ข่าว
100 year

อึ้ง! เด็ก 7 ขวบเริ่มเล่นพนัน ลูก ตร.ติดหนี้บอล เข้าข่ายโรคจิตเวช สมองขาดคันเบรก

ไทยรัฐออนไลน์12 มี.ค. 2561 05:30 น.
SHARE

ใกล้เข้ามาทุกทีกับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 มหกรรมกีฬาที่หมุนเวียนให้ผู้คนทั่วโลกได้ชมและได้เชียร์ทุก 4 ปี ซึ่งจะแข่งขันกันภายใน 1 เดือน ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน-15 กรกฎาคม นี้ ณ ประเทศรัสเซีย ศึกลูกหนังครั้งนี้นอกจากความมันส์ในการลุ้นและเชียร์ทีมโปรดแบบสุดตัวจนนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว สิ่งที่พ่วงมา คือ การพนันฟุตบอล ที่เติบโตมากขึ้นๆ อย่างรวดเร็วเนื่องจากปัจจุบันเข้าถึงได้ง่ายและไวเพียงแค่ปลายนิ้วคลิกเข้าไปในโลกออนไลน์

พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะป้องกันลูกหลานไม่ให้ตกเป็นทาสการพนัน ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการป้องปราบ เพื่อหยุดยั้งนักพนันหน้าใหม่ๆ ด้วยวิธีใด และมหันตภัยร้ายของการเล่นพนันบอลทำชีวิตหายนะหนักแค่ไหน รายงานพิเศษนี้มีคำตอบ

เว็บไซต์พนันออนไลน์เกือบ 3 แสน ปัจจัยเพิ่มนักพนันเด็กและเยาวชนหน้าใหม่

ล่าสุดก่อนจะถึงวันเปิดฉากการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์สำคัญของปีนี้ นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลตัวเลขในงาน เวทีสานพลังและพิธีลงนามความร่วมมือในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันฟุตบอลออนไลน์ ที่ทีมข่าวฯ ได้เข้าร่วมฟังเสวนาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 61 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ว่า กลุ่มเด็กและเยาวชน เป็นกลุ่มที่มีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในประเทศ ปี 2555-2559 มีการเล่นพนันผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด คือ การทายผลฟุตบอลออนไลน์ รองลงมาคือกาสิโนออนไลน์

นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

อีกทั้งยังให้ข้อมูลอีกว่าในรอบ 1 ปีระหว่าง พ.ศ.2558-2559 มีเว็บไซต์เล่นพนันออนไลน์เกิดขึ้นมากถึง 213,000 เว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ส่วนใหญ่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ ซึ่งยากต่อการควบคุม จึงเป็นอีกปัจจัยทำให้เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงใหญ่ที่จะติดพนัน เนื่องจากเข้าถึงง่ายและเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มี มือถือ แท็ปเล็ต และคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ผลสำรวจน่าตกใจ 7 ปี ก็ริเริ่มเล่นการพนัน การติดพนันเป็นโรคทางจิตเวช

ด้านนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลจากการที่ สสส. สนับสนุนขับเคลื่อน และรณรงค์เรื่องการแก้ปัญหาและผลกระทบจากการพนันมาต่อเนื่องหลายปี มีข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมและผลกระทบการพนันในไทยเมื่อปี พ.ศ. 2558 พบข้อมูลและตัวเลขที่น่าตกใจ เกี่ยวกับอายุของเยาวชนที่ริเร่ิมเล่นการพนันต่ำสุด คือ 7 ขวบ

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

“ผลสำรวจคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าร้อยละ 73.8 เคยมีประสบการณ์เล่นการพนันอย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 เริ่มเล่นพนันในครั้งแรกตอนอายุไม่เกิน 20 ปี และผลสำรวจที่น่าตกใจ คือ อายุที่เริ่มเล่นการพนันต่ำสุด 7 ขวบ และยังมีการวิจัยในวงการแพทย์ระบุชัดเจนว่าการเล่นการพนันมีผลกระทบต่อการพัฒนาสมอง ส่งผลให้การพัฒนารักษาชีวิตของเด็กและเยาวชนต่ำ และการติดพนันเป็นโรคทางจิตเวช กลุ่มความผิดปกติเกี่ยวกับสารเสพติด” นายวิเชษฐ์ชี้ตัวเลขที่เป็นภาพสะท้อนที่ภาครัฐให้ความสำคัญและตื่นตัวในการป้องกัน

คนไทย 2 ล้าน เด็ก 2 แสน ดิ่งลงเหวพนัน

ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลจากผลสำรวจสถานการณ์การพนันในสังคมไทย ปี 2558 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ มีข้อมูลย้ำชัดว่าสังคมไทยต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากการพนันทายผลฟุตบอล คนไทยเล่นพนันมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 รองจากสลากกินแบ่งรัฐบาล และหวยใต้ดิน

โดยในรอบปี 2558 มีคนไทยจำนวนถึง 2 ล้านคนที่เล่นพนันทายผลฟุตบอล ในจำนวนนี้ 93% นิยมทายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ และ 30% นิยมทายผลฟุตบอลไทยลีก สำหรับตัวเลขผู้เล่นพนันที่เป็นเด็ก (อายุ 15-19 ปี) มีจำนวนไม่น้อย คือ 0.217 ล้านคนหรือ 2 แสนคนโดยประมาณ

ปั้น ตาม จิ้ม ถอน ส่องพฤติกรรม นักพนันทายผลฟุตบอล

และจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการเล่นพนันทายผลฟุตบอล ของเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน พบว่า พฤติกรรมของผู้เล่นพนันมีประมาณ 4 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 “ปั้น” เป็นขั้นเริ่มเล่นพนันฟุตบอล โดยจะเริ่มจากการเล่นทีละเล็กละน้อย อาจเริ่มที่ 50 บาท พอลิ้มรสการชนะพนัน ก็จะเริ่มลงเงินมากขึ้นๆ และก็มีโอกาสจะเสียในจำนวนเงินที่มากขึ้น
ขั้นที่ 2 “ตาม” เป็นขั้นของการหมกมุ่นกับความคิดที่อยากเอาเงินที่เสียพนันไปคืน จะเริ่มเล่นพนันหนักขึ้น และมีโอกาสจะลามไปสู่เล่นการพนันทายผลการแข่งขันกีฬาชนิดอื่นได้ เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน มวย เป็นต้น


ขั้นที่ 3 “จิ้ม” เป็นอาการของการเล่นพนันที่เสียหนัก และพยายามจะหาทางเอาคืนในครั้งเดียว โดยหวังจะทุ่มหมดหน้าตักไปที่การแข่งขันคู่ใดคู่หนึ่งเป็นสำคัญ ขั้นที่ 4 “ถอน” เป็นขั้นรู้สึกผิดที่คิดเล่นพนัน รู้สึกละอายใจ เสียดายเงินเสียดายเวลา และรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดกับตัวเองและคนอื่น ซึ่ง เป็นขั้นที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยสามารถโทรขอคำปรึกษาที่ 1323 สายด่วนสุขภาพจิต

เยาวชนติดการพนัน บำบัดยากกว่าผู้ใหญ่ เหตุสมองขาดคันเบรก

ด้านนาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยข้อมูลจากการ มีนักพนันบอลโทรมาขอรับคำปรึกษามากที่สุดร้อยละ 46 พบเป็นเด็กและเยาวชนอายุ 15-21 ปี ร้อยละ 11 และในช่วงฟุตบอลยูโร 2016 มีผู้โทรปรึกษาเพิ่มสูงกว่าช่วงฟุตบอลโลก 2014 ถึง 8 เท่า ซึ่งเป็นสถิติยืนยันว่านักพนันหน้าใหม่เกิดขึ้นสูงในสังคมไทย สำหรับผลบำบัดเยาวชนที่ติดพนัน พบว่าสามารถเลิกได้ร้อยละ 9 และกลับไปเล่นพนันและติดซ้ำร้อยละ 5 

“เรื่องที่น่าห่วงที่สุด พบว่าเด็กและเยาวชนที่ติดการพนัน จะบำบัดได้ยากกว่าผู้ใหญ่ เด็กจะขาดความยับยั้งชั่งใจ เนื่องจากสมองส่วนหน้า (Prefrontal cortex) ซึ่งเกี่ยวกับการคิดการตัดสินใจด้วยเหตุผลซึ่งเปรียบเสมือนเป็นคันเบรก ยังไม่พัฒนาเท่าผู้ใหญ่ ขณะที่สมองส่วนหลังซึ่งเกี่ยวข้องกับความอยาก เปรียบเสมือนเป็นคันเร่งพัฒนาไปก่อน เด็กจึงห้ามตัวเองไม่ได้ ใครชวนไรก็ไปหมด เด็กจึงหันไปติดพนันซ้ำได้ง่าย หากติดตั้งแต่อายุยังน้อย จะมีโอกาสเป็นผีพนันตลอดชีวิต เพราะสมองส่วนหน้าจะไม่พัฒนาอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องการเลิกพนันร้อยละ 80 สามารถรักษาให้หายได้” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว 

คนที่ก้าวเท้าเข้าสู่การพนัน สิ่งที่เสียตามมามากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่เงินทอง

สำหรับผลกระทบจากการพนันนอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลแล้ว การพนันยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา โดยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ ประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับทิศทาง กลุ่มแผนงานด้านการลดปัญหาจากการพนัน สสส.กล่าวว่า

“การเล่นพนันนั้นถือว่าเป็นพฤติกรรมเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความมั่นคง เช่น ปัญหาหนี้สิน ถูกทำร้าย ความรุนแรงในครอบครัว และก่ออาชญากรรม สสส. จึงสนับสนุนภาคี ทั้งด้าน วิชาการและภาคประชาสังคมเพื่อศึกษาสถานการณ์การพนัน และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สร้างและพัฒนาศักยภาพแกนนำ นักรณรงค์ ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการพนันเพื่อเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและสื่อสารสังคมให้สังคมตระหนัก รู้เท่าทันถึงผลกระทบด้านสุขภาวะจากปัญหาการพนัน ลดและป้องกันการเกิดนักพนันหน้าใหม่ในเด็กและเยาวชน”

วงจรชีวิตนักพนัน ยา เหล้า ภาวะซึมเศร้า คิดฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตาม นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำชัดถึงเด็กและเยาวชนที่เล่นพนัน จะมีผลกระทบทั้งการเรียน ก่อหนี้สิน ไปถึงขั้นก่ออาชญากรรม มีปัญหาสุขภาพ ความเครียด พร้อมให้ข้อคิดว่าไม่มีใครรวยจากการพนัน พร้อมชี้แนะควรนำเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กับร่างกาย

“ปัญหาการพนัน เป็นปัญหาคู่ประเทศไทยมายาวนาน แม้ไทยจะเป็นประเทศพุทธศาสนา แต่ก็ยังหนีไม่พ้น ประเทศรอบข้างก็มีการตั้งบ่อนพนัน เพื่อรองรับคนไทยที่ต้องการข้ามไปเล่น ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์เข้ามา ทำให้สังคมเปลี่ยนไป มีการเล่นพนันบอลทุกวัน มีการได้เสียกันเป็นจำนวนมาก

และจากการวิเคราะห์ปัญหาในช่วงฟุตบอลยูโร พ.ศ. 2559 เด็กที่เล่นพนันทายผลบอล มีหนี้สินเฉลี่ย 2,016 บาท ร้อยละ 21 เสียการเรียน ร้อยละ 11 มีความเครียดมาก ผู้ที่เล่นการพนันจนถึงขั้นเสพติด ถ้าไม่ได้เล่นจะรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย ร่างกายอ่อนแอ พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มีภาวะซึมเศร้า เสี่ยงต่อการติดยาเสพติด 6 เท่า ติดเหล้า 5 เท่า เสี่ยงสูบบุหรี่ 3-10 เท่า มีความรุนแรงและใช้อาวุธ 6 เท่า มีภาวะซึมเศร้าและโอกาสฆ่าตัวตายสูงขึ้น 4 เท่า

ไม่มีใครรวยจากการพนัน มีแต่เสียเวลา เสียสมอง แทนที่จะใช้เวลาไปออกกำลังกาย ไปคิดทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ กลับต้องมานั่งบวกเลข คิดแต่ว่าจะพนันบอลคู่ไหน วางเงินเท่าไร ถ้าเล่นได้คนรู้กันทั่ว แต่เวลาเล่นเสียไม่มีใครรู้ ตัวเองก็หมกมุ่นเพื่อหาเงินมาชำระหนี้”

อุทาหรณ์ เล่นครั้งเดียวก็ติดได้ อย่าประมาท

จากการที่ทีมข่าวฯ เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ ยังมีข้อมูลที่น่ากลัวจากมหันตภัยร้ายของชีวิตที่ดิ่งลงเหวพนัน โดยลูกชายของอดีตตำรวจภาคใต้ ติดหนี้พนันบอล มา 6 ปี ซึ่งผู้เป็นพ่อพยายามช่วยให้ลูกเลิกเล่นการพนัน แต่ผู้เป็นแม่กลับสนับสนุน โทรมาถามลูกว่าวันนี้เล่นคู่ไหนดี ซึ่งประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าครอบครัวก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ลูกหลงผิดติดการพนัน

ส่วนอีกอุทาหรณ์สำหรับคนที่อาจคิดเล่นการพนัน เมื่อ อดีต สาว นศ. ป.โท ภาคอีสาน ตัดสินใจผิด เดินเข้าสู่ชีวิตนักพนันจนเป็นหนี้หลายหมื่น จึงนำเงินของแม่ซึ่งเป็นชาวนาที่ให้มาจ่ายค่าเทอมมาชำระหนี้พนันบอล จนไม่มีเงินลงทะเบียนเรียน ส่งผลให้ต้องออกจากการเรียนกลางคัน เมื่อเธอคิดได้และไปสารภาพผิดกับแม่ หลังฟังเรื่องราวเสร็จ ผู้เป็นแม่ไม่มีคำพูดใดๆ สักคำ แล้วน้ำตาก็ไหลด้วยความเสียใจ เธอรู้สึกผิดบาปอย่างมาก จึงหักดิบเลิกเล่นพนันได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี หากใครกำลังคิดจะเล่นการพนัน ขอจงหยุดคิด อย่าให้เสียเจ๊งจนหนี้ท่วมหัวก่อน แล้วค่อยมาสำนึกดังกรณีของอดีต นศ. ป.โท

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พนันบอลออนไลน์เด็ก 7 ปีเล่นพนันบอลฟุตบอลโลก 2018 รัสเซียทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ติดพนันบอล

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้