นับแต่เริ่มฟุตบอลโลก 2018 กลางเดือน มิ.ย. จนเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย กระแสการเล่นพนันพุ่งสูง แม้มีข่าวบุกทลายเว็บพนันบอล เพื่อกวาดล้าง และการรณรงค์จาก มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แต่ก็ยังมีนักพนันหน้าใหม่เกิดขึ้น

เพื่อช่วยลดนักพนันหน้าใหม่ วันนี้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีเรื่องราวฝากเป็นอุทาหรณ์จาก นายเอ (นามสมมติ) มาเปิดหมดเปลือก ต้องสูญเงินครึ่งล้านเพราะติดพนันบอล จนต้องขายที่บ้านใช้หนี้ ทำปู่ และย่าที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กต้องลำบาก ทุกข์ใจ สุดท้ายไร้ที่พักพิง

ลงทุนน้อย แต่ได้เงินเยอะ กับดักสู่ผีพนัน

นายเอ (นามสมมติ) หนุ่มโรงงานแห่งหนึ่ง เล่าถึงประสบการณ์อันสุดเลวร้ายของชีวิต ที่เสียหายกับการพนันฟุตบอล ว่า เริ่มเล่นเมื่อตอนอายุ 23 ปี ตามเพื่อนๆ ในโรงงานที่เล่นกันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเพื่อนนำโพยแทงบอลมาให้ดู ตอนนั้นยังไม่อยากเล่น เพราะเล่นไม่เป็น แต่ดูกีฬาเป็น เมื่อเพื่อนเอามาให้บ่อยครั้งเข้า ก็เลยหัดแทงบอลชุด ชุดแรก 50 บาท 5 คู่ ได้เงินมา 2 พันบาท เลยเห็นว่าลงทุนน้อย แต่ได้เงินเยอะ แทงปากเปล่าสองอาทิตย์เคลียร์เงินกันที

คืนเดียวเสียห้าหมื่น หวังได้คืน กลายเป็นหนี้ห้าแสน

จากนั้นนายเอก็ขยับจากแทงบอลชุด 50 บาท มาแทงบอลเดี่ยวคู่ละ 2 ร้อย และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เป็น 500 หลักพัน จนถึงคู่เป็นหมื่นบาท มีแทงมาสุด 2 หมื่น จนมาเสียหนักในคืนเดียวราวห้าหมื่นบาท พยายามเล่นหวังจะเอาเงินคืน แต่กลับเสียไปมากกว่าห้าแสน ต้องกู้เงินทุกวิถีทาง ทั้งบัตรเครดิตต่างๆ ทั้งเงินกู้นอกระบบ เพื่อนำมาใช้หนี้ และเล่นต่อ

“ผมทำบัตรเครดิต แล้วกดเงินมาชำระหนี้ก็ยังไม่พอ ทำแบบนี้บ่อยครั้ง จนต้องไปกู้เงินนอกระบบ กู้มาหลายรอบ จากสามหมื่น ส่งดอกเดือนละ 6 พัน เล่นอีกๆ ก็ติดหนี้ทบไปเรื่อยๆ เป็นห้าหมื่น ส่งดอกวีคละหมื่น แต่เงินเดือนแค่หมื่นสาม

เงินไม่พอก็ยืมเพื่อนจนไม่มีใครให้ยืม เพราะผมไม่มีเงินคืน ผมก็ไม่คิดเลิกเล่น เพราะคิดว่าเสียคู่นี้ คู่หน้าต้องได้คืน ก็อัดอีกคู่ จากสองหมื่น เป็นสี่หมื่น คนเล่นมักคิดแบบนี้ คิดว่าจะได้คืน แต่สุดท้ายมันไม่ใช่ มันกลับตาลปัตร กลายเป็นหนี้บวกเพิ่มซ้ำหนักมากกว่าเดิม” นายเอกล่าวถึงหายนะครั้งนั้น

ย่าป่วย ไม่มีเงินช่วยรักษา ฉุกคิด แต่ไม่คิดเลิก

เมื่อทางบ้านรับรู้ว่าเล่นการพนัน ก็พยายามช่วยปลดหนี้ หวังให้นายเอเลิกเล่นการพนัน เมื่อปี 53 ย่าผู้ที่เลี้ยงนายเอ มาตั้งแต่เกิดป่วยหนัก แต่มีเงินไม่พอรักษา เพราะเงินที่ย่ามี ก็เอามาช่วยใช้หนี้พนัน เหตุการณ์ครั้งนี้ นายเร่ิมฉุกคิดได้ แต่ก็ยังไม่เลิกเล่นพนันบอล แม้ย่าบอกให้เลิก แต่ตอนนั้นนายเอติดพนันมาก จึงไม่ฟังและไม่หยุดเล่น

“ผมพาย่าไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาล ก็ต้องรอคิว ล่าช้านิดหนึ่ง ดูอาการย่าแล้วต้องใช้เงินถึงจะได้รักษาเร็ว เลยพาไปรักษาโรงพยาบาลเอกชน ตอนนั้นผมไม่มีเงินช่วยรักษา เลยมานั่งคิดย้อนว่าถ้าผมไม่เล่นพนันบอล ผมคงมีเงินเก็บ และพอช่วยรักษาย่าให้อยู่ต่อได้อีก 2-3 ปี ได้ คิดได้ แต่ก็ยังไม่เลิก”

คิดได้เมื่อสาย ย่าเสียชีวิต ก้มกราบเท้าศพ ปฎิญาณตนเลิกเล่น

นายเอ เล่าต่อว่าจนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ตัดสินใจเลิกเล่นพนันบอลอย่างเด็ดขาด เมื่อย่า เสียชีวิตหลังจากที่ป่วยได้เพียง 1 สัปดาห์โดยที่ตนช่วยอะไรไม่ได้ ไม่เคยได้ตอบแทนบุญคุณ ทำให้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่เคยดูแลย่า ไม่เคยคืนเงินสักบาทที่ย่าทำงานลำบากเอามาช่วยใช้หนี้พนันบอล

“ย่าเสีย ผมเลยกลับมาทบทวนอีกครั้ง ว่าเราคงต้องเลิกเล่นพนันบอลแล้ว ไม่เอา ไม่ทำอีกแล้ว ผมรู้สึกเสียใจ ตอนย่าอยู่ ผมไม่เคยดูแลย่า ไม่คืนเงินให้ย่าสักบาทที่ช่วยจ่ายหนี้บอล พอย่าเสียก็ไม่มีโอกาสทำให้แล้ว ไปเคาะโลง ย่าก็ไม่รับรู้แล้ว ก็กราบเท้าศพย่าขอโทษ และปฏิญาณกับตัวเองว่า เลิกเล่น” นายเอเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือกับความผิดในใจ

ก้มหน้ารับกรรม เงินเดือนจ่ายดอกเบี้ยหมด อยู่อย่างอัตคัด

หลังตัดสินใจเลิกเล่นพนันอย่างเด็ดขาด แต่ภาระหนี้นอกระบบ ที่ต้องส่งดอกเบี้ยเดือนละ 1 หมื่น อยู่ 3 ปี นายเอ ไม่มีเงินชำระหนี้ และถูกขู่ยิง ไม่กล้ากลับบ้าน เก็บตัวอยู่ในหอพัก ไม่มีแม้เงินจะซื้อข้าวกิน จึงหนีมาเร่ิมต้นชีวิตใหม่ ย้ายมาเป็นหนุ่มโรงงานในที่ปัจจุบันในปี 56 ใช้ชีวิตตามสภาพ แต่หนี้ที่มียังไม่หมด ต้องเคลียร์หนี้บัตรเครดิตที่ละใบ จนหมดหนี้หลายแสนในปี 57 นายเอบอกว่าช่วงนั้นแม้ชีวิตต้องลำบาก เพราะเงินเดือนแค่หมื่นต้นๆ ก็นำไปใช้หนี้ แต่ก็ก้มหน้ารับกรรม

“ผมใช้เท่าที่มี ไม่มีก็ไม่กิน กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ก็โชคดีที่มี พ่อ แม่ และน้องคอยให้กำลังใจ ใครที่อยู่ในสังคมที่เพื่อนร่วมงานเล่นพนัน เราต้องเข้มแข็ง กล้าปฏิเสธ ทุกวันนี้มีโอกาสผมจะพยายามแนะนำน้องๆ ที่ทำงานเสมอ ดูบอลเป็นกีฬา คุยกันวิเคราะห์ผลกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเล่นพนัน” นายเอ กล่าว

“เสียที่นาและบ้าน” ตราบาปชั่วชีวิต พิษภัยมหันต์จากการพนัน

ก่อนจากลากัน นายเอ กล่าวทิ้งท้าย กับเรื่องรุนแรงสุดในชีวิต และรู้สึกผิดมาจนถึงวันนี้ ที่ต้องขายที่นาพร้อมบ้าน ซึ่งเป็นมรดกชิ้นเดียวที่ย่าให้ไว้ นำเงินใช้ปลดหนี้ โดยเล่าด้วยน้ำตาเปื้อนใบหน้า เตือนสติคนที่คิดจะเล่น หรือเล่นพนันอยู่ เมื่อถลำลึกแล้ว กว่าจะหลุดมาได้ต้องสูญเสียทั้งคนรัก เงิน และศักดิ์ศรี อย่ารอให้สายเกินไปแล้วค่อยคิดได้

“ผมไม่มีเงินส่งดอก จนต้องขายที่กับบ้านสี่แสนก็ยังไม่พอใช้หนี้ ยอมไม่มีที่อยู่ ผมทำให้ปู่ต้องลำบาก ไม่ได้อยู่บ้านที่สร้างกันมากับย่า ต้องไปอยู่บ้านลูกสาว ทั้งหมดเป็นผลพวงจากการทำตัวไม่ดี เป็นผีพนัน ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ถ้ามุ่งมั่น แน่วแน่ที่จะเลิก เลิกได้ การเลิกพนันอยู่ที่ใจล้วนๆ ถ้าตั้งใจจริงเราเลิกได้อย่าให้เสียคนที่เรารัก แล้วค่อยกลับมาคิดเหมือนผม มันจะสายเกินไป” นายเอกล่าว


ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน