ประวัติแสน ส.เพลินจิต ข้อมูลล่าสุดของแสน ส.เพลินจิต

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

แสน ส.เพลินจิต

แสน ส.เพลินจิต

แสน ส.เพลินจิต

เพศ ชาย
วันที่เกิด 18 พ.ค. 2514
อายุ 47 ปี
อดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ของสมาคมมวยโลก (WBA) ตกเป็นข่าวเจอมรสุมชีวิตหลังจากป่วยมีเลือดอกในสมองและได้นำทองที่เก็บไว้จากการชกมวยกว่า 500 บาท ไปขาย แต่สุดท้าย ปรากฏว่าเป็นทองปลอมกว่าครึ่ง

ชื่อ-นามสกุล : แสน ส.เพลินจิต
ชื่อจริง : สมชาย เชิดฉาย
ชื่อเล่น : เหน่ง ฉายา : โผน 2
วันเดือนปีเกิด : วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2514
สถานที่เกิด : ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย

ประวัติครอบครัว

- เป็นบุตรชายของนายละเอียด และนางทิพย์ เชิดฉาย

ประวัติการศึกษา

- จบการศึกษาจากสถาบันการพลศึกษากรุงเทพ

ประวัติการชกมวย

- แสนมีฐานะทางบ้านยากจนมาก ทำให้ต้องชกมวยตั้งแต่เด็ก โดยฝึกกับ จ่าสิบเอก ทวนชัย โล่ห์เงิน ในชื่อ "ซุปเปอร์เหน่ง โล่ห์เงิน" ได้ค่าตัวในการชกครั้งแรก 110 บาท แต่เนื่องจากเป็นมวยที่ชกสนุก เดินหน้าตลอด จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เดินหน้า โล่ห์เงิน"

- แสนได้โอกาสชกสากลอาชีพครั้งแรก เมื่อมวยสากลที่เวทีราชดำเนินขาดคู่ แสนจึงกลายเป็นมวยแทนขึ้นชกแทน ซึ่งก็ฉายแวว โดยเอาชนะ สีหราช ช.ไวคุล ไปได้อย่างงดงาม จากนั้น แสนจึงกลายเป็นมวยสากลชกประจำที่เวทีราชดำเนิน และได้เข้าตา เสถียร เสถียรสุต เจ้าของค่าย "ส.เพลินจิต" จึงถูกนำมาสร้างอย่างจริงจังในแบบมวยสากลอาชีพ และเปลี่ยนชื่อเป็น "แสน ส.เพลินจิต"

- แสนถูกสร้างอย่างมีขั้นตอน ชกไต่อันดับไปเรื่อย ๆ จนได้ติดอันดับโลก และขึ้นชิงแชมป์กับเดวิด กรีแมน นักมวยชาวเวเนซุเอลา ผู้เคยชิงแชมป์กับเขาทราย แกแล็คซี่มาก่อน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งแสนก็สามารถทำได้ โดยชนะคะแนนไป พร้อมกับขึ้นเป็นแชมป์โลกคนที่ 19 ของเมืองไทย

- แสน เป็นนักมวยที่มีเชิงชกสวยงาม มีความรวดเร็ว เป็นมวยหมัดไม่หนัก แต่ชกได้ไวโดยเฉพาะหมัดแย็บ ซึ่งชั้นเชิงแบบนี้ละม้ายคล้ายกับ "โผน กิ่งเพชร" อดีตแชมป์โลกคนแรกของไทย จึงได้ฉายาว่า "โผน 2" แสน เป็นนักมวยที่เรียกได้ว่าได้รับความนิยมจากแฟนมวยอย่างมากทีเดียวในสมัยนั้น เพราะชกได้สนุก และผู้ท้าชิงของแสนแต่ละรายนั้น ล้วนแต่มีดีกรีเป็นนักชกชั้นดีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอดีตแชมป์โลก เช่น เฮซุส โรฮาส, อคิวเลส กูซแมน, คิม ยอง กัง เป็นต้น

- โดยเฉพาะไฟท์ที่ประทับใจอย่างที่สุด คือ การป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 6 กับ ฮิโรกิ อิโอกะ นักมวยชาวญี่ปุ่น อดีตคู่ปรับของนภา เกียรติวันชัย โดยชนะทีเคโอในยกที่ 10 ถึงเมืองโอซาก้า ถิ่นของอิโอกะเลยทีเดียว ในวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2538 และหลังการชก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรง มีพระราชสาสน์แสดงความยินดีมาแก่แสนและคณะ มีใจความว่า ทรงทอดพระเนตรการชกของแสนผ่านโทรทัศน์ โดยผ่านมาทางสถานกงสุลไทย ณ. นครโอซาก้า และต่อมาแสนได้รับรางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2538 อีกด้วย

- ในปี พ.ศ. 2539 แสนป้องกันตำแหน่งอีก 3 ครั้ง ชนะรวด แต่ในวันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงของปีนั้น แสนต้องเสียตำแหน่งไปในการป้องกันครั้งที่ 10 กับ โฮเซ่ โบนิญญ่า นักมวยชาวเวเนซุเอลา ที่ จังหวัดอุบลราชธานี อย่างไม่มีใครคาดคิด โดยแพ้คะแนนไปอย่างสูสี

- หลังจากนั้น แสนยังได้ขึ้นชกอุ่นเครื่องอีกหลายครั้ง โดยย้ายไปอยู่ในสังกัดของ "เสี่ยเน้า" วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ และเลื่อนรุ่นไปชกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท โดยมีเป้าหมายอยู่ที่แชมป์โลกซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้มีโอกาสชิงแชมป์อีกเลย ผ่านไป 2 ปี แสนจึงต้องแขวนนวมไปโดยปริยาย แต่ในปี พ.ศ. 2545 และ ปี พ.ศ. 2546 แสนก็กลับมาชกมวยอีกครั้งโดยเดินทางไปชกถึงประเทศญี่ปุ่นถึง 2 ครั้ง หนึ่งในนั้นได้พบกับ โจอิชิโร่ ทัตสุโยชิ อดีตแชมป์โลกแบนตั้มเวท ของสภามวยโลก ด้วย ซึ่งแสนเป็นฝ่ายแพ้ที.เค.โอ.ไปยกที่ 6

- ต่อมาในกลางปี พ.ศ. 2548 แสนมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่ามีชีวิตที่ลำบาก และอยากจะขอความช่วยเหลือจากสังคมเนื่องจากไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และต่อมาก็พบว่าสร้อยคอทองคำที่ได้รับจากบรรดาผู้สนับสนุนก่อนการชกแต่ละครั้งนั้น รวมแล้วเป็นน้ำหนักกว่า 500 บาท กว่าครึ่งเป็นทองปลอม
- - ปัจจุบัน แสนทำงานเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยและมวยสากลให้แก่บุคคลทั่วไปซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะลูกจ้างของสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สกพ.) โดยเริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ได้รับเงินเดือนเดือนละ 8,000 บาท

- โดยหลังจากเสียแชมป์โลกไปแล้ว แสนได้ส่วนแบ่งเงินรางวัลมาทั้งหมดราว 10 ล้านบาท ได้ซื้อที่และปลูกบ้านให้พ่อกับแม่ได้อยู่อาศัยราว 3 ล้านบาท และไปซื้อที่ที่เขาใหญ่อีก ประมาณ 5 ล้านบาท แต่ต่อมาที่ผืนนี้ต้องโดนยึด เนื่องจากแสนนำไปค้ำประกันให้พื่อนคนหนึ่ง แล้วเพื่อนทำธุรกิจล้มเหลวจึงถูกยึด ชีวิตจึงลำบาก ถึงขนาดต้องเลิกกับภรรยาเก่าที่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน

- ในช่วงนั้นแสนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงหันเข้าหาเหล้า แสนดื่มอย่างหนักจนเสียสติพูดจาไม่รู้เรื่อง เป็นระยะเวลาร่วม 10 ปี จนกระทั่งได้ภรรยาคนปัจจุบันเตือนสติและอดีตอาจารย์ที่สถาบันการพลศึกษา ปทุมธานีเข้ามาช่วยเหลือ โดยฝากฝังงานประจำในปัจจุบันให้ และ ในอนาคต แสนฝันอยากจะมีค่ายมวยเป็นของตัวเอง

เกียรติประวัติและผลงานที่ผ่านมา

แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBA

ชิง13 กุมภาพันธ์ 2537 ชนะคะแนน เดวิด กรีแมน (เวเนซูเอลา) ที่ จ.ฉะเชิงเทรา

- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 10 เมษายน 2537 ชนะคะแนน เจซัส โรฮาส (เวเนซูเอลา) ที่ จ.สมุทรปราการ
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 12 มิถุนายน 2537 ชนะคะแนน อะควิเลส กุซแมน (เวเนซูเอลา) ที่ จ.สระแก้ว
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 25 กันยายน 2537 ชนะคะแนน คิม ยองกัง (เกาหลีใต้) ที่ จ.กาญจนบุรี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 25 ธันวาคม 2537 ชนะน็อค แดนนี่ นูเนซ (โดมินิกัน) ยก 11 ที่ จ.ระยอง
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 7 พฤษภาคม 2538 ชนะคะแนน อีวาน เจลิโอ เปเรซ (ปานามา) ที่ จ.สงขลา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 17 ตุลาคม 2538 ชนะน็อค ฮิโรกิ อิโอกะ (ญี่ปุ่น) ยก 10 ที่ โอซาก้า ญี่ปุ่น
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 14 มกราคม 2539 ชนะคะแนน ชาง ยังซุน (เกาหลีใต้) ที่ จ.นนทบุรี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 8, 24 มีนาคม 2539 ชนะคะแนน ลีโอ กาเมซ (เวเนซูเอลา) ที่ จ.ปทุมธานี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 9, 8 กันยายน 2539 ชนะคะแนน อเล็กซานเดอร์ แมกนูตอฟ (รัสเซีย) ที่ จ.นครพนม
- เสียแชมป์ 24 พฤศจิกายน 2539 แพ้คะแนน โฮเซ่ โบนิญญา (เวเนซูเอลา) ที่ จ.อุบลราชธานี



ที่มา http://th.wikipedia.org/
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement