กรณีสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) เดินหน้าทำสลากฯ รวมชุด 5 ใบ 400 บาท ส่งขายเอง เพื่อแก้ปัญหาขายสลากฯ เกินราคา ก่อนสรุปรายละเอียดเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ (บอร์ด) พิจารณาภายในเดือน มิ.ย.นี้ หากคณะกรรมการสลากฯ อนุมัติให้ดำเนินการ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการจัดทำสลากฯ รวมชุดในช่วงครึ่งปีหลัง

ซึ่งคาดว่าจะจัดจำหน่ายลอตเตอรี่รวมชุดได้เร็วสุดงวดแรก 16 ก.ค. 61 ซึ่งในระหว่างสำนักงานสลากฯ ทำประชาพิจารณ์ 4 ภาคทั่วประเทศตลอดเดือน พ.ค. เพื่อเปิดรับฟังความเห็นประชาชน นักวิชาการ และบุคคลที่เกี่ยวข้องนี้มีหลายฝ่ายยังคงเชื่อว่า การกระทำดังกล่าวไม่น่าจะประสบความสำเร็จ

ฟังรอบด้าน กองสลากฯ ทำ “หวยชุด” แก้ปัญหาได้จริง หรือแค่ฝัน

“ไม่เชื่อว่ากองสลากฯ รวมชุดแล้วราคาหวยจะถูกลง เพราะทุกวันนี้ที่ซอยเขาตาโล พัทยาใต้ ก่อนถึงโลตัสย่อย ติดกับ ธ.ไทยพาณิชย์ ยังขายหวยชุดใบละหนึ่งร้อยอยู่เลย ติดป้าย 80 บาทจริง แต่ขาย 100 บาท” แฟนเพจไทยรัฐออนไลน์ จ.ชลบุรี แจ้งความเห็นผ่านอินบ็อกซ์กับทีมข่าวฯ

...

และชายผู้หนึ่ง วัยเกือบ 45 ย่านสะพานควายก็เชื่อมั่น หวยชุดยังคงราคาแพงอยู่ดี เพราะผู้ค้ารายย่อยต้องซื้อผ่านพ่อค้าคนกลาง “แก้ไม่ได้หรอก ถ้ายังมียี่ปั๊วขายเกินราคาอยู่ รู้สึกโดนเอาเปรียบตลอด ยิ่งไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นะ ไม่มีใบละ 80 ขายหรอก 100-120 ทั้งนั้น หาทางรวยให้ยี่ปั๊วเสียมากกว่า”

ส่วนคุณยายท่านหนึ่งก็ขอออกเสียงสนับสนุน “ถึงรัฐบาลจะทำขายชุดละ 400 คนขายก็ต้องขายเกินราคาอยู่ดี ขายไม่ได้กำไร จะขายทำไม ก็เหมือนลอตเตอรี่ 80 บาท ทุกวันนี้ยังขาย 90-120 เลย ยิ่งเลขเด็ด เลขมงคล ปั่นราคาตลอด เผลอๆ 600-700 ก็มี แก้ไม่ได้หรอกที่ไม่ให้ขายเกิน”

ด้าน นักศึกษา ม.หอการค้า คนรุ่นใหม่ แนะ ควรทำออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหาโก่งราคาเลขสวย “เพิ่มช่องทางออนไลน์ด้วยเลย แก้ปัญหา มีเลขเด็ด แต่หาซื้อไม่ได้ หรือเลขสวยเกินราคา แล้วออนไลน์พิมพ์ชื่อ เลขประชาชนในสลิป จะได้หมดปัญหาหวยราคาแพง”

จากเหตุผลทั้งหมด... จริงหรือ? การที่กองสลากฯ เดินหน้าแก้ปัญหาราคาสลากฯ แพงเพื่อคนไทยในครั้งนี้ โอกาสสำเร็จเป็นไปได้ยาก สาเหตุแท้จริงคืออะไร เรามาวิเคราะห์ร่วมกันกับ นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน

หวยชุด คือ การแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ชี้แนวทาง ทลายกลุ่มพ่อค้าคนกลาง

ซึ่งนายธนากรกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลใจ ด้วยเชื่อว่าการรวมสลากฯ ขายเอง ไม่อาจจะแก้ปัญหาการขายสลากฯ เกินราคาได้ เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ซึ่งสาเหตุที่สลากฯ ขายเกินราคานั้น เป็นเพราะการกระจายสลากฯ ยังผ่านพ่อค้าคนกลางเหมือนเดิม โดยตราบใดที่มีช่องโอกาสทำกำไรเช่นนี้ พ่อค้าคนกลางก็ไม่มีวันวางมือ

“สาเหตุของปัญหาสลากฯ แพงที่แท้จริง ก็เป็นอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ผู้ค้าปลายทางไม่ได้รับสลากฯ มาในราคาต้นทุน เพราะต้นทางคือ ผู้ที่ได้โควตาสลากฯ จำนวนหนึ่งที่เป็นองค์กรการกุศล กับผู้จองซื้อสลากฯ รายที่ไปกดจองจากตู้เอทีเอ็ม ได้สลากฯ มาแล้วไม่ได้นำสลากฯ ไปขายเอง แต่กลับนำสลากฯ ไป “ขายช่วง” ต่อให้พ่อค้าคนกลาง

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน

...

ในขณะที่ผู้ค้าสลากฯ จริงๆ อีกจำนวนมากกลับเป็นผู้ที่ไม่ได้โควตา หรือเข้าไม่ถึงการจองสลากฯ มีจำนวนหนึ่งได้สลากฯ มาแต่ไม่พอขาย จึงทำให้ต้องไปซื้อสลากฯ ต่อจากพ่อค้าคนกลาง เพราะฉะนั้นต้องแก้ปัญหาในจุดนี้มากกว่า ไม่ใช่ออกหวยชุดเอง ออกหวยชุดมาแล้ว แต่ก็ยังต้องผ่านระบบที่มีพ่อค้าคนกลาง ปัญหาก็ยังเหมือนเดิมอยู่ดี”

นายธนากรวิเคราะห์ พร้อมทั้งชี้แนะหนทางที่จะกระจายสลากฯ จากต้นทางสู่ปลายทางได้โดยตรง โดยสิ่งที่รัฐต้องทำ คือ การหาผู้ค้ารายย่อยตัวจริงให้เจอ โดยอาจใช้วิธีการทำสำมะโนผู้ค้ารายย่อย ขึ้นทะเบียน และกระจายสลากฯ ตรงไปยังพวกเขา โดยกำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสม ให้สิทธิแก่ผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย เป็นสำคัญ พร้อมทั้งเพิ่มบทลงโทษกับพ่อค้าคนกลางที่นำสลากฯ มาซื้อขายต่อ เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายลงโทษคนที่เอาสลากฯ มารวมชุด หรือห้ามการเอามาขายต่อยกเล่ม  

 3 ผลร้าย หวยชุดฉุดชีวิตดิ่งลงเหว ยิ่งมอมเมา มากกว่าลดเล่นพนัน

...

ทั้งนี้นายธนากรยังมองอีกว่า การทำสลากฯ รวมชุด รัฐไม่ควรทำ เนื่องจากเป็น “การส่งเสริมการซื้อสลากฯ แบบทวีคูณ” จากเดิมที่ผู้บริโภคเคยซื้อเพียง 1 ใบ รางวัลไม่จูงใจ จะกลายเป็นซื้อทีละ 2 ใบ 3 ใบ หรือ 5 ใบ ซึ่งจูงใจมากกว่า อีกทั้งยังเชื่อว่าเมื่อมีการออกสลากฯ รวมชุด จะทำให้สลากฯ ใบเดี่ยวเป็นที่ต้องการน้อยลง และจะค่อยๆ หมดความสำคัญไป เท่ากับว่านโยบายของรัฐบาลส่งเสริมให้คนซื้อสลากฯ ซึ่งเป็นการพนันรูปแบบหนึ่งมากขึ้น เท่ากับรัฐบาลขายฝันให้คนหวังรวยเปรี้ยงจากการเล่นพนันมากขึ้น

“เท่ากับเป็นการยืนยันแนวนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการเล่นพนันมากกว่าการลดการเล่นพนัน เพราะเท่าที่ผ่านมาการเพิ่มจำนวนการพิมพ์สลากฯ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มจำนวนคนไทยที่เล่นสลากฯ มากขึ้น จากเดิมจำนวนผู้ซื้อสลากฯ อยู่ที่ 19 ล้านคนในปี 2557 เป็น 21 ล้านคนในปี 2560 ขณะที่จำนวนการซื้อสลากฯ เฉลี่ยต่อคนก็เพิ่มขึ้น จากซื้อคนละ 1 ใบโดยเฉลี่ย เพิ่มเป็นคนละ 4 ใบโดยเฉลี่ย”

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนันแสดงความห่วงใย และเผยผลร้ายของการออกหวยชุด หากรัฐบาลยังดึงดันทำทั้งๆ ที่อาจแก้ปัญหาสลากฯ แพงไม่ได้ แล้วใครคือผู้รับผิดชอบต่อความล้มเหลวในครั้งนี้ 

...

“เพราะความล้มเหลวนี้ มีต้นทุนที่สังคมต้องจ่าย คือ 1.ผู้บริโภคยังต้องซื้อสลากฯ เกินราคา 2.คนเสียเงินให้กับการซื้อสลากฯ มากขึ้น แทนที่เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจครัวเรือนในด้านอื่น กลับหมดไปกับการเสี่ยงโชค 3.ทรัพยากรมนุษย์ด้อยคุณภาพลง คนไทยมัวเมากับการหวังรวยเปรี้ยงมากยิ่งขึ้น ขณะที่ประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตกลับลดลง โดยเฉพาะในวันและเวลาที่กำลังมีการออกรางวัล”

สิ่งที่รัฐบาลควรทำมากกว่าหวยชุด ออกรางวัลที่ 1 ทั้งหมด 80 ครั้ง

อย่างไรก็ดี ทีมข่าวฯ สอบถามต่อว่า หากรัฐไม่ควรออกหวยชุด ควรทำอย่างไร นายธนากรชี้แนะ รัฐควรทำและคิดในทิศทางตรงกันข้าม โดยหาวิธี “การสลายการรวมชุด” รัฐบาลที่ปกป้องสังคมต้องทำให้ประชาชนมีความหวังรวยจากหวยให้น้อยลง การทำสลากฯ รวมชุดจะทำให้คนยิ่งหวังรวยกับการซื้อสลากฯ มากขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากการออกรางวัลที่ 1 เพียงครั้งเดียว

“สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ ลดแรงจูงใจในการรวมชุดสลากฯ อาจจะโดยการออกรางวัลที่ 1 ให้มากขึ้น ถ้าสุดโต่งเลยก็คือออกรางวัลที่ 1 ทั้งหมด 80 ครั้ง ตามจำนวนชุดของสลากฯ ที่พิมพ์ออกจำหน่าย เพราะตอนนี้สลากฯ มีทั้งหมด 80 ล้านใบ คือ 80 ชุด ชุดหนึ่งมีล้านใบ หรืออาจจะออกรางวัลที่ 1 โดยแยกตามชุด เช่น ออกรางวัลที่ 1 ครั้งละ 10 ชุด โดยวิธีการสุ่ม ไม่มีใครรู้ก่อนล่วงหน้าว่ารางวัลที่หนึ่งของการออกครั้งนี้เป็นของชุดใดบ้าง เป็นต้น

หรืออาจจะด้วยวิธีการอื่นๆ แต่ต้องยึดหลักคิดสำคัญ คือ ทำให้แรงจูงใจในการซื้อสลากฯ รวมชุดหมดไป โดยการกระจายการออกรางวัลที่ 1 ให้มากครั้ง ซึ่งจะทำให้มีจำนวนคนที่จะถูกรางวัลที่ 1 มากขึ้น โดยขนาดของรางวัลเท่าเดิม คือ 6 ล้านบาท เพราะตัวการสำคัญที่ทำให้คนมีความหวังคือ “รางวัล” หากรางวัลยิ่งมีขนาดใหญ่ ยิ่งเร้าใจให้คนเกิดความหวังมาก ฉะนั้นการทำรางวัลให้เล็กลง แล้วกระจายโอกาสการถูกรางวัลให้มากขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลพึงพิจารณายิ่ง”

ซื้อสลากฯ แพง คือ ยอมให้โกง เงินไม่ได้เข้ารัฐ แต่เข้ากระเป๋าใคร

แม้ก่อนที่กองสลากฯ คิดจะรวมหวยชุดขายเอง ปัญหาสลากฯ ขายแพงเกินราคานั้น เกิดขึ้นอยู่เสมอ บ่อยครั้งที่หลายๆ คน ยอมซื้อสลากฯ แพง เพียงแค่คิดว่าไม่เป็นไร ช่วยอุดหนุนรัฐบาล, สงสารคนขาย หรือข้ออ้างสำคัญ คือ ไม่เป็นไร “เป็นเลขเด็ดที่อยากได้”

งานเสวนา ปัญหาสลากแพง ถึงเวลา reset แล้วหรือยัง? จัดโดย มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมรัก เครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก
งานเสวนา ปัญหาสลากแพง ถึงเวลา reset แล้วหรือยัง? จัดโดย มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมรัก เครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก

ซึ่งจริงๆ แล้วหากวิเคราะห์ร่วมกันกับนายธนากรแล้ว จะพบว่าเงินที่เรายอมซื้อสลากฯ แพง ไม่ได้เข้ารัฐอย่างที่คิด ไม่ได้ช่วยให้คนขายที่น่าสงสารได้รายได้มากขึ้น เพราะเหตุที่มาขายแพง เพราะรับซื้อสลากฯ มาแพง แต่คนที่ได้เงินเพิ่ม คือ คนโกง หรือพ่อค้าคนกลางที่อาศัยอิทธิพล เอาเปรียบคน ซึ่งการยอมซื้อสลากฯ แพงนั้นก็เท่ากับสนับสนุนการโกง

“เป็นเรื่องยากในการชี้แนะคนที่ยอมซื้อสลากฯ แพง เพราะผู้ซื้อเป็นปลายทาง เป็นผู้รับผลประโยชน์ แต่การที่ยอมซื้อสลากฯ แพงนั้นถือว่าเป็นการโกงโดยสมยอม เพราะหวังถูกรางวัล และหากเต็มใจซื้อก็เท่ากับสนับสนุนการโกงด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควร หากต้องการความถูกต้อง ชอบธรรมในสังคม ประชาชนไม่ควรยอมซื้อสลากฯ แพง” นายธนากร กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม เวทีสัมมนาที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเดินทางไปทำประชาพิจารณ์ คือ วันที่ 25 พ.ค. 61 ที่จังหวัดภูเก็ต และวันที่ 28 พ.ค. 61 ที่จังหวัดนครสวรรค์ และจัดสัมมนาโครงการนี้ครั้งสุดท้ายที่จังหวัดเลย ในวันที่ 19 มิ.ย. 61 และจะใช้เวลาที่เหลือในการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ จนครบ 3 เดือน

ทั้งนี้ประชาชนที่สนใจร่วมประชาพิจารณ์ สามารถแสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล www.glo.or.th และตู้ ปณ. 22 ปณ.นนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2561 กรณีหากเจอสลากฯ ขายเกินราคา ให้ถ่ายวิดีโอเก็บเป็นหลักฐาน แล้วส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือโทรแจ้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 0-2345-1466

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน


สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่าน มาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ