ข่าว
100 year

30 ปีแสนครั้ง แผ่นดินไหวภัยพิบัติอิเหนา สถิติชี้มีโอกาสเขย่ามากกว่า 7.0

ไทยรัฐออนไลน์4 ส.ค. 2561 05:30 น.
SHARE

“โชคดีมากๆ ที่แผ่นดินไหวครั้งนี้ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดินมาก...ไม่เช่นนั้นจะมีความเสียหายมากกว่านี้”

นี่คือความโล่งใจจากกูรูภัยพิบัติทางปฐพี ผศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังทราบข่าวเหตุแผ่นดินไหว ที่เขย่าขวัญนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงามทางธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดของไทยที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แผ่นดินไหว ดังกล่าว อยู่ทางตอนเหนือของเกาะลอมบอก ราว 40 กิโลเมตร ลึกลงไปในพื้นดินราว 7 กิโลเมตร วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 และล่าสุด ทราบว่านักท่องเที่ยวไทยที่ไปติดอยู่บริเวณภูเขารินจานี ได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัยทั้งหมดแล้ว 216 คน

อาจารย์สันติ กล่าวว่า ผ่นดินไหวในประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆ จากสถิติที่มีการเก็บไว้ตั้งแต่ปี 1973 - 2014 ในการงานวิจัยของตน ได้เกิดแผ่นดินไหวในอินโดฯ มาแล้วกว่า 1 แสนครั้ง!

“การเกิดแผ่นดินไหวในประเทศอินโดนีเซียนั้น เกิดจากขอบแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นชนกัน แต่ที่เราได้ยินข่าวบ่อยๆ ที่เกาะสุมาตรา เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวบริเวณนั้นจะมีผลกระทบกับบ้านเรา เราจึงรู้สึกว่าเกิดบริเวณนั้นบ่อย แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ แผ่นดินไหวในอินโดฯ นั้น เรียกว่าเกิดทั่วประเทศ หรือเกือบจะทั่วทุกเกาะของอินโดนีเซีย"

อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่ทำให้อินโดฯ​ เกิดแผ่นดินไหวบ่อยเพราะประเทศนี้ตั้งอยู่ในรัศมีวงแหวนแห่งไฟ (เป็นรอยแยกของเปลือกโลกใต้มหาสมุทร แปซิฟิก มีลักษณะโค้งเป็นรูปเกือกม้ายาวประมาณ 40,000 กิโลเมตร ตลอดรอยแยกของวงแหวนแห่งไฟนี้ มีภูเขาไฟตั้งอยู่ทั้งหมด 452 ลูก เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นแอ็กทีฟพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อถึง 75 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้ยังเป็นเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น ซึ่งหากยังจำได้ เมื่อปี 2547 ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ 9.0 และทำให้เกิดสึนามิใหญ่กลืนกินชีวิตมนุษย์ไปมากมาย

ขอบคุณภาพ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก หนูภา แว่น

ประเทศอินโดนีเซีย คือ หมูเกาะต่างๆ ที่เกิดจากแผ่นเปลือกโลกชนกัน จึงกลายเป็นภูเขาไฟที่โผล่พ้นน้ำ และกลายเป็นเกาะต่างๆ ส่วนกรณีแผ่นดินไหวของ เกาะลอมบอก นั้น ก็ถือว่าเป็นการเกิดแผ่นดินไหวปกติ ไม่ได้มีความแปลกแต่ประการใด เพราะสิ่งที่เจอก็เหมือนเรื่องปกติของเขาที่โดนอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว...

สถิติ 30 ปีชี้ชัด จะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว อาจมากกว่า 7.0 แมกนิจูด

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจ ในการทำวิจัยเรื่องแผ่นดินไหว ที่ประเทศอินโดนีเซีย อาจารย์สันติ กล่าวว่า เชื่อว่าในอีก 30 ปีข้างหน้า ในพื้นที่ของประเทศอินโดนีเซียหรือใกล้เคียงมีโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ มากกว่า 7.0 ได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ถูกคำนวณมาจากสถิติแผ่นดินไหว ตั้งแต่ปี 1973-2014 ซึ่งมีมากกว่าแสนครั้ง และโอกาสที่จะเกิดในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 8 จุด อาทิ มาลัง ปาเล็มบัง ยอร์คจาการ์ตา อัมบน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะแรงเค้น (แรงบีบอัด) ใน 8 จุด ดังกล่าวมีมากกว่าพื้นที่อื่น

ขอบคุณภาพ จากเฟซบุ๊ก Supaporn Bangmoung

ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับแผ่นดินไหว มีการเก็บไว้นานแล้ว เราเอาข้อมูลต่างๆ ที่มีมาวิเคราะห์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนอาจเรียกได้ว่าประเทศอินโดนีเซีย หรือพื้นที่ดังกล่าว “เกิดแผ่นดินไหวเป็นประจำ”

เมื่อถามว่า จากสถิติที่มีการเก็บมา ตั้งแต่ปี 1973-2014 ทุกวันนี้สถิติแผ่นดินไหว ดังกล่าว มีความเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ผศ.ดร.สันติ กล่าวว่า เราได้เช็กตลอดพบว่า “โลกยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง” นิสัยเขา (การเกิดแผ่นดินไหว) เป็นแบบนี้ แม้ว่าภูมิอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวที่บริเวณนี้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ยกตัวอย่างเช่น หากมีแผ่นดินไหว เกิดวันละ 1 ครั้ง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่

เตือนระวังเกิดดินถล่มที่ภูเขารินจานี

“เคสนี้โชคดีมากที่แผ่นดินไหวขนาด 6.4 แต่อยู่ในความลึกมาก หากเกิดบริเวณผิวดิน อาจจะทำให้เกิดดินถล่ม มีสูญเสียมากกว่านี้ นอกจากนี้ ทราบมาว่า ภูเขารินจานี มีลักษณะเป็นกรวด หากเกิดแผ่นดินไหวที่บริเวณผิวดินจะทำให้เกิดดินถล่มได้สูงมาก หากให้แนะนำคือ พยายามหลีกเลี่ยงหลบทางช่องเขา ให้หลบตามสันเขา”

ผศ.ดร.สันติ กล่าวต่อว่า เบื้องต้น ทราบว่า ภูเขาไฟลูกนี้ยังไม่ได้ดับสนิท ข้างใต้ยังคงมีแม็กม่า พูดง่ายๆ เหมือนกับตอนนี้ภูเขาไฟมีฝาปิดอยู่ มีอะไรมาปิดทับไว้ แต่หากเกิดแผ่นดินไหวอีก ก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้ฝามันเปิด แต่ในความโชคดีคือ แผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกจึงไม่ค่อยมีผลมาก

“มีโอกาสที่จะระเบิดตอนไหน..ไม่รู้ แต่คาดว่ามีโอกาส แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ภูเขาไฟระเบิด แต่เป็นเหตุดินถล่ม หากเกิดแผ่นดินไหว ก้อนกรวดจำนวนมากจะไหลลงมาจากภูเขา โดยตามสูตรทั่วๆ ไป เวลาภูเขาไฟระเบิดจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมา หากแผ่นดินไหวแรง อาฟเตอร์ช็อกก็จะมีมาก แต่ขนาดอาฟเตอร์ช็อกจะไม่สูงกว่าครั้งแรก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่น้อยลงประมาณ 1.2 เช่น ครั้งนี้เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.4 อาฟเตอร์ช็อกหนักที่สุด ก็จะสูงสุด 5.2 เป็นต้น”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวอินโดนีเซียลอมบอกรินจานีทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้