ข่าว
100 year

สละลมหายใจต่อชีวิตเหยื่อ! เปิดวินาทีระทึก นักผจญเพลิงดับไฟราชเทวีอพาร์ทเม้นท์

ไทยรัฐออนไลน์4 เม.ย. 2561 05:30 น.
SHARE

กลางดึกวันที่ 3 เม.ย. เวลาที่ทุกคนกำลังพักผ่อน แต่แล้วเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ที่ช่องชาร์ป ซึ่งเป็นช่องสำหรับเดินสายไฟบริเวณชั้น 5 ประชาชนผู้พักอาศัยที่ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ ซอยเพชรบุรี 18 เขตราชเทวี เริ่มตื่นจากควันเพลิงที่โหมกระหน่ำ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ

เหตุการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อเพลิงลุกลามไปยังช่องชาร์ปของชั้นต่างๆ จากตีสองถึงตีสี่ควันเพลิงเริ่มเบาบางลง มีทีมเจ้าหน้าที่นับร้อยชีวิตเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในอาคาร 14 ชั้น ทั้ง 156 ห้อง รวมกว่า 200 คน

แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุเศร้าสลดเมื่อมีผู้สำลักควันเสียชีวิต 1 ราย ณ ที่เกิดเหตุชั้น 12 ต่อมา มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน

กระนั้นแล้ว ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงพาไปพูดคุยกับ นายจักรกฤษณ์ คงคำ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสุทธิสาร และ นายณัฐพงษ์ แก้วมะ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพญาไท ถึงวินาทีเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขึ้นไปช่วย ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ อาคารราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ สูง 14 ชั้น ภายในซอยเพชรบุรี 18 ถนนเพชรบุรี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม. เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.40 น. วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนเองและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสุทธิสาร ได้รับมอบหมายให้เข้าไปค้นหาคนที่ยังติดค้างอยู่ภายในอาคาร

20 ชีวิตหนีตาย รวมตัวอยู่ในห้องหนึ่งในชั้น 14 นักผจญเพลิงชื่นชม "เอาตัวรอดได้ดี" 

นายจักรกฤษณ์ เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า ทันทีที่เดินทางไปถึง ภายในอาคารเต็มไปด้วยกลุ่มควันที่พวยพุ่งเต็มพื้นที่ไปหมดแล้ว แต่เบื้องต้นยังโชคดีที่กลุ่มควันดังกล่าวแม้จะเป็นกลุ่มควันที่หนาแน่น แต่ไม่มีความร้อน

เมื่อเจ้าหน้าที่ทุกนายสวมชุดผจญเพลิงและถังออกซิเจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงใช้กล้องจับความร้อนและไฟฉาย ค่อยๆ เดินขึ้นไปค้นหาคนที่ยังติดอยู่ภายในอาคาร ทีละชั้นๆ จนกระทั่งเมื่อเดินไปถึงชั้นที่ 12 จึงได้พบกับผู้ที่ติดอยู่ในอาคารเป็นคนแรก ซึ่งอยู่ในอาการหมดสตินอนอยู่หน้าลิฟต์ จึงได้รีบช่วยกันนำร่างลงไปโดยทันที

นักผจญเพลิงมากประสบการณ์ เล่าต่อว่า หลังจากนั้นได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เหลือเดินฝ่าหมอกควันอันหนาทึบ ค่อยๆ เดินขึ้นไปค้นหาผู้รอดชีวิตกันต่อ จนกระทั่งถึงชั้นที่ 14 จึงได้พบว่า มีผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าว เข้าไปรวมตัวหลบภัยอยู่ในห้องห้องหนึ่ง มากถึง 20 กว่าคน !

"ผู้ที่เข้าไปหลบภัยในห้องดังกล่าวถือว่ามีทักษะการเอาตัวรอดจากเหตุเพลิงไหม้มาอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีการนำผ้าชุบน้ำไปอุดตามร่องประตู เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มควันลอยเข้าไปภายในห้องที่หลบภัยอยู่ เพื่อรอคอยการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่" นายจักรกฤษณ์ กล่าว..ก่อนเล่าต่อไปว่า 

เมื่อไปถึงห้องนั้นแล้ว จึงตัดสินใจให้ทั้งหมดรวมทั้งตนเองปักหลักอยู่ภายในห้องดังกล่าว เพื่อรอคอยความช่วยเหลือจากเบื้องล่าง เพราะห้วงเวลานั้น อากาศในถังออกซิเจนของเจ้าหน้าที่กำลังใกล้จะหมด ส่วนภายนอกยังเต็มไปด้วยกลุ่มควัน หากเสี่ยงพาทั้งหมดลงไปตามที่ผู้ประสบเหตุร้องขอ หากมีคนใดคนหนึ่งเกิดสำลักควันไฟ จนกระทั่งสลบลงไป อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

จักรกฤษณ์ คงคำ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสุทธิสาร
ประเมินสถานการณ์..ผลัดเปลี่ยนกันสูดอากาศบริสุทธิ์ สละลมหายใจต่อชีวิตเหยื่อเหตุเพลิงไหม้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสุทธิสาร เปิดเผยว่า ได้ใช้ประสบการณ์ในการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นว่า ภายในห้องมีออกซิเจนเพียงพอ สำหรับรอคอยความช่วยเหลือที่กำลังจะมาถึงเนื่องจากควันที่เล็ดลอดเข้ามาภายในห้องนั้น เป็นกลุ่มควันที่เจือจาง ไม่ได้หนาแน่นจนอาจทำให้เกิดอันตราย นอกจากนี้ ยังสามารถระบายคนสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนออกไปยืนตามระเบียงเพื่อรับออกซิเจน ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี เนื่องจากในจำนวนผู้ที่หลบภัยรายหนึ่ง เกิดอาการตื่นตระหนก ประกอบกับมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ จนทำให้เกิดอาการช็อก จึงได้ตัดสินใจถอดหน้ากากให้ออกซิเจนที่เหลือในถังของตนเองทั้งหมด กับผู้ประสบเหตุรายนี้ไป รวมทั้งพยายามปลอบขวัญผู้ประสบเหตุที่เหลือ ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกมากจนเกินไป

“ในเวลานั้น ต้องยอมรับว่า ผู้ประสบเหตุทุกคนกำลังเสียขวัญและอยู่ในอาการตื่นตระหนก ทุกคนพยายามร้องขอให้ช่วยพาพวกเขาลงไปชั้นล่าง เพราะไม่แน่ใจกับสถานการณ์ภายนอก ทุกคนอยากไปอยู่ในที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด

ผมจึงบอกไปว่า ผมจะอยู่กับพวกเขาเอง และพยายามปลอบใจว่า ทุกคนอยู่ในนี้จะปลอดภัย และอีกสักพักความช่วยเหลือจะมาถึงอย่างแน่นอน ทุกคนจึงค่อยๆ คลายความกังวลลง” นักผจญเพลิงมืออาชีพ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น กับทีมข่าวฯ

เบื้องหลังแสนเหนื่อย นักดับเพลิงแบกอุปกรณ์หนัก 12 กก. วิ่งขึ้นลง 14 ชั้น 

นายจักรกฤษณ์ เล่าต่อว่า จากนั้น ได้แบ่งเจ้าหน้าที่ ที่ยังมีออกซิเจนในถังมากพอ เดินฝ่าควันไฟลงไปชั้นล่าง เพื่อรวบรวมถึงออกซิเจนและหน้ากาก รวมกว่า 20 ชุด นำขึ้นมาให้ผู้ประสบภัยที่อยู่ในห้องนี้ทั้งหมด เพื่อที่จะได้สามารถอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมทั้งยังได้ประสานผู้บังคับบัญชา ขอพัดลมระบายควัน มายังจุดเกิดเหตุ เพื่อไม่ให้ควันลอยเข้ามาในห้องหลบภัยมากจนเกินไปอีกด้วย

เบื้องต้นเท่าที่ได้สอบถาม ผู้ประสบเหตุทั้งหมดเล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่พากันเข้ามาหลบภัยในห้องนี้ หลังเกิดเพลิงไหม้ ด้วยความที่อาคารนี้เป็นอาคารเก่าไม่มีบันไดหนีไฟ ทั้งหมดจึงพยายามพากันวิ่งลงบันไดเพื่อเอาตัวรอด แต่เมื่อถึงประมาณชั้น 5 พบว่ามีกลุ่มควันหนาแน่น จนไม่สามารถเดินฝ่าลงไปได้ จึงตัดสินใจพากันขึ้นมาหลบภัยในห้องดังกล่าว

“จากนั้นผ่านไปสักพักหนึ่ง ความช่วยเหลือก็มาถึงจริงๆ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เฉพาะส่วนตัวก็ต้องแบกถังออกซิเจน ที่มีน้ำหนักเฉลี่ยมากถึง 12 กิโลกรัมแล้ว แถมยังต้องแบกถังออกซิเจนอีก 1 ถัง หนักเพิ่มเข้าไปอีก 12 กิโลกรัม เดินขึ้นจากชั้น 1 ฝ่ากลุ่มควันขึ้นหนาทึบ ค่อยๆ ขึ้นบันไดมายังชั้น 14 คิดดูกันเอาเองแล้วกันนะครับ ว่า เจ้าหน้าที่แต่ละคน ต้องทำงานหนักและเหนื่อยยากมากขนาดไหน สำหรับการทำงานช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ในครั้งนี้” นายจักรกฤษณ์ นักผจญเพลิงผู้ผ่านงานเสี่ยงอันตรายมาแล้วมากมาย อธิบายให้ทีมข่าวฯ เห็นภาพชัดๆ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากนั้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงค่อยๆ ทยอยใช้ถังออกซิเจนและหน้ากากที่ขนกันมาจากด้านล่าง สวมให้ผู้ประสบภัยและค่อยๆ พาผู้ประสบเหตุจับคู่บัดดี้ แล้วค่อยๆ เดินลงไปยังชั้นล่าง เที่ยวละ 2 คน จนกระทั่งทุกคนปลอดภัยในที่สุด

ระทึก กลุ่มควันหนาแน่น มีผู้ประสบเหตุบางส่วนเกิดพลัดหลงระหว่างขึ้นดาดฟ้า

ทั้งนี้ ฮีโร่นักผจญเพลิง ยังได้เล่าถึงเหตุการณ์สุดระทึกในระหว่างการช่วยเหลืออีกว่า จากภาพเหตุการณ์ที่มีผู้ประสบภัยส่วนหนึ่งไปรอคอยความช่วยเหลืออยู่บนดาดฟ้านั้น เบื้องต้น กลุ่มคนดังกล่าว ก็เป็นชุดเดียวกันกับที่ตนเองเข้าไปให้ความช่วยเหลือนั่นเอง

เพียงแต่ในตอนแรกนั้น ทางผู้บังคับบัญชาได้ประสานร้องขอเฮลิคอปเตอร์ จากกองบินตำรวจเข้ามาให้ความช่วยเหลือ จึงได้พยายามพาทั้งหมดขึ้นไปยังดาดฟ้า แต่ในระหว่างทางนั้น เกิดมีกลุ่มควันหนาแน่นพัดเข้ามาบริเวณทางเดินพอดี ทำให้มีส่วนหนึ่งที่มากับตนเองเกิดพลัดหลงกัน จึงได้ตัดสินใจพาส่วนที่เหลือนี้ เข้ามาหลบภัยในห้องอีกครั้ง ส่วนชุดที่แยกออกไปสามารถเดินขึ้นไปหลบภัยบนดาดฟ้าได้สำเร็จ แต่เนื่องจากบนตัวอาคารมีสิ่งกีดขวางมากมาย และมีกระแสลมพัดแรงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เฮลิคอปเตอร์ ไม่สามารถลงมารับผู้ประสบภัยได้ ในเวลาต่อมาจึงต้องรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในเบื้องล่างในลำดับต่อไป

เผยวินาทีเข้าช่วย สุดแสนมีอุปสรรค แต่ผู้ประสบเหตุมีสติดีมาก

ด้าน นายณัฐพงษ์ บอกเล่าถึงวินาทีที่ขึ้นไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ หลังจากที่รับแจ้งเวลา 02.30 น. ตนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ในชุด 5-10 คนได้มุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุด้วยความเร่งรีบ แต่ติดขัดตรงที่ภายในซอยเพชรบุรี 18 เป็นซอยเล็กและแคบมาก รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปถึงที่เกิดเหตุได้ ดังนั้น จึงต้องใช้ระบบการลากสายระยะไกล

ทั้งนี้ ทราบว่า ต้นเพลิงมาจากห้องชาร์ปไฟฟ้า ซึ่งเป็นห้องสำหรับเดินรางไฟสู่ห้องแต่ละห้องในอาคาร โดยอยู่ตรงกลางบันได เจ้าหน้าที่จึงได้ฉีดน้ำ เพื่อรอให้เพลิงสงบ กระทั่งกลุ่มควันได้เบาบางลงจึงขึ้นไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยเมื่อฝ่ากลุ่มควันขึ้นไปก็ได้เดินไปเคาะตามห้องทุกห้อง เมื่อเจอผู้ประสบเหตุก็จะให้หน้ากากออกซิเจน ซึ่งเป็นแบบถังเดียวแต่ใช้ได้ 2 หน้ากาก สำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ประสบเหตุ จากนั้น จึงพาไปพัก ณ ห้องที่เป็นจุดรวมพล ก่อนที่ให้เจ้าหน้าที่ทยอยพากันเดินลงทางบันไดหนีไฟ

“คนที่ตื่นตระหนกก็มีบ้างครับ ส่องไฟฉาย หรือตะโกนร้องขอความช่วยเหลือบ้าง โบกไม้โบกมือบ้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ขึ้นไปช่วย แต่ส่วนใหญ่ถือว่าสติดีมากสามารถลงมาด้านล่างเองได้ ถามว่าวุ่นวายไหมก็ไม่วุ่นนะครับ มีเจ้าหน้าที่ขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว และคอยให้คำแนะนำต่างๆ ส่วนผู้ประสบเหตุที่อาศัยอยู่ในห้อง เขาก็หาผ้ามาปิดควันไม่ให้ควันเข้าห้อง และรอให้เจ้าหน้าที่ขึ้นไปช่วยเหลือ ซึ่งก็เป็นวิธีที่ดีครับ” เจ้าหน้าที่มากประสบการณ์ เล่าเหตุการณ์ระทึก

เสียชีวิต บาดเจ็บ เกิดจากการสำลักควัน

แต่เหตุการณ์นี้ก็มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 รายด้วยนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ขึ้นไปช่วยเหลือ ว่า ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บก็เกิดจากกรณีนี้ คือ สำลักควัน อาจจะเป็นเพราะคนมักจะไม่ทราบหรือตั้งตัวไม่ทัน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงสำลักควันเข้าไป ทำให้ไม่ได้สติ

“ผมรู้สึกไม่ดีครับ ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใคร แต่เราก็เตรียมความพร้อมและทำอย่างเต็มที่แล้วครับ” เจ้าหน้าที่เล่าด้วยนำ้เสียงสุดเศร้า

เผยอุปสรรคสำคัญ เพลิงไหม้ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ ซอยแคบ รถจอดขวาง

เมื่อถามถึงอุปสรรคในครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ เผยว่า การเข้าเผชิญเหตุในทางแคบ กรุงเทพฯ เป็นถนนที่มีตรอก ซอก ซอย เยอะ รวมไปถึงแปลนอาคารที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้วย

“ถามว่า เคสนี้ยากกว่าเคสอื่นๆ หรือไม่ ผมว่าก็ยากทุกงานนะครับ แต่เคสนี้ซอยมันแคบ รถวิ่งเข้าไปไม่ถึง และที่สำคัญคือ ข้างหน้าอาคารมีรถของผู้พักอาศัยจอดกันเต็มไปหมด ทำให้รถดับเพลิงไม่สามารถวิ่งเข้าไปหน้าอาคารที่เกิดเหตุได้เลย ซึ่งผมว่าน่าจะเว้นช่องว่างไว้บ้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน”

มีเหตุการณ์ประทับใจในครั้งนี้บ้างหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ตอบว่า “มีเจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า พอผู้ประสบเหตุเห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปเขาก็วิ่งเข้ามากอดเจ้าหน้าที่เลย เหมือนเขาดีใจที่มีคนมาช่วย อย่างน้อยเขาก็อุ่นใจแล้วเจอเจ้าหน้าที่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องรอดแน่นอน

แต่สำหรับสิ่งที่เกิดกับตัวผม ขอแค่ผมสามารถรักษาชีวิตของผู้ประสบเหตุได้ สามารถรักษาทรัพย์สินได้ ช่วยเหลือได้รวดเร็วที่สุด เพียงเท่านี้ผมก็ประทับใจแล้วครับ”

ตั้งสติ รู้จักทางหนี ศึกษาการเอาตัวรอด ! สิ่งสำคัญเมื่อตกอยู่ในเหตุการณ์เพลิงไหม้

สำหรับวิธีป้องกันเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์เพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพญาไท ให้ความรู้ว่า ข้อแรกที่สำคัญที่สุดเลย คือ การตั้งสติ และรู้จักทางหนีไฟ รวมทั้งศึกษาวิธีการหนีเอาตัวรอดจากอินเทอร์เน็ตก็ได้ จะให้ข้อมูลเรื่องการหนีลักษณะต่างๆ จะไปอย่างไร ทรัพย์สินอะไรที่ควรเอาติดตัวบ้าง

“วิธีเบื้องต้นที่ต้องรู้เมื่อประสบเหตุไฟไหม้และมีกลุ่มควันมาก คือ ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดจมูก และก้มลงให้ต่ำที่สุดให้อยู่ใต้กลุ่มควัน ถ้าควันอยู่ต่ำก็ต้องก้มให้ต่ำกว่าควัน อย่ายืน หรือหากสุดวิสัยจริงๆ ที่ต้องอยู่ภายในห้องพักให้หาผ้ามาปิดรูหน้าต่าง ช่องประตู หรือจุดไหนที่ทำให้ควันเล็ดลอดเข้าไปในห้องได้ อย่าให้กลุ่มควันเข้ามาในห้องได้”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกิดไฟไหม้ ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ มีคนติดในอาคาร จนท.เร่งช่วยออกมา

ดับแล้ว 3 ไฟไหม้ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ เจ็บกว่า 30 คน

สุดสลด! ช่วยไม่ทัน นร.เตรียมอุดมฯ ดับในตึกไฟไหม้ราชเทวี

หนุ่มเล่าวินาทีชีวิตติดวงล้อมไฟไหม้ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ตะเกียกตะกายหนีตาย!

หนุ่มชั้น 4 เล่านาทีหนีตาย ไม่ได้ยินกริ่งสัญญาณเตือนไฟไหม้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไฟไหม้ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์เจ้าหน้าที่ดับเพลิงซอยเพชรบุรี 18ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้