จากกรณี เจ้าของบ้านหาดใหญ่สุดช็อก เจอผู้เช่ารื้อ ต่อเติมบ้านจนเละนั้น (อ่านข่าว 6ล้านละลาย เจ้าของบ้านหรูแทบช็อก คนเช่ารื้อซ่อมเละเทะ) บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนางอำพร รุ่งทอง ตั้งอยู่เลขที่ 1/42 หมู่บ้านปาล์มสปริงส์ 7 ถนนสายสนามบิน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยสภาพบ้านบริเวณสวนหย่อมข้างบ้านถูกรื้อทั้งหมด จากที่เคยประดับด้วยต้นไม้และก้อนหินอย่างสวยงามร่มรื่น แต่ขณะนี้เหลือเพียงซากและร่องรอยการก่อสร้างใหม่ จนต้นไม้บางส่วนตาย รวมทั้งหลังคาบ้านทั้งด้านหน้าและด้านข้างที่ต่อเติมขึ้นใหม่แต่ก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงได้สอบถามกับ นายโอฬาร เจียรวทรัพย์ อายุ 40 ปี ผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว เผยว่า ตอนที่เช่าแรกๆ เจ้าของบ้านก็มาขอช่วยให้ซื้อ เพราะไม่ได้อยู่บ้านนี้แล้ว ตนก็บอกว่า ขอดูเงินก่อน ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็ให้เวลา 1 ปี แต่หลังๆ มาบอกไม่ได้แล้ว ต้องใช้เงิน ซึ่งตนก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า จะไม่ซื้อบ้าน โดยในตอนแรกขาย 5.4 ล้านบาท และขยับขึ้นมาเป็น 5.6 และ 5.8 สุดท้าย 6 ล้านบาท

...

ผู้เช่าบ้านหรู เผยเหตุรื้อ ต่อเติมบ้าน ทั้งที่ยังไม่ได้จ่ายเงินซื้อ

สำหรับเรื่องการต่อเติมบ้านนั้น นายโอฬาร กล่าวว่า ตนได้สอบถามเจ้าของบ้านแล้ว โดยระบุว่า หากตนมีเจตนาที่จะซื้อบ้านจริงๆ ก็ทำได้เลย โดยได้จ้างช่างมาต่อเติมบ้านในราคา 300,000 บาท โดยจ่ายไปแล้ว 150,000 บาท เหลืออีกครึ่งหนึ่ง แต่หลังจากปีใหม่ช่างก็ยังไม่ได้มาทำ เพราะตนไม่ได้เช่าอยู่แล้ว แต่หากต้องการทำให้เสร็จตนยินดีจะจ่ายส่วนที่เหลือให้

“ผมยังไม่ได้จ่ายค่าซื้อบ้าน 6 ล้านบาทกับแกนะ แต่ในฐานะคนรู้จักกัน ผมก็ขอเจ้าของบ้านแล้วว่า จะต่อเติมนะ ไม่ใช่ว่าไม่ขออนุญาต ซึ่งแกก็บอกว่าได้ และหากทำเสร็จก็สวยกว่าเดิมหลายเท่า โดยผมตั้งใจจะเสริมหลังคาหน้าบ้านเพิ่มเติม ส่วนด้านข้างก็ปูกระเบื้องให้ใหม่ เพราะเจตนาจริงๆ ผมตั้งใจจะซื้อบ้าน พูดตรงๆ จากใจเลย ระหว่างรอเงินก้อนใหญ่ผมก็ต่อเติมบ้าน ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ และเจ้าของบ้านเขาก็มาที่บ้านตลอดเขาก็เห็น” หนุ่มผู้เช่า ระบุ

ตั้งใจซื้อ ไม่ได้ตั้งใจรื้อ! หนุ่มผู้เช่า ตอบตรงๆ ถ้าไม่ซื้อจะเอาเงินไปต่อเติมบ้านทำไม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังอยากได้บ้านหลังนี้อยู่หรือไม่นั้น นายโอฬาร กล่าวว่า ตนพูดตรงๆ ตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังนี้ เสียเงินไปหลายบาท ซึ่งตนก็เห็นใจเจ้าของบ้าน เพราะตนเป็นคนขี้สงสาร และเจ้าของบ้านก็เป็นคนดี แต่ตนยอมรับว่า ผิดพลาดที่เงินยังไม่มีแค่นั้น แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องรอมีเงินก่อน ซึ่งเจ้าของบ้านเองก็บอกว่า รอไม่ได้ เพราะจะต้องเอาเงินไปซื้อบ้านหลังอื่น จากที่ตอนแรกตกลงกันไว้ว่าจะขอเวลา 1 ปี

“มันเป็นการตกลงปลงใจกันทั้งสองฝ่ายว่าจะซื้อบ้าน ผมยืนยันว่า ผมตั้งใจจะซื้อบ้านจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะไปรื้อบ้านเขา ถ้าไม่ซื้อแล้วผมจะเอาเงินไปทำบ้านตั้ง 3 แสนทำไม เอาเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านเขาไม่ดีกว่าหรอ ต่อเติมบ้านแต่ละครั้งเสียเงินเยอะนะ ผมแค่อยากเห็นความสวยงามในแบบที่ชอบแค่นั้น” หนุ่มผู้เช่า อธิบาย

ภาพก่อนรื้อ ต่อเติมบ้าน
ภาพก่อนรื้อ ต่อเติมบ้าน

...

ผู้เช่า เผย ทำธุรกิจนายหน้าค้าที่ดิน รวยอู้ฟู่ แต่ถูกโกงจนหมดตัว

นายโอฬาร ยังเล่าด้วยว่า ตนเป็นนายหน้าค้าขายที่ดิน เดิมทีมีรายได้ค่อนข้างมาก เมื่อปี 58 มีรายได้ 300-400 ล้านบาท แต่มีปัญหาโดนคนใกล้ชิดโกงจนหมดตัว เพราะทรัพย์สมบัติเป็นชื่อของคนใกล้ชิดทั้งหมด และได้มีการตกลงกันว่าจะแบ่งสมบัติกัน จนตนส่งทนายไปทวงถามหลายครั้ง และตั้งใจจะฟ้อง แต่ก็ไม่อยากจะขึ้นโรงขึ้นศาล สุดท้ายตกลงกันว่า รอเวลาขายทรัพย์สินที่มีได้แล้วจะแบ่งเงินกัน

“ตอนนั้นพอเราออกมา เราก็กำลังเคลียร์เรื่องงาน เราไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนอกจากรถยนต์สองคันเท่านั้น เพราะทรัพย์สินที่มีทั้งหมดเราใช้ชื่อเขา เขาก็เลยเอาไปหมดเลย ส่วนเรื่องการดำเนินคดีนั้น ให้ทนายจัดการแล้ว โดยจะขอให้ศาลแบ่งทรัพย์สิน” หนุ่มเช่าบ้านหรู กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

ต่อมา ตนจึงไปหาที่พักเช่าอยู่ ก่อนหน้านี้ไปเช่าคอนโดฯ อยู่ และมาเช่าบ้านของนางอำพร ซึ่งเคยไปเปิดบริษัทอยู่หน้าบ้านญาติของนางอำพร ที่ จ.สตูล และได้พูดคุย รู้จักกันมาก่อน รวมทั้งเห็นว่า บ้านของนางอำพร มีที่จอดรถยนต์ เพราะตนมีรถหรู และอยากจอดรถไว้ในบ้าน จึงตัดสินใจมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่กับแฟนสองคน

ภาพก่อนรื้อ ต่อเติมบ้าน
ภาพก่อนรื้อ ต่อเติมบ้าน

...

ภาพก่อนรื้อ ต่อเติมบ้าน
ภาพก่อนรื้อ ต่อเติมบ้าน

ไม่มี ไม่หนี! ผู้เช่า ยัน ไม่เคยค้างค่าเช่า ลั่น พร้อมชดใช้ค่าทำบ้านพัง

นายโอฬาร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ค่าเช่าบ้านเดือนละ 25,000 บาท ตนจ่ายตลอดทุกเดือน ไม่เคยค้างค่าเช่า และอยากให้เจ้าของบ้านสบายใจ จึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ ด้วยตัวเอง โดยยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้ 520,000 บาท แต่ตอนนี้ยังไม่ได้จ่าย เพราะว่าเงินยังไม่มี ถ้ามียืนยันว่าจ่ายอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะหนี เพียงแต่ตอนนี้รอเงินอยู่

นอกจากนี้ ตอนทำสัญญาเช่าบ้าน มีเงินมัดจำอยู่ 50,000 บาท และค่าเช่าล่วงหน้า 25,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 75,000 บาท ตนก็ให้เจ้าของบ้านหักเป็นค่าเช่าบ้านไป 2 เดือน และเหลืออีก 25,000 บาทที่เจ้าของบ้านต้องโอนคืนมาให้ตน ตนจึงให้เงินคืนไป 20,000 บาท เป็นค่าเสียเวลา ค่าน้ำมันรถที่เจ้าของบ้านต้องขับมาจากปัตตานีมาดำเนินการในเรื่องนี้ ตนเห็นใจ เพราะตนเป็นคนผิด แต่ก็คุยกันได้อยู่ ไม่ได้มีปัญหาหรือทะเลาะกัน

...

“ถ้าเดือน พ.ค.นี้ มีเงินเข้ามาเยอะ เพราะผมขายที่ดินอยู่หลายที่ คาดว่าได้นายหน้าประมาณ 30 ล้านบาท และทำฟาร์มจิ้งหรีดใหญ่อยู่ น่าจะได้เดือนละ 300,000 บาท ผมก็ยังยืนยันว่าจะซื้อบ้านกับเขานะ ถ้ายังขายอยู่ อย่างน้อยน้ำใจคนที่เคยช่วยเหลือเรา ซึ่งเดี๋ยวต้องไปคุยกับเขาก่อนว่าจะคิดยังไง” หนุ่มเช่าบ้านหรู กล่าวถึงเจตนาชดใช้ค่าเสียหาย

ตร.เผย คดีทำให้เสียทรัพย์ขาดอายุความ หากตกลงกันไม่ได้ ชี้ ฟ้องแพ่งคดีผิดสัญญา

ด้าน พ.ต.ท.ฉัตรชัย บำรุงกรณ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.หาดใหญ่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในหน้าที่ตำรวจถ้าเรื่องราวเข้าข่ายอาญาก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งในข้อหาทำให้เสียทรัพย์นั้น เจ้าของบ้านรู้ว่ามีการกระทำผิดเมื่อเดือน ส.ค. 60 ถ้าจะร้องทุกข์ต้องทำภายใน 3 เดือน แต่ปรากฏว่า เรื่องนี้มีการเลื่อนนัดกันไปมาก่อนหน้าที่จะมาพบตำรวจหลายต่อหลายครั้ง ทำให้คดีอาญาขาดอายุความ ตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะว่าเรื่องเสียทรัพย์ เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้ โดยต้องแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีภายใน 3 เดือน

อีกทั้ง คู่กรณีทั้งสองรู้จักกันมาก่อน ทางตำรวจก็ได้พยายามเจรจามาโดยตลอด มีการเลื่อนนัดชดใช้ค่าเสียหายหลายครั้ง ซึ่งตำรวจไม่ได้มีอำนาจไปบังคับให้จ่ายเงินได้

นอกจากนี้ หากในอนาคตทั้งสองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายผู้เช่าบ้านยังไม่ชดใช้ค่าเสียหายนั้น ทางเจ้าของบ้านจะต้องไปฟ้องแพ่งเป็นความผิดส่วนตัวในเรื่องผิดสัญญาต่อไป.

เรื่องราวครั้งนี้จะจบลงเช่นไร โปรดติดตาม

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน