แพทย์ชี้ของจำเป็น 2 สิ่งสำคัญ ต้องทำ หลังพบ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

ข่าว

    แพทย์ชี้ของจำเป็น 2 สิ่งสำคัญ ต้องทำ หลังพบ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

    ไทยรัฐออนไลน์

    27 มิ.ย. 2561 21:30 น.

    แพทย์เวชศาสตร์การบิน ผู้มากประสบการณ์ด้านการช่วยเหลือกู้ชีพ และเป็นแพทย์ประจำทีมปีนเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งมีประสบการณ์บนภูเขาสูงมา 6 ปี แนะสิ่งของ 2 สิ่งสำคัญที่จำเป็น และต้องทำ หลังพบ 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวง...

    เสร็จสิ้นภารกิจค้นหา 13 ชีวิต ที่ติดถ้ำหลวง ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่2 ก.ค. 61 เวลา 22.40 น. ผู้ว่าฯ ยืนยันพบทั้ง 13 ชีวิต และปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำตัวออกจากถ้ำได้ทันที  ต้องให้แพทย์ประเมินสภาพร่างกาย 

    9 วันที่ทั้ง 13 ชีวิต ติดอยู่ในถ้ำหลวงที่มีสภาพอากาศอับชื้น เย็น มืด และบางจุดออกซิเจนมีน้อย สภาพร่างกายของพวกเขาจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างนั้น

    นพ.สรฤทธิ์ เกียรติเฟื่องฟู แพทย์เวชศาสตร์การบิน และเป็นแพทย์ผู้มากประสบการณ์บนภูเขาสูงมา 6 ปี กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ถึงประเด็นดังกล่าวที่เกิดกับทั้ง 13 ชีวิต โดยเผยว่า สภาวะที่ต้องเผชิญ คือ การขาดน้ำ ขาดอาหาร แต่การขาดน้ำ สามารถทดแทนได้จากน้ำที่หยดจากพวกหินงอก หินย้อยที่พอจะดื่มได้โดยมีขวดน้ำหรือส่ิงใดมารอง ห้ามดื่มโดยตรงก็มีความเสี่ยงที่จะท้องเสีย หากท้องเสียจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ จะอันตรายต่อร่างกาย

    ภาพในอดีตที่เคยเข้าไปในถ้ำหลวง
    ภาพในอดีตที่เคยเข้าไปในถ้ำหลวง

    เนื่องจากน้ำหยดจากถ้ำลงบนพื้นดิน มีโอกาสติดเชื้อโรคปนเปื้อนได้ เพราะมีทั้งขี้นก ขี้ค้างคาว แม้ภายในถ้ำจะมืด ก็จะรู้สึกรับรู้ได้จากการได้ยินเสียงของน้ำหยด ส่วนร่างกายสามารถขาดอาหารได้ถึง 2-3 อาทิตย์ มีโอกาสรอดได้สบายๆ เนื่องจากภายในถ้ำมีน้ำกิน มีอากาศหายใจ ขาดเพียงอาหารเท่านั้น

    แต่ปัญหาที่ต้องระวังและเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อติดอยู่ในถ้ำ คือ อุณหภูมิภายในถ้ำประมาณไม่เกิน 20-24 องศาฯ ซึ่งถือว่าอากาศเย็นด้วยตัวเองอยู่แล้ว อีกทั้งมีฝนตกอีก การอยู่นานๆ โดยไม่มีเครื่องนุ่งห่ม ใส่เสื้อผ้าเปียก แยกกันอยู่ หรือทำตัวให้อุ่นไม่ได้ จะมีภาวะตัวเย็นเกิน หรืออุณหภูมิกายต่ำผิดปกติ (Hypothermia) เกิดขึ้น 

    ก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี พวกเขาเคยเดินเข้าถ้ำหลวงแห่งนี้มาก่อนแล้วหลายครั้ง
    ก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี พวกเขาเคยเดินเข้าถ้ำหลวงแห่งนี้มาก่อนแล้วหลายครั้ง

    ซึ่งหากเกิดภาวะตัวเย็นนานๆ สภาวะร่างกายจะเกิดการกดประสาท ทำให้การรับรู้ตัวเปลี่ยนไป มีอาการซึม และให้ความช่วยเหลือออกมาลำบาก เนื่องจากร่างกายตอบสนองตามคำสั่งแย่ลง มีอาการสับสน คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง และไม่ทำตามคำสั่ง

    เจอทั้ง 13 ชีวิต ควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก?

    นพ.สรฤทธิ์ ตอบว่า หากเจอปุ๊บ ให้ตรวจสอบว่าแต่ละคนอาการเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นควรทำให้ร่างกายอุ่นทันที ให้ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกให้หมด อย่าให้ร่างกายเปียกชื้น แล้วห่มผ้าห่มฉุกเฉินทันที ห้ามจุดไฟในถ้ำเด็ดขาด จะมีควันทำให้อากาศหายใจติดขัด

    แต่ในการปฏิบัติการลงไปช่วย ก็ต้องไปด้วยอุปกรณ์ที่น้อย ชิ้นเล็ก และเบา ถ้าเลือกสิ่งของที่ต้องติดตัวไปได้ไม่กี่อย่าง ดังนั้นในสภาวการณ์เช่นนี้ อันดับแรกที่ต้องมี คือ ผ้าห่มฉุกเฉินจึงจำเป็นที่สุดที่ควรนำติดตัว ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ผ้า แต่เป็นแผ่นพลาสติกขนาดบางเคลือบฟอยล์ เพื่อกักเก็บอุณหภูมิ และสะท้อนแสง และอาหารขนาดเล็กที่พกพาได้ง่าย 

    ส่วนขั้นตอนต่อไป คือ ให้กินอาหารเพิ่มพลังงาน แต่ควรเป็นของย่อยง่าย เป็นอาหารเบาๆ เช่น ช็อกโกแลต กล้วยตาก น้ำดื่ม ลูกอม เนื่องจากการให้ความอบอุ่นของร่างกายต้องมีน้ำตาลเข้าช่วยก็จะทำให้ร่างกายอุ่นมากขึ้น

    ผ้าห่มฉุกเฉิน
    ผ้าห่มฉุกเฉิน

    “ถ้ามีพลังงานให้ด้วยก็จะดี เพราะการขาดอาหารนานๆ ก็จะทำให้ขาดพลังงาน ทำให้สร้างความร้อนในร่างกายยาก ร่างกายอบอุ่นช้า การมีอาหารให้กินทำให้ร่างกายอุ่นได้เร็วขึ้น เช่น ลูกอมหวานๆ ก็พอช่วยได้ ให้กินนิดเดียวก่อน หากให้กินเยอะรวดเดียว ร่างกายที่ขาดสารอาหารนานๆ จะมีปัญหากับร่างกาย ในทางการแพทย์หากมีการขาดสารอาหาร จะให้น้ำเกลือก่อน แล้วค่อยให้อาหารค่อยๆ กินไปทีละนิด และเป็นอาหารย่อยง่าย” นพ.สรฤทธิ์ กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สรฤทธิ์ เกียรติเฟื่องฟู13ชีวิตติดถ้ำหลวงทีมหมูป่า เชียงราย ติดถ้ำทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ถ้ำหลวง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 09:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์