จุดประกายให้คนคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนขึ้นในสังคมอีกครั้ง กับประเด็น “คนไร้สัญชาติ” หลังภารกิจค้นหาทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน 10 กว่าวันสำเร็จลง และทั้ง 13 คน เข้าพักฟื้นที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมือง จ.เชียงราย มีการพูดถึงสิทธิการรักษา จึงทำให้พบว่า ไม่มีสัญชาติไทย 4 คน เป็นเด็ก 3 คน คือ ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน อายุ 14 ปี นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี และ นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก อายุ 25 ปี
ทั้ง 4 คน เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของคนอีกหลายแสนที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งการใช้ชีวิตของคนไร้สัญชาติต้องถูกจำกัดหลายอย่าง เช่น
“มีบัตรหมายเลขศูนย์ ย้ายที่อยู่ก็ไม่ได้ ทำใบขับขี่ เดือดร้อนมาก ตำรวจก็ตั้งด่านบ่อย”
“ยิ่งไม่มีใบเกิด ไม่มีบัตรลำบากมากโดนตัดโอกาสทางการเรียนหมด จะซื้อรถซื้อบ้านก็ไม่ได้ แม้แต่เงินฝากยังต้องซ่อนไว้ในตู้”
“เจ็บป่วยไข้ไร้สิทธิ์ นั่งรถไปจังหวัดไกลๆ โดนตรวจก็ต้องนั่งอธิบายให้เจ้าหน้าที่เข้าใจ ยิ่งไม่มีใบเกิด ต้องสู้สุดๆ หาหนทางพิสูจน์สัญชาติ ตามหาญาติ ผู้ใหญ่บ้าน มาให้ปลัดอำเภอสอบปากคำ กว่าจะจบเรื่อง ใช้งบ ใช้เวลานาน”
“ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน เลือกตั้ง ทำพาสปอร์ตไปต่างประเทศก็ไม่ได้ ถูกจำกัดสิทธิ์หลายอย่าง”
...
แล้วตามกฎหมายไทย หลักเกณฑ์การได้สัญชาติไทย ต้องพิจารณากันอย่างไร และด้วยเหตุใดจึงมีคนไม่มีสัญชาติในไทยเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี การเพิ่มช่องทาง จบ. ป.ตรี ก็มีสิทธิ์ได้สัญชาติไทยจริงหรือ วันนี้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์เจาะลึกทุกประเด็นข้อสงสัยในเรื่องนี้กัน....
นายวิเชียร ชิดชนกนารถ รองอธิบดี กรมการปกครอง (ปค.) เปิดเผยว่า คนไม่มีสัญชาติ แยกเป็น 2 ประเภท คือ ต่างด้าวทั่วไป ปัจจุบันมีจำนวน 350,985 ราย และชนกลุ่มน้อย หรือ กลุ่มชาติพันธุ์ จำนวน 484,508 ราย ยอดตัวเลขคนไร้สัญชาติไม่เคยลดลง เพราะในอดีตคนไม่ค่อยเห็นความสำคัญ ปัจจุบันมีจำนวนคนต่างด้าวในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 2,551,031 ราย ซึ่งพื้นที่คนไร้สัญชาติส่วนใหญ่เป็นคนแนวตะเข็บชายแดนทั่วไทย แต่ภาคเหนือเยอะสุด
การให้สัญชาติไทย ในปี 59 มีการมอบอำนาจให้นายอำเภอ กับผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นคนพิจารณาสัญชาติชนกลุ่มน้อย และมีการให้สัญชาติไปหลายหมื่นคนในระยะเวลา 2 ปีแล้ว ตาม พ.ร.บ.สัญชาติไทย แบ่งคนที่จะได้สัญชาติไทยเป็น 2 ลักษณะ
1. หลักสายโลหิต พ่อหรือแม่เป็นไทย เกิดที่ไหนในโลกก็ได้สัญชาติไทย
2. หลักดินแดน คือ พ่อ หรือแม่เป็นคนต่างด้าว และต้องเข้ามาอยู่ในไทยเกิน 15 ปี, ลูกเกิดในไทย ต้องมีใบสูติบัตร หรือใบรับรองการเกิด, มีเลขประจำตัว 13 หลักขึ้นต้นด้วยเลข ศูนย์
“คนไร้สัญชาติจะมีชื่อ ในทะเบียนประวัติ ดั้งเดิมจะมีการจำกัดเขตให้ออกนอกพื้นที่ในระดับอำเภอ แต่เดี๋ยวนี้ขยายมาเป็นระดับจังหวัด และให้ย้ายที่อยู่ ทำงาน เรียนหนังสือได้ เพียงแต่ยังไม่ได้สัญชาติไทยเท่านั้นเอง สมัยก่อนมีอำนาจเฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยคนเดียว คณะกรรมการพิจารณาเดือนนึง 100-200 คน เดี๋ยวนี้กระจายอำนาจไปที่นายอำเภอ และผู้ว่าฯ ก็ทำพร้อมกันทั่วประเทศ เดือนนึงทำได้หลายพันคน ปีหนึ่งเป็นหมื่นๆ คน ก็จะทยอยหมดไป
...
การให้สัญชาติตัวเลขเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่ไม่ได้รวดเร็วทันใจ เพราะ....เช่น อำเภอแม่สาย ยื่นขอไว้ 2 หมื่นคน แต่มีปลัดอำเภอ 6 คน นี่คือข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำได้เร็ว แต่ก็มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาดำเนินการ หากหลักฐานครบ อายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องไม่เกิน 90 วัน โดยให้ยื่นคำร้องขอผู้ว่าราชการจังหวัด แต่หากอายุไม่เกิน 18 ปีต้อง ไม่เกิน 120 วัน และยื่นขอกับนายอำเภอ” นายวิเชียรชี้แจง
กับปัญหาบางคนยื่นเรื่องขอสัญชาติแล้วนานเกือบ 6 ปี แต่ยังไม่ได้สัญชาติเสียที ดังเช่น เสียงสะอื้น สาวไร้สัญชาติบัณฑิตเกียรตินิยม มุมมืดชีวิต 25 ปีที่ไร้อิสระในการเดินทาง ที่ทีมข่าวฯ นำเสนอไปแล้วนั้น ตามกฎหมายมีกระบวนการแก้ไขอย่างไร
นายวิเชียรกล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่ล่าช้า เป็นเพราะ ไม่มีใบสูติบัตร ซึ่งในสมัยก่อน คนไม่ได้ไปเกิดใน รพ. กันเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้ไม่มีสัญชาติเยอะ เพราะไม่มีหลักฐานว่าเกิดที่ไหน ซึ่งเป็นปัญหาที่คร่อมต่อเนื่องกันมาหลาย 10 ปี เมื่อไม่มีใบเกิด ก็ต้องนำพยานบุคคล ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง ผู้ใหญ่บ้าน คนบ้านใกล้เรือนเคียง มาสอบปากคำยืนยันที่ว่าการอำเภอว่าเกิดในไทยจริง แล้วจะมีการออกใบรับรองการเกิดให้ ซึ่งปัญหาดังกล่าว ในอดีตอาจติดต่อกับทางราชการยาก ไปครั้งเดียวก็ไม่ไปตามผลอีกเลย
...
“สิทธิการเป็นเป็นคนไทยต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติสัญชาติ ในอดีตการได้สัญชาติ ค่อนข้างยาก ก็ต้องดูเป็นที่ๆ ส่วนใหญ่จะจัดชุดเฉพาะกิจเข้าไปช่วย และเอานักศึกษามหาวิทยาลัย เอ็นจีโอเข้าไปช่วยกรอกคำร้อง แต่นับปี 59 เป็นหลักเกณฑ์ใหม่ ทำให้ช่องทางง่ายขึ้นเยอะ ทางกรมกรมการปกครองก็ปรับระบบยื่นคำร้อง กระบวนการเป็นคอมพิวเตอร์หมด ก็จะถูกต้องและรวดเร็วขึ้น
แต่ส่วนใหญ่เด็กจะขาดหลักฐาน ที่เป็นเอกสาร ต้องมีการพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเกิดในไทย โดยหาพยานบุคคล ที่น่าเชื่อถือ เป็นคนไทย ที่อยู่เก่าแก่ในหมู่บ้าน ครู ผู้ใหญ่บ้าน กว่าจะตามมาครบ ต้องมา 2-3 รอบ ตอนนี้เพิ่มช่องทาง ของคนกลุ่มใหม่ ถ้าเกิดในไทยและมีใบเกิด แล้วจบปริญญาตรี ก็ขอสัญชาติไทยได้” นายวิเชียรอธิบาย
...
จากข้อเท็จจริงดังกล่าว รองศาสตราจารย์ ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งยังเป็นนักเคลื่อนไหวและนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน ให้ความเห็นว่า คนไร้สัญชาติ หรือ Nationalityless Presons คือ คนที่ไม่ได้รับการบันทึกสถานะคนถือสัญชาติของรัฐใดเลยบนโลกนี้ การไร้สัญชาติหากรู้สาเหตุของปัญหา แล้วแก้ถูกจุด ก็อาจไม่ต้องรอนาน
สำหรับคนไร้สัญชาติที่ต้องมีหนังสืออนุญาตออกพื้นที่เขตควบคุมว่าไปทำอะไร ที่ไหน กลับเมื่อไหร่นั้น นอกจากเพื่อทำตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นการตรวจสอบด้วย เพราะอาจเป็นคนที่หลบหนีเข้าเมืองไทยอย่างผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น แรงงานต่างด้าวได้
“ส่วนใหญ่คนไรัสัญชาติ อยากได้บัตรประชาชนไทย เพราะนำไปสู่สวัสดิการอื่นๆ เช่น รักษาพยาบาลฟรี แก่แล้วก็ได้เบี้ยคนชรา เงินอุดหนุนคนจน เคยตรวจสอบคนที่มายื่นคำร้องก็พบว่ามีบัตรประจำตัวเมียนมา แต่ตอนยื่นเรื่องบอกไม่มี ซึ่งสมัยนี้ตรวจเช็กกันได้ คนไร้สัญชาติ ต้องไม่ไร้สิทธิ์ ถ้าเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน
ประเทศไทยเป็นภาคี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทันทีที่เป็นมนุษย์ ก็มีสิทธิอย่างน้อย 30 ประการตามปฏิญญา กฎหมายก็ใช้เหมือนกันทั่วโลก ถ้าเป็นมนุษย์ก็ต้องมีเอกสารแสดงตน คือ ID Paper ถ้ามีคนมาร้องทุกข์ที่ธรรมศาสตร์ก็ต้องไปดูให้ เดี๋ยวนี้ง่าย สำหรับคนที่ตกหล่นทางทะเบียน หรือโค้ชเอก และน้องทีมหมูป่า ก็ต้องทำตามกระบวนการกฎหมายสัญชาติ โดยหาพยานหลักฐานพิสูจน์ให้ได้ว่าเกิดในประเทศไทยจริง” รองศาสตราจารย์ ดร.พันธุ์ทิพย์กล่าว
ทั้งนี้ นักวิชาการด้านกฎหมายที่แม่นยำกล่าวอีกว่า จากข้อมูลของทีมหมูป่าทั้งสี่คนถือบัตร 0-89 ซึ่งถือว่าอาศัยอยู่ในไทยมานาน จึงถือสิทธิเสมือนคนไทยบางประการ เช่น ด้านหลักประกันสุขภาพแบบได้เปล่า หรือ ‘ท.99’ ส่วนสิทธิการใช้ชีวิตในเรื่องการเดินทาง สามารถออกจากอําเภอแม่สายไปภายในจังหวัดเชียงรายได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่หากต้องการออกนอกจังหวัดเชียงราย หรือนอกประเทศไทย ต้องขออนุญาตก่อน ด้านสิทธิเสรีภาพทางการศึกษาก็สามารถศึกษาได้อย่างไม่มีข้อจํากัด แต่ไม่มีสิทธิกู้เงินจาก กยศ.
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสัญชาติ เปิดเผยว่า ในอดีต คนไร้สัญชาติในไทยโดยมากมาจากประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา เนื่องจากประเทศกลุ่มนี้เคยมีปัญหาคอมมิวนิสต์ แต่ปัจจุบันยุคคนรุ่นใหม่ ความยากลําบากของคนไร้สัญชาติในประเทศไทยลดลงจากในอดีตมาก ไม่ได้ลำบากเหมือนคนสมัยปี 30 และจากประสบการณ์ช่วยเหลือผู้ไร้สัญชาติมาหลายสิบปี พบว่าส่วนใหญ่ที่ยังมีคนไร้สัญชาติจำนวนไม่น้อย นอกจากความไม่รู้กฎหมายและนโยบายแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะมีคนโกหก ต้องไปจ้างพยานบุคคล ซึ่งมีการจับได้เยอะแยะ หรือการทุจริตของเจ้าหน้าที่
“การทุจริตมีอยู่เนืองๆ ในบางพื้นที่ หรือบางช่วงเวลา แต่ละประเทศมีความต่างเรื่องสวัสดิการสังคม คนที่มาจากประเทศสวัสดิการสังคมไม่ดี เขาก็อยากได้บัตรประชาชนไทย ก็เหมือนคนสัญชาติไทย อยากไปอยู่ประเทศที่ดีกว่า ก็เป็นเรื่องธรรมดา
ถ้าอยากแก้ไขปัญหาสัญชาติของตนเอง อย่าหยุดนิ่งที่สถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร และต้องเปิดเผยข้อเท็จจริง เพื่อที่จะได้กำหนดสัญชาติโดยการเกิดได้ หลักกฎหมายสัญชาติของทุกประเทศเหมือนกัน และให้ตระหนักว่า แม้สัญชาติการเกิดไม่ใช่ไทย ก็อาจมีสัญชาติไทยภายหลังการเกิดได้ ซึ่งดูจาก การอาศัยในไทยมานานแล้ว และการมีคู่สมรสสัญชาติไทย” ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสัญชาติ กล่าว
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :
เสียงสะอื้น สาวไร้สัญชาติบัณฑิตเกียรตินิยม มุมมืดชีวิต 25 ปีที่ไร้อิสระในการเดินทาง
กรมการปกครองยื่นมือช่วย สาวไร้สัญชาติบัณฑิตเกียรตินิยม พ้อ 5 ปี ยังไม่ได้สถานะ