เรียกได้ว่า ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก 13 หมูป่า ที่กลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนจากการติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่การเป็นคนดังในสถานการณ์แบบนี้ จะทำให้พวกเขารู้สึกอย่างไร และในอนาคตหากเขาต้องกลับกลายมาเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีคนสนใจ จะส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างไร...
นพ.ชิโนรส ลี้สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยกับทีมข่าวฯ ว่า จากกระแสสังคมที่พูดถึงทีมหมูป่า จนกลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรทางด้านจิตใจของเด็กๆ เพราะอีกไม่นานทั้ง 13 คน จะสามารถปรับตัวได้เอง
และถึงแม้ในอนาคตพวกเขาเหล่านั้น จะกลับมาเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครให้ความสนใจ ก็ถือเป็นเรื่องดี ไม่มีผลกระทบจิตใจแต่อย่างใด เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นประสบการณ์ เป็นความทรงจำของพวกเขา ทางที่ดีเด็กๆ ควรทำตัวตามปกติ และควรดูแลกันและกัน แบบ community resilience หรือที่เรียกว่า การยืดหยุ่นในเรื่องของการฟื้นตัวเอง
“ตอนนี้เขาเหมือนเป็นผู้ประสบภัย ก็ควรจะต้องดูแลกันและกัน คนอื่นมาช่วยจะช่วยเขาได้ไม่มาก แต่ตัวเขาเองจะช่วยฟื้นตัวเองได้ดีกว่า ได้รับกำลังใจจากคนที่อยู่ใกล้เคียง เครือญาติ พี่น้อง ถ้าเขายืนขึ้นเองได้ มันก็จะเป็นความเข้มแข็งของเขาเอง”
...
ส่วนกรณีของโค้ชเอกที่ถูกสังคมต่อว่าอย่างรุนแรง ว่าเป็นต้นต่อของการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นพ.ชิโนรส ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องธรรมดาของโลกโซเชียล ที่มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นคงต้องทำใจให้เข้าใจตรงนี้ว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้วของสังคมโซเชียลมีเดีย ดังนั้นอย่าไปแคร์ในคำพูดของคนอื่น ควรจะต้องทำตัวเป็นปกติของเราเอง
รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า อาจจะต้องไปดูเรื่องของความบาดเจ็บทางจิตใจ จากการที่พวกเขาติดอยู่ในถ้ำนานๆ มากกว่าเรื่องชื่อเสียง นั่นก็คือ โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง (Post-traumatic stress disorder; PTSD) เกิดขึ้นจากการที่ประสบภัย หรืออุบัติเหตุต่างๆ
“การที่เด็กๆ ไปติดอยู่ตรงนั้น เป็นเวลานานพอสมควร อาจทำให้พวกเขาเกิดความเครียด ซึ่งต้องทำให้เขาลดความเครียดจากปัญหาตรงนี้ โดยจิตแพทย์จะดูได้ และจะดูต่อไปว่าเขามีอาการตรงนี้หรือไม่ ซึ่งโรคนี้เกิดได้กับทุกคน”
โรคดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อย และเกิดได้กับทั้งคนที่ประสบภัย และญาติของผู้ประสบภัยเอง โดยใช้วิธีการประเมินอาการ ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน ว่าเขาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้หรือไม่ ดูเรื่องของการนอนหลับว่ามีฝันร้าย หรือมีอาการหวาดผวาบ้างหรือไม่ โดยจะมีวิธีสังเกตได้หลายแบบ
แต่อาการของโรคนี้มักจะแสดงออกทางร่างกาย เช่น ใจสั่น เหงื่อออกตามร่างกาย ปัสสาวะบ่อย เหมือนกับคนที่กำลังตื่นเต้น โดยอาการหนักสุด นอนไม่หลับ สูญเสียการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ก็จะต้องรักษาด้วยการให้ยาทาน
“โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรงเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ตอนเหตุการณ์สึนามิที่ใต้ ตอนนั้นทั้งผู้ประสบภัยและญาติ พี่น้องของผู้ประสบภัย ก็เป็นโรคนี้กันเยอะ แต่โรคนี้ไม่ส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้า นอกเสียจากว่าผู้ป่วยจะมีกรรมพันธุ์โรคซึมเศร้าอยู่แล้ว ก็อาจจะเป็นได้”
นอกจากนี้ นพ.ชิโนรส ให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่สังคมมอบสิ่งของต่างให้กับทั้ง 13 คน ว่า ถ้าเป็นการให้กำลังใจ ปลอบขวัญ ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ควรให้ตามปริมาณความเหมาะสม อย่างเช่น การให้ทุนการศึกษา ก็สามารถให้ได้ เนื่องจากตนมองว่า เด็กๆ ทั้ง 13 คน อาศัยอยู่ในแถบชนบท การให้ทุนเรียนสูงๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ควรให้เป็นรูปแบบของเงิน อันนั้นไม่เหมาะสมเท่าไร
“สภายจิตใจไม่น่าเป็นห่วง ตอนนี้มีจิตแพทย์ของพื้นที่ดูแลเยียวยารักษาสภาพจิตใจของน้องๆ อยู่ ทั้งในส่วนของจิตแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และจิตแพทย์ของโรงพยาบาลสวนปรุงด้วย” นพ.ชิโนรส รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
...