ข่าว
100 year

มหา’ลัยตื่นตัว เรียกความเชื่อมั่นหลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน ยันไม่กระทบนศ.หลังแก้ไขจบ

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.พ. 2561 05:35 น.
SHARE

หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โชว์ลิสต์รายชื่อ 40 มหาวิทยาลัย ที่เปิดหลักสูตรไม่ได้มาตรฐานขึ้นเว็บไซต์สกอ. ‘คุ้ยเบื้องหลัง สกอ.จ่ายยาแรง เชือดหลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน นศ.รับกรรม’ ในวันนี้ จะเป็นฝั่งของทางมหาวิทยาลัยออกมาแก้ข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า นักศึกษาจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และไม่มีผลต่อความเชื่อมั่นของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร ติดตามได้ตั้งแต่บรรทัดล่างเป็นต้นไป...

PART 1 มหา'ลัย แจงยิบ แก้ไข-ปิด หลักสูตรแล้ว เผยอาจารย์เกษียณ-ลาออกระหว่างตรวจสอบ ยันมีมาตรฐานเหมือนเดิม

มรภ.เชียงราย ปรับปรุง 22 หลักสูตร ลั่น ไม่กระทบความเชื่อมั่น โวเด็กจบมีงานทำ 90%

ผศ.ดร.ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชี้แจงว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัย เปิดสอนอยู่ 72 หลักสูตร ผ่านความเห็นชอบทั้งหมดจาก สกอ. ส่วน 22 หลักสูตร ในปีการศึกษา 2558-2559 นั้น ส่วนมากเป็นหลักสูตรปริญญาโท–เอก และเป็นการประเมินเฉพาะประเด็นองค์ประกอบที่ 1 เรื่องจำนวนอาจารย์รับผิดชอบหลักสูตร และคุณวุฒิ มีน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร

ทั้งนี้ เมื่อทราบผลการประเมินได้งดรับนักศึกษาเข้าเรียนทุกหลักสูตรที่ไม่ผ่านการประเมิน พร้อมกับปรับปรุงหลักสูตรที่มีความพร้อม ปิดหลักสูตรที่ไม่สามารถปรับปรุงตามเกณฑ์ ทำแผนดูแลนักศึกษาที่คงค้างในระบบจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา

จากนั้น ได้รายงานการปรับปรุงหลักสูตรที่ไม่ผ่านการประเมิน รอบ ส.ค.58 ถึง มิ.ย. 59 แก่ สกอ. เมื่อ ก.ย. 59 ส่วนการประเมินรอบ ส.ค. 59 - มิ.ย. 60 ได้จัดส่งข้อมูลให้แก่ สกอ. เมื่อ ต.ค. 60 สำหรับหลักสูตรที่ สกอ.เผยแพร่ตามข่าว เป็นหลักสูตรที่ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อย และสภามหาวิทยาลัยอนุมัติแล้ว อยู่ในขั้นตอนรอ สกอ.รับทราบ 8 หลักสูตร สกอ.รับทราบคืนมาแล้ว 2 หลักสูตร อยู่ระหว่างรอเสนอขออนุมัติต่อสภามหาวิทยาลัย 1 หลักสูตร รอเสนอที่ประชุมคณบดีและสภาวิชาการ 4 หลักสูตร อยู่ในขั้นตอนการปิดหลักสูตรอีก 3 หลักสูตร ที่เหลือเป็นหลักสูตรที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงระดับสาขาวิชา

ผศ.ดร.ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

ผศ.ดร.ศรชัย เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ด้วยว่า หลักสูตรที่เกิดปัญหานั้น เปิดมาตั้งแต่ปี 56 โดยตามมาตรฐานแล้วหลักสูตรหนึ่งจะต้องมีอาจารย์ 5 คน และต้องมีผลงานการตีพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งกรณีที่มีปัญหานั้น เกิดขึ้นระหว่างที่อาจารย์เกษียณอายุราชการ ลาออก หรือรอการตีพิมพ์ผลงาน ประจวบเหมาะกับคณะประกันคุณภาพการศึกษาเข้ามาตรวจในช่วงนั้นพอดี

ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยไม่นิ่งนอนใจ ได้แก้ไขดังนี้ 1. ขออนุมัติอาจารย์เติมส่วนที่ขาดไป ซึ่งจะต้องผ่านที่ประชุมคณบดี สภาวิชาการ สภามหาวิทยาลัย เมื่อผ่านจึงส่งต่อไปยัง สกอ.เพื่อรอการตอบรับว่าตรงตามคุณสมบัติ 90 วัน จึงส่งเรื่องกลับมายังมหาวิทยาลัย แต่เรื่องทั้งหมดถูกแช่อยู่ที่ สกอ.นานมาก จึงยังไม่ได้รับอาจารย์ และการหาอาจารย์มาสอนนั้น ยากมาก เมื่อสอบได้แล้วก็ต้องมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนดด้วย

2. การปิดรับนักศึกษา ตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไป เพราะต้องรอให้มีอาจารย์ครบตามมาตรฐานของ สกอ.

3. หากอาจารย์ยังไม่มีผลงานตีพิมพ์ มหาวิทยาลัยจะให้ทุนทำวิจัย เพื่อไปนำเสนองานวิชาการระดับชาติ และตีพิมพ์เผยแพร่ให้เข้าเกณฑ์ ซึ่งเมื่อปรับปรุงเสร็จก็จะคืนสภาพกลับไปสู่การรับรองมาตรฐานและรับรองปริญญา

4. ปรับปรุงหลักสูตร โดยควบรวมกับหลักสูตรที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาล

ส่วนนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรที่เกิดปัญหานั้น จะไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ต้องลงเรียนใหม่ และไม่มีผลย้อนหลังกับนักศึกษาที่เรียนจบไปแล้ว เนื่องจากหลักสูตรเหล่านี้ได้รับการรับรองจาก สกอ.แล้วเรียบร้อย และได้รับการรับรองเรื่องปริญญา เพียงแต่ว่าระหว่างที่เปิดสอนมีอาจารย์ไม่ครบ กลายเป็นตีความว่าไม่มีมาตรฐาน และที่ว่าอาจารย์ประจำหลักสูตรไม่ครบเป็นเพียงองค์ประกอบ 1 ใน 6 ข้อเท่านั้น แต่มีอาจารย์พิเศษ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญมากมาย เรื่องการสอนจึงไม่มีปัญหา ดำเนินไปอย่างปกติ

“มีข้อหนึ่งระบุไว้ในมาตรฐานหลักสูตร คือ ภาวะการมีงานทำของบัณฑิต ปรากฏว่า เด็กเรามีภาวะการมีงานทำตั้งแต่ 80-90% ขึ้นไปในหลักสูตรที่มีปัญหา และเรามีผลงานชนะเลิศในระดับประเทศมากมาย นั่นหมายความว่า การเรียนการสอนเรามีคุณภาพ เมื่อเด็กสามารถประยุกต์ไปใช้ได้ เรื่องนี้จึงไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของมหาวิทยาลัย” อธิการบดี มรภ.เชียงราย ย้ำถึงคุณภาพมหาวิทยาลัย

ม.ขอนแก่น ยอมรับ ไม่ได้เสริมอาจารย์ ยังไม่ถึงรอบปรับหลักสูตร แจง เนื้อหายังมีมาตรฐาน

ขณะที่ ทางฝั่งของ ม.ขอนแก่น ก็ได้ออกมาแถลงข่าวด้วยเช่นกัน โดย รศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) อธิบายว่า มหาวิทยาลัยเปิดสอนกว่า 340 หลักสูตร โดยมีเพียง 4 หลักสูตรเท่านั้น ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน คือ ระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดียและแอนิเมชั่น (หลักสูตรนานาชาติ) ระดับปริญญาโท 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาชาวิชาศาสตรเขตร้อน (หลักสูตรนานาชาติ) และ ระดับปริญญาเอก 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเวชศาสตร์เขตร้อน (หลักสูตรนานาชาติ)

ทั้งนี้ ตามองค์ประกอบที่ 1 สกอ.กำหนดให้มีอาจารย์ประจำหลักสูตรละ 5 คน เป็นเวลา 9 เดือน แต่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีอาจารย์ลาไปศึกษาต่อบ้างในระหว่างปี และอาจารย์บางคนเกษียณอายุราชการบ้างในระหว่างปี ทำให้คุณสมบัติในข้อดังกล่าวนี้ตกไป แต่ก็ให้มาเป็นอาจารย์พิเศษสอนดูแลนักศึกษาเหมือนเดิม ระหว่างนั้นได้เปิดอัตรารับอาจารย์เพิ่มให้ครบตามเกณฑ์ ซึ่งจะต้องใช้เวลาหาอาจารย์ที่มีคุณสมบัติตรง และมหาวิทยาลัยรับทราบพร้อมดำเนินการแก้ไขมาโดยตลอด เพียงแต่มีบางช่วงระยะเวลาหนึ่งที่อาจารย์ไม่ครบ 5 คนในหลักสูตรดังกล่าวเท่านั้น

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า 4 หลักสูตรที่เกิดปัญหานั้น ได้เปิดสอนมาหลายปีแล้ว และตอนเปิดหลักสูตรต้องมีครบจึงจะเปิดได้ไม่เช่นนั้น สกอ.จะไม่เห็นชอบให้เปิดหลักสูตร กระทั่งเมื่อปี 58-59 มีอาจารย์ประจำหลักสูตรไปเรียนต่อ แต่การปรับเปลี่ยนเสริมอาจารย์เข้ามาแทนนั้น ไม่ได้ดำเนินการ เพราะยังไม่อยู่ในรอบของการปรับปรุงหลักสูตร คือทุกๆ 5 ปี หรือบางทีอาจจะเป็นความเผอเรอของผู้รับผิดชอบหลักสูตร ที่ไม่ได้รีบขอมหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงรายชื่อหรือหลักสูตรใหม่

ขณะที่ อาจารย์ผู้สอนไม่ได้ขาด ไม่มีปัญหาในเรื่องมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการ แต่เมื่อมีการตรวจประกันคุณภาพภายใน ซึ่งมหาวิทยาลัยทำเอง และรายงานอย่างตรงไปตรงมากับ สกอ. และเมื่อมีหนังสือมาให้ปรับปรุง ทางมหาวิทยาลัยก็ได้สั่งเจ้าของหลักสูตรดำเนินการแก้ไขจนเรียบร้อยแล้ว

“ผมขอยืนยันว่า ไม่มีผลต่อนักศึกษาครับ เพราะจำนวนอาจารย์ที่รับผิดชอบหลักสูตรมีไม่ครบ แต่ผู้สอนครบเกณฑ์และเกินเกณฑ์ด้วยซ้ำไป มีอาจารย์ที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกทุกคน เป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์มาช่วยสอน ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องเนื้อหาหลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน เพราะฉะนั้น อาจารย์ประจำหลักสูตรไม่ครบ แต่อาจารย์ผู้สอนมีครบ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เด็กที่จบไปก็ได้คุณภาพมาตรฐานเหมือนกันกับรุ่นก่อนหน้า” อธิการบดี ม.ขอนแก่น ยันไม่มีผลกระทบต่อนักศึกษา

ส่วนบัณฑิตที่จบออกมาจาก 4 หลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่ รศ.ดร.กิตติชัย ตอบว่า ไม่มีผลกระทบต่อการมีงานทำของบัณฑิตเช่นกัน เพราะเด็กที่จบไปมีงานทำร้อยละ 95 และมองว่าผู้ประกอบการจะดูเรื่องชื่อเสียงของสถาบันประกอบไปด้วย ดังนั้น เรื่องนี้มีผลกระทบตอนรับเด็กรุ่นใหม่เข้าเรียนมากกว่า และมีคนถามเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงว่าแก้ไขปรับปรุงแล้ว

“การประกาศออกมาแบบนี้ มีผลต่อความเชื่อมั่นของมหาวิทยาลัยแน่นอน เพราะประกาศออกมาในช่วงที่นักเรียนกำลังคัดเลือกสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วย ผมจึงคิดว่าทาง สกอ.น่าจะยกหูโทรศัพท์สอบถามกันสักนิด ค่าโทรศัพท์เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยแพงเท่าไร บอกให้มหาวิทยาลัยส่งหลักฐานไปให้ดูว่าปรับปรุงอย่างไรบ้าง เพราะการแก้ไขเราทำเสร็จนานแล้ว แต่การรีบเอาหลักสูตรไปแขวนไว้ น่าจะเป็นมาตรการสุดท้าย หากมหาวิทยาลัยไม่ให้ความร่วมมือ” อธิการบดี ม.ขอนแก่น ติง สกอ.

ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี ม.รามคำแหง
ม.รามฯ แจง 40 หลักสูตร แก้ไขแล้ว ฉุน สกอ.ทำเสื่อมเสียชื่อ

ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี ม.รามคำแหง ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ระบุว่า ได้ปิดหลักสูตรไปแล้ว 23 หลักสูตร มีหลักสูตรที่ไม่เคยเปิดรับนักศึกษา 1 หลักสูตร หลักสูตรที่งดรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2560 จำนวน 6 หลักสูตร และปีการศึกษา 2561 จำนวน 1 หลักสูตร ส่วนหลักสูตรที่เหลือได้ดำเนินการปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์และส่ง สกอ. รับทราบแล้ว

ส่วนสาเหตุที่อาจารย์ประจำหลักสูตรไม่เป็นไปตามเกณฑ์นั้น ทาง ม.รามฯ ให้เหตุผลว่า มีอาจารย์บางคนเกษียณอายุราชการ และลาศึกษาต่อ ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เปิดรับอาจารย์ประจำหลักสูตรมาทดแทนแล้ว และหลักสูตรส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรปี 2555 ซึ่งจะครบรอบการประเมินและปรับปรุงหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2558 ในปี 2560 ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการไปแล้ว และกำลังติดตามให้หลักสูตรเหล่านี้ ดำเนินการให้ผ่านองค์ประกอบที่ 1 ในปีการศึกษา 2560

ทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง ม.รามคำแหง ได้รับคำตอบว่า ช่วงนี้ยังไม่สะดวกในการให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าว และได้ชี้แจงไปหมดแล้วในวันแถลงข่าว หากมีประเด็นเพิ่มเติมทางมหาวิทยาลัยจะออกมาชี้แจงอีกครั้ง

PART 2 สกอ.ย้ำคุ้มครองผู้บริโภค อ.ไม่ครบก็ถือว่าขาดมาตรฐาน หากปรับปรุงทันไม่กระทบนักศึกษา

นำร่อง ประเมินระดับหลักสูตรครั้งแรก เผย ฟีดแบ็กสังคมเชียร์ ส่วน ม.ได้รับผลกระทบ

ต่อมา ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยถึงสถานการณ์ล่าสุดกับ นางอรสา ภาววิมล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) โดยเผยว่า สถาบันการศึกษาตื่นตัวมากขึ้น ทั้งอธิการบดี และรองอธิการบดีที่ดูแลงานวิชาการ ก็ออกมาเปิดเผยว่า กำลังปรับปรุง หรือปิดหลักสูตร และมีฟีดแบ็กจากสังคมเข้ามาพอสมควรว่าเป็นเรื่องดีที่ สกอ.จะเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค และมหาวิทยาลัยได้กลับมาดูแลปรับปรุง ขณะที่ ฟีดแบ็กของทางสถาบันการศึกษา มองว่า ทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบ แต่ก็เป็นหน้าที่ที่ สกอ. ต้องทำ

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าว เป็นของปี 58-59 ที่ไม่ผ่านสองปีซ้อน ขณะที่ ข้อมูลปี 60 ผลยังไม่ออกโดยที่ผ่านมามีการประเมินเฉพาะระดับคณะกับสถาบันการศึกษา กกอ.จึงมีมติว่าให้นำร่องประเมินระดับหลักสูตร พอไปนำร่องประเมินระดับหลักสูตรก็มีผลออกมารายงาน กกอ.ว่ามีผลแบบนี้ กกอ.ก็ให้เผยแพร่ข้อมูล เพราะเป็นสิ่งที่ต้องควรเผยแพร่ผลประกันคุณภาพให้สาธารณชนทราบอยู่แล้วตามกฎกระทรวง ครั้งนี้จึงเป็นระดับหลักสูตรครั้งแรกที่ยังไม่เคยเผยแพร่มาก่อน

“ตอนนี้สภามหาวิทยาลัยลงมากำกับดูแลแล้ว ให้ปรับปรุงภายใน 90 วัน หากไม่พร้อมก็ปิดหลักสูตร ซึ่งจากเดิมคิดว่าบางทีสภามหาวิทยาลัยอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ หลักสูตรที่อนุมัติไปขาดอาจารย์ หรือภาควิชาอาจจะไม่ได้รายงานให้ทราบ เพราะกำลังแก้ปัญหาอยู่ พอ สกอ.ประกาศไปผู้หลักผู้ใหญ่ในสภาลงมาเห็นแล้วและดูแล ซึ่งคิดว่ามันจะต้องมีระบบการรายงานทุกปีก็ได้ สภาจะได้ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้” รองเลขาฯ กกอ. ให้ความเห็น

นางอรสา ภาววิมล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)
ม.อ้าง อ.เกษียณ-ลาออก? รองเลขาฯ กกอ. ยัน หากปรับปรุงเสร็จทัน ไม่กระทบ นศ.

นางอรสา กล่าวต่อว่า ก่อนเปิดหลักสูตรแน่นอนว่ามหาวิทยาลัยต้องส่งรายละเอียดให้ สกอ.รับทราบ และเมื่อถึงเวลาการประเมินคุณภาพภายในที่มหาวิทยาลัยต้องทำเอง เพียงแต่ผลการตรวจไม่ตรงกับรายละเอียดตอนเปิดหลักสูตร โดยเข้าใจว่าคงจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น อาจารย์ลาออก เกษียณ ก็เลยเกิดจำนวนไม่ครบ ซึ่งก็เป็นเหตุที่ฟังขึ้น เพราะเป็นข้อเท็จจริง แต่เมื่ออาจารย์ลาออกหรือเกษียณ มหาวิทยาลัยจะต้องเร่งหาอาจารย์ท่านใหม่มาแทน และเป็นจังหวะที่ต้องประเมินพอดีก็เลยไม่ครบตามเกณฑ์ ซึ่งมองว่าถ้าหากไม่ครบก็ทำให้ครบตามเกณฑ์ไปปรับปรุง เพื่อปีการศึกษาหน้าจะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้อีก

ถามว่า ช่วงที่ขาดอาจารย์ยาวนานแค่ไหนนั้น ตนไม่มีข้อมูลในมือ ซึ่งอาจจะไม่ครบในเทอมนั้น ที่ตรงกับจังหวะตรวจประกันคุณภาพก็ได้

“ยืนยันว่าเมื่อจบไปไม่มีผลกระทบแน่นอน เพราะสกอ.รับทราบแล้วว่า หลักสูตรนี้เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ระหว่างทางเกิดมีปัญหาอาจารย์ขาดก็ต้องรีบเติมเข้ามา จึงแนะนำมหาวิทยาลัยว่า หากยังไม่เรียบร้อย ขอให้ชะลอการรับนักศึกษารุ่นใหม่ไว้ก่อน และดูแลเด็กรุ่นเก่าให้จบให้เรียบร้อยตามมาตรฐาน จนกว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ค่อยเปิดรับเด็กรุ่นใหม่ได้ แต่ถ้าไม่พร้อม สกอ.ก็เสนอให้ปิดหลักสูตร นี่คือสิ่งที่ สกอ. จะแนะนำมหาวิทยาลัยตลอด แต่ถ้าเขาไม่ปิด สกอ.ก็ไม่สามารถไปบังคับให้ปิดได้ เพราะการอนุมัติให้เปิดหลักสูตรเป็นเรื่องของสภาฯ” รองเลขาฯ กกอ. ระบุ

อ.ประจำหลักสูตรไม่ครบ แต่ อ.ผู้สอนครบเกณฑ์ ยังถือว่าได้มาตรฐานอยู่หรือไม่?

ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามจากการที่มหาวิทยาลัยกล่าวอ้างมา โดยนางอรสา ตอบว่า การเปิดหลักสูตรจำเป็นจะต้องมีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรให้ครบ เพื่อดูตั้งแต่กระบวนการพัฒนาหลักสูตร กำกับ ประเมินติดตามทุกอย่าง และทุกๆ 5 ปีที่เปิดหลักสูตร อาจารย์ชุดนี้จะต้องดูแลรับผิดชอบตลอด ส่วนอาจารย์ประจำหลักสูตร จะต้องดูแลหลักสูตรนี้ไปตลอด ขณะที่ อาจารย์ผู้สอน จะอยู่คณะไหนมาช่วยสอนก็ได้ ถึงแม้ว่าจะมีอาจารย์ผู้สอนครบ แต่ก็จำเป็นจะต้องมีอาจารย์ประจำและอาจารย์ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้

รองเลขาฯ กกอ. ระบุ เป็นหน้าที่ ม.ชี้แจง ผลประเมินไม่ได้มาตรฐาน กระทบมีงานทำของบัณฑิต

การออกมาเปิดเผยรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านมาตรฐานของ สกอ.นั้น อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของการผลิตบัณฑิตในหลักสูตรของสถาบันการศึกษาแห่งนั้น เพื่อป้อนสู่หน่วยงานต่างๆ ประเด็นนี้ รองเลขาธิการ กกอ. มองว่า เป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่ต้องออกมาชี้แจง และมีหลายมหาวิทยาลัยออกมาชี้แจงแล้วในหลักสูตรที่ไม่พร้อม โดยจะปิดหลักสูตรจนกว่าจะพร้อม ส่วนเด็กที่ยังอยู่ในระบบจะส่งเด็กเหล่านี้ให้จบ

“การอนุมัติให้เปิดหลักสูตรเป็นเรื่องของสภาฯ แต่เมื่อถึงเวลาพบว่า ไม่ได้มาตรฐาน จะแก้ปัญหาอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของสภาฯ กับผู้บริหารต้องออกมาชี้แจง เพื่อให้ไม่กระทบกับเด็ก ซึ่งมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งออกมาเปิดเผยว่า จะปิดหลักสูตร ส่วนเด็กที่อยู่ในระบบเขาต้องดูแลจนกว่าเด็กจะจบไป เพราะขาดแค่องค์ประกอบเรื่องอาจารย์อย่างเดียว ซึ่งหากแก้ปัญหาด้วยความจริงใจได้ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาต่อความเชื่อมั่นในการรับบัณฑิตที่จบเข้าทำงาน” รองเลขาฯ กกอ. ระบุ

เตรียมจับมือแลกอาจารย์ เปิดวิชาสอดคล้องความต้องการ ป้องกันปัญหาเปิดหลักสูตรเฟ้อ-อาจารย์ไม่พอ

นางอรสา กล่าวถึงเรื่องการแก้ปัญหามหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรเฟ้อ ว่า รัฐบาลมีนโยบายว่า ต่อไปนี้ การเปิดหลักสูตรต้องเปิดในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เด็กที่จะจบไปเป็นบัณฑิตใหม่ ไม่จำเป็นต้องเรียนศาสตร์เดียว อาจจะวิศวะบวกกับบริหาร แพทย์บวกกับวิศวะ หรือเกษตรบวกไอที เรื่องนี้มหาวิทยาลัยเริ่มตื่นตัวมากขึ้น และมหาวิทยาลัยจะเหลียวกลับมามองว่า สาขาไหนที่ควรผลิตบัณฑิตออกมา ทำหลักสูตรใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ประเทศ และแชร์ทรัพยากร ร่วมมือกันระหว่างคณะ หรือสถาบันการศึกษา อาจจะไปจับมือข้ามคณะ หากอาจารย์ไม่พอ จับมือข้ามมหาวิทยาลัย ดังนั้น อาจารย์ประจำหลักสูตรตามเกณฑ์ที่ต้องมีไม่น่าจะมีปัญหา คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ปัญหาเกิดจากอะไรก็ต้องไปแก้ไขตรงนั้น

นอกจากนี้ เกณฑ์มาตรฐานใหม่ยังเปิดกว้างมากขึ้นด้วย ในกรณีที่มหาวิทยาลัยจับมือกับภาคเอกชน ในหน่วยงานที่ต้องการใช้บัณฑิตสาขานั้น โดยเป็นการเปิดโอกาสให้สามารถนำภาคเอกชนมาป็นอาจารย์สอนได้ แต่ไม่เกิน 2 คน เพราะฉะนั้น ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาจารย์จะค่อยๆ ลดลงไป เพราะเกณฑ์ยืดหยุ่นมากขึ้น และไม่ได้เรียนเฉพาะในชั้นเรียนแล้ว ต่อไปนี้ ต้องออกไปสถานประกอบการ อยู่ในหน่วยที่ต้องไปประกอบอาชีพ

“การเปิดหลักสูตรเฟ้อนั้น เป็นเรื่องในอดีต เพราะกระทรวง ส่งสัญญาณไปที่มหาวิทยาลัยว่า ต่อไปนี้จะเปิดหลักสูตรใดๆ ถ้าไม่สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของประเทศ จะไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ถามว่าเปิดได้ไหมก็เปิดได้ แต่มหาวิทยาลัยต้องพึ่งตัวเอง แต่ถ้าเปิดหลักสูตรสาขาที่ประเทศต้องการนั้น ทางรัฐบาลสนับสนุนแน่นอน คิดว่าจะเป็นเทรนด์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มหาวิทยาลัยจะคำนึงถึงเรื่องนี้มากขึ้น” รองเลขาฯ สกอ. กล่าวสรุป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานสกอ.หลักสูตรไม่ตามเกณฑ์มหาวิทยาลัยทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้