที่ ทีมข่าวฯ รู้สึกเวียนหัว จึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่บนชานชาลา จากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือดูแล พาไปยังห้องปฐมพยาบาลประจำสถานีหนึ่ง ภายในห้องมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และมีเตียงนอน 2 เตียง ซึ่งมีผู้โดยสารนอนพักฟื้นดูอาการจากการอ่อนเพลียเพราะท้องเสีย โดยมีเจ้าหน้าที่ 1 คนคอยดูแล นำแอมโมเนียมาให้ทีมข่าวฯ ดม และให้ดื่มน้ำหวาน

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ห้องปฐมพยาบาลเพื่อรอให้อาการดีขึ้น ได้ข้อมูลว่า การให้บริการห้องปฐมพยาบาลของสถานีนี้มีเกือบทุกวัน ส่วนมากผู้โดยสารจะเป็นลมเพราะนอนน้อย และปวดประจำเดือน ตก เตะบันไดเลื่อนได้รับบาดเจ็บบ้าง นานๆ ครั้งจะมีผู้โดยสารอาการ เช่น ชักเกร็ง ตัวชา ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วไม่หายก็ส่งตัวไปรักษาต่อยัง รพ.

หลังใช้บริการห้องปฐมพยาบาลต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อเก็บสถิติ
หลังใช้บริการห้องปฐมพยาบาลต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อเก็บสถิติ

ทั้งนี้หลังใช้บริการ ผู้โดยสารต้องกรอกรายละเอียด ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ อาการป่วย เดินทางมาจากไหนเพื่อไปสถานีไหน และเวลาเข้า เวลาออกในการใช้ห้องปฐมพยาบาล ในแบบฟอร์มการใช้บริการห้องปฐมพยาบาล ทีมข่าวฯ สอบถามเจ้าหน้าที่ว่านำข้อมูลไปทำอะไร เจ้าหน้าที่ตอบสั้นว่า “เขียนรายงานเพื่อเก็บสถิติ”

ผู้โดยสาร BTS วูบตกราง สิ่งแรกที่ รปภ. ทำเพื่อเซฟชีวิต

อย่างไรก็ดีตลอด 2 ชั่วโมงที่ทีมข่าวฯ นั่งรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท สำรวจมาตรการป้องกันความปลอดภัยของผู้โดยสารบนชั้นชานชาลาจำนวน 22 สถานีของสายสุขุมวิท จากการสังเกตพบว่าบุคคลที่ทำงานหนักที่สุด คือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) โดยเฉพาะสถานีที่ไม่มีประตูกั้น ซึ่งมีฝั่งละ 1 คนทุกสถานี ต้องคอยระวังให้มากขึ้น

รปภ. ทำงานหนักทุกสถานี โดยเฉพาะสถานีที่ไม่มีประตูกั้น ต้องคอยเป่านกหวีด เตือน ห้ามผู้โดยสารยืนล้ำเส้นสีเหลือง เพื่อความปลอดภัย
รปภ. ทำงานหนักทุกสถานี โดยเฉพาะสถานีที่ไม่มีประตูกั้น ต้องคอยเป่านกหวีด เตือน ห้ามผู้โดยสารยืนล้ำเส้นสีเหลือง เพื่อความปลอดภัย

หน้าที่หลัก คือคอยดู และห้ามผู้โดยสารยืนล้ำเส้นเหลือง หากยืนล้ำเส้น ก็จะเป่านกหวีดเตือน นอกจากนี้ยังคอยให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารในกรณีต่างๆ เช่น หากมีสิ่งของ หรือผู้โดยสารตกลงในราง สิ่งแรกที่ รปภ. ต้องรีบทำ คือ ทุบกระจก แล้วกดปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน (Emergency Train Stop) เพื่อหยุดรถไฟฟ้า ซึ่งทุกสถานีมีปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน ฝั่งละ 4 จุด

ปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน (Emergency Train Stop) ทุกสถานีมีฝั่งละ 4 จุด
ปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน (Emergency Train Stop) ทุกสถานีมีฝั่งละ 4 จุด

รปภ. ต้องทุบกระจกเพื่อทำการกดปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน (Emergency Train Stop)
รปภ. ต้องทุบกระจกเพื่อทำการกดปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน (Emergency Train Stop)

รปภ.สถานีหนึ่งกล่าวกับทีมข่าวฯ แม้สถานีที่มีประตูกั้นก็ต้องทำหน้าที่เดียวกับสถานีที่ไม่มีประตูกัน คือ ยืน 12 ชั่วโมง คอยดูแลผู้โดยสาร และให้บริการผู้โดยสารพิเศษ เช่น คนพิการ อำนวยความสะดวกพาขึ้นรถไฟฟ้า เมื่อรถไฟฟ้าให้สัญญาณดังเตือนจะปิดประตู ก็จะทำหน้าที่เป่านกหวีดเตือนผู้โดยสารให้หยุด เพื่อกันประตูกั้นหนีบผู้โดยสาร ซึ่งการเปิดปิดของประตูขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมรถไฟฟ้าในขบวนนั้นๆ

ปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน สถานีสยาม หากผู้โดยสารรู้สึกป่วย ไม่สบาย จะเป็นลม เเจ้งเจ้าหน้าที่บนสถานีเพื่อให้การช่วยเหลือ
ปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน สถานีสยาม หากผู้โดยสารรู้สึกป่วย ไม่สบาย จะเป็นลม เเจ้งเจ้าหน้าที่บนสถานีเพื่อให้การช่วยเหลือ

“ก่อนเข้ามาทำงาน รปภ. ประจำสถานีต่างๆ ต้องอบรมความรู้เบื้องต้นของระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส วิธีใช้อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและการดับเพลิงภายในระบบ อบรมการหยุดรถไฟฟ้า

และกำหนดหน้าที่หลัก รอรับผู้โดยสารพิเศษ คอยเป่านกหวีดให้สัญญาณเตือน หรือห้ามผู้โดยสารเข้าก่อนประตูกั้นปิด คอยดูว่ามีใครจะเป็นลมไหม มีคนจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทหรือเปล่า ที่ผ่านมาเคยเจอคนอ้วกบ้าง ก็เรียกให้แม่บ้านมาทำความสะอาด” รปภ. สถานีหนึ่งกล่าว

สำหรับบางคนที่สงสัยว่า หากตกลงในรางรถไฟฟ้าจะเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าหรือไม่นั้น ดร.อาณัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า “กระแสไฟอยู่ตรงบริเวณรางที่ 3 ซึ่งอยู่ตรงกลาง มีพลาสติกลักษณะตัวยูครอบอยู่ ซึ่งห่างจากจุดเส้นสีเหลืองบนชานชาลาไกลมาก”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : เผยโฉมห้องน้ำในสถานีรถไฟฟ้า BTS ปวดหนักอยากถ่าย ไม่ต้องทนอั้นอีกต่อไป

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่

reporter.thairath@gmail.com  หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ