เจ็บนะโดนคนเดียว! หัวอกคนค้ำกู้ กยศ. รู้ว่าเป็นใคร แต่บล็อกทุกการติดต่อ

ข่าว

    เจ็บนะโดนคนเดียว! หัวอกคนค้ำกู้ กยศ. รู้ว่าเป็นใคร แต่บล็อกทุกการติดต่อ

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 ก.ค. 2561 05:30 น.

    “เห็นข่าว กยศ. จะยึดทรัพย์ครูวิภาจากเพจไทยรัฐ และที่ กยศ. แถลงกับครูวิภา ดิฉันไม่สามารถฟังจนจบได้ เห็นสีหน้าและน้ำเสียงของครูวิภามันหดหู่ รู้สึกว่าพ.ร.บ. มันคุ้มครองผู้กู้มากกว่าผู้ค้ำ ซึ่งผู้ค้ำที่โดนทุกคนคงจะคิดแบบเดียวกับดิฉัน คนที่ไม่โดน ไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกค่ะว่ารู้สึกเครียดแค่ไหน” สาวใหญ่วัย 50 ปี ข้าราชการไทยรายหนึ่งซึ่งตกชะตากรรมเดียวกับครูวิภา เปิดใจกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ

    “พูดอะไรไม่ออก ดิฉันเรียน ป.ตรี ไปด้วย ทำงานไปด้วยตอนอายุ 30 ปี กว่าจะฝ่าอุปสรรคจนเรียนจบ มีหน้าที่การงานมั่นคงมาได้ขนาดนี้ เสียใจจริงๆ ตอนนั้นให้โอกาสทางการศึกษาน้องคนหนึ่ง เรียนห้องเดียวกัน คณะเดียวกัน และไม่ใช่ญาติกันเลย

    หวังให้โอกาสเขาได้เรียนจบมาประกอบอาชีพแล้วก็ใช้หนี้ กยศ. ไม่คิดเลยว่าจะเจอหมายศาลให้ดิฉันไปไกล่เกลี่ยยอดหนี้สามแสนกว่าบาท บ้านก็ยังพักของหลวง เงินก้อนก็ไม่มี โรคก็รุม ตอนนี้ดิฉันยิ่งเครียดหนักไปใหญ่” หญิงผู้ได้รับความเดือดร้อน ย้อนเล่าเส้นทางเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

    เธอบอกกับทีมข่าวฯ ว่า ขณะเรียนระดับ ป.ตรี เทอมแรก เด็กร่วมห้องเรียนคนดังกล่าว มาขอให้ช่วยค้ำประกันกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ด้วยคงเห็นว่าอายุมากสุดในห้องเรียน โดยให้เหตุผล พ่อและแม่ เสียชีวิต คนค้ำมีแฟน กับผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก่อนตัดสินใจก็ไปปรึกษาอาจารย์ อาจารย์แนะให้ระวัง กลัวเด็กไม่ชำระ แต่สุดท้ายเธอตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้ เพราะยังไม่เคยมีข่าวเด็กหนีหนี้ กยศ. แต่หลังเซ็นค้ำประกันธาตุแท้ของน้องคนดังกล่าวก็เปลี่ยนไปทันที

    “ดิฉันเห็นว่าหน้าตาซื่อ ถามอาจารย์แล้วก็บอกว่าเรียนดี จึงค้ำประกันให้ หลังค้ำประกันนิสัยเริ่มเปลี่ยน ทำเมินใส่ ไม่ทักทาย ไม่ยกมือไหว้ ซึ่งจากเดิมที่รู้จักกันใหม่จะยกมือไหว้และทักทาย มีมาสั่งให้มาสอนวิชาที่อาจารย์สอนให้อีก ดิฉันเลยคิดในใจว่า นิสัยไม่ดีไม่เป็นไร ขอให้เรียนจบแล้ว ชำระหนี้ กยศ. ก็พอ ตอนนั้น งานในหน้าที่รับผิดชอบของดิฉันก็หนัก ต้องขี่มอ'ไซค์จากดินแดงมาเรียนที่พหลโยธิน เลยมองผ่านๆ ปล่อยให้เด็กเรียนให้จบๆ”

    น้ำใจของเธอประเสริฐยิ่งนัก ซึ่งความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับครูวิภา คือ ให้โอกาสทางการศึกษา แต่ความเมตตาที่มอบให้ กลับกลายเป็นดาบแหลมทิ่มแทงใจจนได้รับความเดือดร้อน ทั้งๆ ที่ ไม่ได้เป็นคนนำเงินไปใช้ประโยชน์โดยตรง เป็นเพียงผู้รับรองเท่านั้น

    หลังเรียนจบมา 10 กว่าปี ช่วงระยะแรกเด็กยังส่ง กยศ. แต่ 4-5 ปี ที่ผ่านมา เริ่มมีหนังสือจากธนาคารส่งมาถึงเธอ ตรวจสอบยอดค้างเหลือเก้าหมื่นกว่าบาท แต่โดนดอกเบี้ย ยอดเลยพุ่งไปแสนกว่าบาท แต่เธอยังคิดมองในแง่ดี เด็กอาจติดขัดปัญหาอะไร ลองดูไปสักพักก่อน แต่ก็พยายามหาหนทางติดต่อเด็กให้มาชำระหนี้ จนกระทั่งปีหนึ่งหาเบอร์มือถือเด็กได้ โทรไปหาให้ส่งหนี้ กยศ. ให้หมด จากนั้นเด็กวางสาย และปิดกั้นการติดต่อทุกช่องทางทั้ง บล็อกเบอร์มือถือ เฟซฯ

    ถึงดิฉันจะค้ำแค่หนึ่งคน ไม่มากเหมือนครูวิภา แต่ก็เครียดนะคะ เพราะไม่ได้รวย มันเจ็บที่สุด เมื่อรู้ว่าเด็กช่างกล้าแช่งพ่อแม่ เพราะในหมายศาลมีชื่อทั้งพ่อและแม่ของเด็กด้วย มีคนหาเฟซฯ เด็กเจอส่งมาให้ดิฉัน ดิฉันทักแชตเฟซฯ ไปถามเรื่องหนี้ กยศ. ปรากฏว่าเด็กบล็อกเฟซฯ เจตนาคงจะโยนหนี้ให้ดิฉันเต็มๆ

    เมื่อวานโทรไปหาพ่อของเด็ก ก็ไม่รับสาย เด็กบล็อกเฟซฯ ขนาดนี้ คิดว่าคงพูดกันไม่ได้แล้ว เกรงว่าจะเจอคำพูดแบบครูวิภา คือให้ศาลมายึดทรัพย์สินหนูสิ โดนคนเดียว เจ็บนะ ทำไมต้องรอให้ศาลมายึด เสียค่าดอกเบี้ย ค่าทนาย แพงกว่าชดใช้ตามหนี้ในสัญญาอีก ข้าราชการสาวกังวลใจ

    ยอดหนี้ กยศ. ในหมายศาลนัดไกล่เกลี่ย ที่ส่งถึงข้าราชการสาว ทั้งหมดเป็นจำนวน สามแสนกว่าบาท เธอบอกกับทีมข่าวฯ ทั้งคราบน้ำตาว่า ตอนนี้กลุ้มใจหนักมากว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี มีน้องบางคนแนะนำให้ไปคุยกันที่บ้านเด็ก แต่พอตรวจสอบ กลับพบว่าเด็กไม่ได้ทำงาน เลี้ยงลูกอยู่บ้าน และขายของออนไลน์ ซึ่งเธอไม่อยากให้เรื่องบานปลายถึงศาลเลย แต่เด็กทำให้เรื่องถึงศาลเอง ทั้งนี้เธอยอมรับอย่างหน้าไม่อายว่า ตอนนี้เครียดหนักมาก แม้จะทำงานเป็นข้าราชการ แต่ก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย

    “บอกตรงๆ อย่างหน้าไม่อาย เงินเก็บก็ไม่มี บ้านก็พักของหลวง อายุก็มาก จะ 50 ปีแล้ว ดิฉันตามข่าวตลอด ก่อนมีข่าวครูวิภา ก็มีคนถูกหลอก มีการปลอมลายเซ็นของผู้ค้ำ เพื่อนปลอมลายเซ็นแม่เพื่อน แล้วโดนหมายศาลเหมือนดิฉัน

    ล่าสุด กยศ. จะทำหนังสือมาหักเงินที่สังกัดของข้าราชการ ดิฉันอาจโดนร่างแหด้วย ใช่ว่าดิฉันจะไม่มีภาระนะคะ น้องสาวส่งลิงก์ข่าวครูวิภาจากไทยรัฐมาให้อ่าน อาจารย์วิภาเจอหนักกว่าดิฉันอีก บางคนก็ซ้ำเติมว่า ดิฉันไปเซ็นค้ำเอง ตกลงเราผิดใช่ไหม ที่ให้โอกาสทางการศึกษาเด็ก พูดอะไรไม่ออกจริงๆ ข้าราชการสาวตัดพ้อ

    พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่า กยศ. ไม่มีอำนาจเลยหรือที่จะติดต่อผู้กู้ ประสานกับธนาคารดูความเคลื่อนไหวของเงิน หรือตรวจสอบกับประกันสังคม ประสานกับกรมการปกครองหาที่อยู่ หรือครอบครัว ปิดหมายยึดทรัพย์ผู้ค้ำได้ แต่ทำไมไม่สามารถปิดหมายยึดทรัพย์ผู้กู้ได้ อีกทั้งตามปกติหมายศาล ไม่ว่าจะเป็นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ศาล ต้องมาแปะหน้าบ้าน แต่สำหรับการส่งหมายศาลที่ข้าราชการสาวได้รับนั้น ผิดวิสัยการส่งหมายศาลเป็นอย่างมาก

    สาวเสื้อแดงที่นำหมายศาลมาให้ถึงที่พัก
    สาวเสื้อแดงที่นำหมายศาลมาให้ถึงที่พัก

    เธอเปิดเผยกับทีมข่าวฯ จากคำบอกเล่าของน้องสาว ผู้รับหมายศาลแทนว่า วันนั้นมีผู้หญิงใส่เสื้อสีแดง สวมฮู้ดที่หัว มาเคาะที่ห้อง พอเปิดประตูหญิงเสื้อแดงก็ก้มหน้าและยื่นเอกสาร คือ หมายศาลให้ โดยไม่ใส่ซองสีน้ำตาล และปกปิดอำพรางหน้าตา รีบยื่นให้แล้วรีบออกไป โดยก้มหน้ามองที่โทรศัพท์ตลอด น้องสาวงงและตั้งตัวไม่ทัน แต่ยังทันวิ่งไปถ่ายรูปผู้หญิงเสื้อแดงไว้

    จากข้อคาใจดังกล่าวทีมข่าวฯ สอบถามนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ปกติการส่งหมายศาล เป็นหน้าที่เจ้าพนักงานเดินหมายของศาล คนธรรมดาไม่มีหน้าที่ไปส่งหมาย การส่งหมายศาลไม่ได้เป็นเอกสารลับจึงไม่ต้องใส่ซองสีน้ำตาล ถ้าพบตัวจำเลย หรือมีผู้เซ็นรับแทน ก็จะมีการเซ็นรับหมายศาล ถ้าไม่มีผู้รับหมาย แต่ศาลมีคำสั่งให้ติดหมาย ณ ภูมิลำเนานั้น ก็ต้องปิดหมายหน้าบ้าน

    ครูวิภาในวันแถลงข่าวพร้อม กยศ. เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 61
    ครูวิภาในวันแถลงข่าวพร้อม กยศ. เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 61

    สำหรับมาตรการในการติดตามหนี้สินจากผู้กู้ยืมนั้น นายชัยณรงค์ชี้แจงว่า กยศ.ดำเนินการตามกฎหมายและมาตรฐานเดียวกับสถาบันการเงินอื่นๆ ทั้งของรัฐและเอกชนโดยมีวิธีการ ดังนี้

    1.1 ส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ครั้งแรกให้ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกทราบเพื่อไปชำระหนี้
    1.2 ส่งใบแจ้งหนี้ให้ผู้กู้ยืมทุกรายที่ครบกำหนดชำระหนี้ตั้งแต่งวดที่ 2 เป็นต้นไปเพื่อไปชำระหนี้ หากผู้กู้ยืมผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งกองทุนฯ จะดำเนินการดังนี้
    1.2.1 ส่งหนังสือติดตามทวงถามหนี้ค้าง ไปยังผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ค้างชำระ
    1.2.2 ส่ง SMS / หรือข้อความเสียง (สำหรับรายที่กองทุนฯ มีหมายเลขโทรศัพท์)
    1.2.3 ติดตามหนี้ทางโทรศัพท์ เพื่อเจรจาให้ลูกหนี้ชำระหนี้


    1.3 หากมีการติดตามทวงถามโดยวิธีการต่างๆ แล้ว ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันไม่ชำระหนี้ จนมีหนี้ค้างชำระหลายงวด กองทุนฯ จะมีหนังสือบอกเลิกสัญญาและดำเนินคดีกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน
    1.4 กองทุนฯ จะดำเนินคดีกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันเมื่อผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันที่ไม่ชำระหนี้ โดยยื่นฟ้องผู้กู้ยืมต่อศาลที่ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน ทั้งนี้ เมื่อถึงวันนัดพิจารณา หากผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันมาศาลกองทุนฯ จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความและให้โอกาสในการผ่อนชำระหนี้ต่อไปอีกเป็นเวลา 9 ปี แต่หากผู้กู้และผู้ค้ำประกันไม่มาศาล ศาลจะดำเนินการสืบพยานและมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้


    1.5 หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว กองทุนฯ จะดำเนินการติดตามให้ผู้กู้และผู้ค้ำประกันชำระหนี้ หากผู้กู้และผู้ค้ำประกันขอผ่อนชำระหนี้ กองทุนฯ จะพิจารณาให้โอกาสในการผ่อนชำระ แต่หากยังไม่ชำระหนี้กองทุนฯ จะดำเนินการบังคับคดี ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
    1.6 ในการบังคับคดี กองทุนจะขอศาลในการส่งคำบังคับไปยังภูมิลำเนาของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยจะสืบหาทรัพย์สินที่ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และขอหมายบังคับคดีต่อศาลเพื่อส่งให้กรมบังคับคดีทำการยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์สินของผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันเพื่อนำมาขายทอดตลาดต่อไป

    นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    อย่างไรก็ตาม ทางกองทุนฯ ได้ประสานงานกับกรมบังคับคดีในการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ตามคำพิพาษา ที่ถูกยึดทรัพย์ในการผ่อนชำระหนี้ได้อีกภายในระยะไม่เกินสามปีหรือภายในระยะเวลาที่กองทุนฯ และลูกหนี้ตกลงกันเพื่อให้โอกาสแก่ลูกหนี้และงดการขายทอดตลาดไว้ก่อน เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้เสร็จสิ้นกองทุนฯ จะดำเนินการถอนการยึดทรัพย์สินดังกล่าว

    “ปัญหาของเราคือ ผู้กู้ส่วนใหญ่ ที่อยู่ต่างจังหวัด มักย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานใน กทม. หรือย้ายไปจังหวัดอื่น แต่ไม่ได้แจ้งย้ายออก ทำให้ติดต่อผู้กู้ไม่ได้

    หากไม่ไปไกล่เกลี่ยตามหมายศาล จะสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว และจะมีคำพิพากษา ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้กู้จะแพ้คดี และต้องชำระเงินตามคำพิพากษา แต่ถ้ามาศาล ทำสัญญาประนีประนอมกัน กองทุนให้โอกาสผ่อนชำระได้อีก 9 ปีเต็ม ส่วนถ้าคนค้ำเสียชีวิต ลูกหนี้ก็ยังมีภาระหนี้อยู่ กยศ.จะฟ้องลูกหนี้แทนคนค้ำประกัน” นายชัยณรงค์กล่าว

    อย่างไรก็ดีปัจจุบัน พระราชบัญญัติกองทุนฯ พ.ศ.2560 ได้กำหนดให้กองทุนฯ มีอำนาจขอข้อมูลต่างๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เข้าถึงข้อมูลของผู้กู้ยืมเพื่อให้ติดตามหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และกองทุนฯ มีอำนาจแจ้งหักเงินเดือนของผู้กู้ผ่านองค์กรนายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแจ้งหักเงินเดือนของข้าราชการกรมบัญชีกลางเป็นหน่วยงานแรกแล้ว และจะดำเนินการแจ้งหักเงินเดือนของข้าราชการทั้งหมดในลำดับถัดไป

    สำหรับภาคเอกชนจะเริ่มดำเนินการแจ้งหักเงินเดือนต้นปีหน้า ส่วนผู้กู้ยืมที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับเงินเดือนผ่านนายจ้าง กองทุนฯ จะดำเนินการติดตามหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ และติดตามโดยวิธีการอื่นๆ ในมาตรฐานเดียวดังที่แจ้งไว้ดังกล่าว ดำเนินการกับผู้กู้ยืม เพื่อให้ได้เงินกลับคืนสู่กองทุนฯ และนำไปใช้หมุนเวียนในการให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษารุ่นหลังต่อไป สำหรับกรณี ครูวิภา ล่าสุด 17 ลูกศิษย์ หลังโดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์มาปิดบัญชีกันบางส่วนแล้ว

    อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หนีหนี้ กยศกยศ. เงินกู้ ครูวิภาชัยณรงค์ กัจฉปานันท์เบี้ยวหนี้กยศ.ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 23:59 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์