ร่ำลือทั้งบางว่า เขาคือ “มือจัดโผ”
“ใหญ่โต” องอาจกว่าใครในรั้วกากี

บารมีล้นเหลือ “เหนือผู้นำหน่วย”

“โชคช่วย” “รวยงาน” หรือไรยังสงสัย

ไม่ใช่ใคร เขาคือ “โจ๊ก” สุรเชษฐ์ หักพาล

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ถอดเครื่องแบบตำรวจของเขาเก็บเข้าตู้ คว้าเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำคลุมเข่า เดินเข้ามาพูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่นั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

ทว่า สิ่งแรกที่เด่นชัดออกมาจากบิ๊กตำรวจผู้นี้เป็นสิ่งแรก ก่อนที่เราจะได้เอ่ยวาจาพูดคุยถึงเรื่องราวสารพัน เราพบว่า เขาหวานเจี๊ยบสมคำร่ำลือ เพราะท่าทีที่ดูเรียบง่าย รวยรอยยิ้ม และที่สำคัญคำพูดคำจาหวานหู ซึ่งอาจจะดูผิดแผกออกไปจากคาแรกเตอร์ของบิ๊กตำรวจท่านอื่นๆ อยู่ไม่น้อย

แน่นอนว่า บทสัมภาษณ์ระหว่างโจ๊กหวานเจี๊ยบ และผู้สื่อข่าวในครั้งนี้ เอ็กซ์คลูซีฟชนิดที่ เราถามตรงๆ แบบขวานผ่าซาก และเขาก็ตอบหมดฉบับโจ๊กหวานเจี๊ยบเช่นกัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.

...

- เขาคือ ไอ้โม่งยำโผ? -

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ตอบคำถามชนิดที่เราเดาเอาไว้แล้วว่า เขาต้องตอบโทนนี้แน่นอน​ “ข่าวที่ว่า ผมมีส่วนในการแต่งตั้งโยกย้าย ความจริงแล้ว...”

“อำนาจการแต่งตั้งเป็นของ ผบ.ตร. ครับ เพราะฉะนั้น ที่ลือกันไปว่า ผมมีส่วนไปทำโผ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับ” นายตำรวจใหญ่พูดยิ้มๆ

“ในเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจนั้น มีขั้นมีตอน และมีผู้มีอำนาจหน้าที่คอยรับผิดชอบดูแลอยู่แล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งโดยใช้มาตรา 44 ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

“ณ วันนี้ รัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะรัฐบาลทหาร ผมเชื่อมั่นว่า การเติบโตของข้าราชการทุกภาคส่วนนั้น จะต้องมาจากการทำงานเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของผมเอง ผมอาจจะมีโอกาสที่ดีอยู่เล็กน้อย ในการที่จะเอาทีมงานดีๆ มาทำงานให้ประเทศชาติ และเราก็จะเอาผลงานของทีมเราไปเรียนผู้บังคับบัญชาให้รับทราบ เพื่อให้เด็กที่ทำงานรุ่นใหม่ๆ มีโอกาสได้เจริญเติบโต โจ๊ก หวานเจี๊ยบแสดงความใจกว้าง

คนเป็นตำรวจจะเติบโตได้ต้องทำงาน และเมื่อทำงาน ไม่ใช่ทำเพราะผู้บังคับบัญชาสั่งให้ทำ แต่เขาต้องทำ เพราะใจ เพราะความรับผิดชอบในหน้าที่ และเมื่อไหร่ที่ตำรวจทำงาน ประชาชนเขาจะรู้เอง”

สำหรับคนที่ฝันสลาย ใจพังจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ให้ข้อคิดสั้นๆ ได้ใจความไว้ว่า “ในการรับราชการนั้น หากคุณไม่ได้รับการแต่งตั้ง คุณต้องกลับไปทบทวนตัวเองให้ดีเสียก่อนว่า ความผิดหวังที่เกิดขึ้นในครั้งน้ีเป็นเพราะเหตุใด จุดไหนคือข้อเสีย จุดไหนคือความบกพร่อง มิใช่จะไปว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ใช้ไม่ได้

...

- ใครๆ ก็ยันว่า โจ๊กจัดโผ ข่าวลือนี้กระทบชีวิตแค่ไหน? -

โจ๊ก หวานเจี๊ยบ ตอบหวานระรื่นหูเช่นเดิมว่า “หากใครจะต่อว่า ใครจะติฉินนินทา หรือใครจะชื่นชมย่อมเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมโดนกระแสต่างๆ มามากมาย เรียกได้ว่า ธาตุแข็งไปโดยปริยาย และผมมองว่า บทเรียนชีวิตจะเป็นตัวสอนเรา ให้เราเข้มแข็งมากขึ้น แต่อย่างหนึ่งที่ผมไม่ลืมคือ ไม่ว่าจะไปเจออะไรมา เราต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

“กระแสข่าวลือต่างๆ ถาโถมเข้ามาหาผมตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้ก็คือ เราต้องอยู่กับความเป็นจริง เราต้องหันเข้าหางานเป็นหลัก เพราะงาน คือ เกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุด”

“ผมมองว่า การรับราชการตำรวจ ไม่ต้องคิดเยอะ อย่าเพิ่งคิดจะเป็นนู่นเป็นนี่ แต่เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด รับผิดชอบต่อหน้าที่ให้ดีที่สุด อยู่กับความเป็นจริง เพราะเมื่อไหร่เราทำดีแล้ว เดี๋ยวความดีจะตอบแทนเอง ผู้บังคับบัญชาจะตอบแทนเอง โจ๊กหวานเจี๊ยบ เผยเทคนิคแนวทางที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตการทำงาน

...

- ลูกรักบิ๊กป้อม ชนิดว่า เข้าออกบ้านพี่ใหญ่ได้ทุกซอกทุกมุม? -

เส้นทางในรั้วกากีของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ดูเหมือนกับว่า ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบรอไว้แล้ว เพราะด้วยความเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแซงเพื่อนพี่น้องไปหลายโข จนหลายคนมองว่า เขาคือลูกรัก บิ๊กป้อม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม

เราไม่พลาดกระแซะถามเขาถึงสิ่งที่หลายคนคาใจมากที่สุด “พล.อ.ประวิตร และพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ไปสนิทกันได้อย่างไร?” หรือขนาดที่หลายคนลือกันไปถึงขั้นที่ว่า “โจ๊กหวานเจี๊ยบ ผู้นี้เข้าออกบ้าน พล.อ.ประวิตร ได้ทุกซอกทุกมุม!”

บิ๊กป้อม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม
บิ๊กป้อม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม

...

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ตอบยิ้มๆ แต่ตีความได้ไม่ยากว่า “ไอ้เรื่องที่ว่าเข้าออกบ้าน พล.อ.ประวิตร ได้ทุกซอกทุกมุม ผมว่า ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ (หัวเราะ) ท่านรองนายกฯ ได้มอบหมายงานให้ผม ท่านใช้งาน ท่านมอบหมายภารกิจ ซึ่งวันนี้เรามีโอกาสแล้ว และโอกาสก็เป็นสิ่งสำคัญครับ”

“คำว่า มอบหมายภารกิจให้ทำ ในส่วนนี้รวมถึง การทำคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายด้วยหรือไม่? ผู้สื่อข่าวหยอดถามบิ๊กตำรวจคนดัง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หัวเราะร่วนก่อนจะตอบว่า “ไม่มีครับ ไม่มี”

“ผมคงไม่สนิทขนาดนั้น ผมอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน (บิ๊กป้อม) ซึ่งท่านก็เมตตา โดยการมอบหมายงานและใช้งานเราอยู่บ่อยครั้ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวประโยคนี้ด้วยท่าทีนอบน้อม

ไปสนิทสนมกันได้อย่างไร? ผู้สื่อข่าวถามอีกครั้ง เพื่อให้หายคาใจ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ จึงเล่าย้อนไปถึงหนหลังว่า “เมื่อหลายปีก่อน ผมรับราชการอยู่ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่ท่าน (บิ๊กป้อม) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ และท่านก็เดินทางลงมาภาคใต้ และได้ใช้งานผม จุดนี้จึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมีโอกาสได้ทำงานกับท่านเสมอมา

- หลายคนมองว่า เดอะโจ๊กคนนี้ ถือว่าเป็น พลตำรวจตรี ที่ใหญ่กว่า พลตำรวจเอก? -

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ตอบคำถามนี้อย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่าไม่ทันที่เราจะได้ถามจบ เขาก็แจงรัวๆ เป็นชุดว่า “มันไม่จริงหรอกครับ ไอ้คำพูดต่างๆ ที่ว่า พลตำรวจตรีใหญ่กว่าพลตำรวจเอก มันไม่มีหรอกครับ เพราะ 1. ยศสูงกว่าย่อมถือว่า เป็นผู้บังคับบัญชาของเราหมด เพราะฉะนั้น เราต้องเคารพผู้บังคับบัญชาตามสายงาน หรือผู้ที่ชั้นยศมากกว่าเราอยู่แล้วครับ”

“2. ผมไม่ใช่คนก้าวร้าว ไม่ใช่คนที่สร้างปัญหาให้หน่วย เพราะองค์กรตำรวจของเรา เรามีลำดับชั้นยศ มีขั้นมีตอน มีการให้เกียรติซึ่งกันและกันครับ”

“ผมต้องพูดแบบนี้นะครับ บารมีนั้น เกิดจากการทำงาน ยิ่งเราทำงานมากเท่าไร การยอมรับจากพี่ๆ น้องๆ ก็จะมีมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ตำรวจรุ่นน้องคนหนึ่งทุ่มเททำงาน เสียสละมาโดยตลอด เราก็จะยอมรับ และเกรงใจน้องคนนี้มากขึ้น และผมมองว่า ยิ่งเราทำงานทุ่มเท เสียสละ เราทำงานจริงจัง ประชาชนก็จะเชื่อมั่นศรัทธา หรือผู้บังคับบัญชาก็จะให้เกียรติเราเองครับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ตอบหวานเจี๊ยบสไตล์คนอยู่ได้ทุกที่และอยู่เป็น

ณ วันนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ถือว่าเป็นนายตำรวจอีกคนหนึ่ง ที่หลายคนมองว่า เฉิดฉาย โตไว พุ่งแรง แซงหน้าเพื่อน จุดนี้ไม่กังวล ไม่กลัวคนเตะตัดขาหรอกหรือ? ผู้สื่อข่าวถามไปตามความเป็นไปของวิถีมนุษย์

“ผมไม่กังวลหรอกครับ เพราะเมื่อชีวิตนี้เกิดมาเป็นตำรวจ แต่กลับต้องมากลัวนั่นกลัวนี่ ไม่กล้าทำอะไร แต่ดันอยากจะมีตำแหน่งที่สูงขึ้น ผมว่า สู้ไม่เป็นตำรวจดีกว่า แต่ถ้าเราขึ้นชื่อว่าตำรวจแล้ว เราต้องทำหน้าที่อย่างแข็งขันทุ่มเท และเมื่อถึงวันที่ความสำเร็จเดินทางมาถึง เราจะภาคภูมิใจ เพราะสิ่งๆ นี้มาจากฝีมือเรา ไม่ใช่ฝีมือใคร” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ทิ้งท้ายคำคนคมคาย.