ประวัติแสน ส.เพลินจิต ข้อมูลล่าสุดของแสน ส.เพลินจิต
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

แสน ส.เพลินจิต

แสน ส.เพลินจิต

แสน ส.เพลินจิต

เพศ ชาย
วันที่เกิด 18 พ.ค. 2514
อายุ 47 ปี
อดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ของสมาคมมวยโลก (WBA) ตกเป็นข่าวเจอมรสุมชีวิตหลังจากป่วยมีเลือดอกในสมองและได้นำทองที่เก็บไว้จากการชกมวยกว่า 500 บาท ไปขาย แต่สุดท้าย ปรากฏว่าเป็นทองปลอมกว่าครึ่ง

ชื่อ-นามสกุล : แสน ส.เพลินจิต
ชื่อจริง : สมชาย เชิดฉาย
ชื่อเล่น : เหน่ง ฉายา : โผน 2
วันเดือนปีเกิด : วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2514
สถานที่เกิด : ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย

ประวัติครอบครัว

- เป็นบุตรชายของนายละเอียด และนางทิพย์ เชิดฉาย

ประวัติการศึกษา

- จบการศึกษาจากสถาบันการพลศึกษากรุงเทพ

ประวัติการชกมวย

- แสนมีฐานะทางบ้านยากจนมาก ทำให้ต้องชกมวยตั้งแต่เด็ก โดยฝึกกับ จ่าสิบเอก ทวนชัย โล่ห์เงิน ในชื่อ "ซุปเปอร์เหน่ง โล่ห์เงิน" ได้ค่าตัวในการชกครั้งแรก 110 บาท แต่เนื่องจากเป็นมวยที่ชกสนุก เดินหน้าตลอด จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เดินหน้า โล่ห์เงิน"

- แสนได้โอกาสชกสากลอาชีพครั้งแรก เมื่อมวยสากลที่เวทีราชดำเนินขาดคู่ แสนจึงกลายเป็นมวยแทนขึ้นชกแทน ซึ่งก็ฉายแวว โดยเอาชนะ สีหราช ช.ไวคุล ไปได้อย่างงดงาม จากนั้น แสนจึงกลายเป็นมวยสากลชกประจำที่เวทีราชดำเนิน และได้เข้าตา เสถียร เสถียรสุต เจ้าของค่าย "ส.เพลินจิต" จึงถูกนำมาสร้างอย่างจริงจังในแบบมวยสากลอาชีพ และเปลี่ยนชื่อเป็น "แสน ส.เพลินจิต"

- แสนถูกสร้างอย่างมีขั้นตอน ชกไต่อันดับไปเรื่อย ๆ จนได้ติดอันดับโลก และขึ้นชิงแชมป์กับเดวิด กรีแมน นักมวยชาวเวเนซุเอลา ผู้เคยชิงแชมป์กับเขาทราย แกแล็คซี่มาก่อน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งแสนก็สามารถทำได้ โดยชนะคะแนนไป พร้อมกับขึ้นเป็นแชมป์โลกคนที่ 19 ของเมืองไทย

- แสน เป็นนักมวยที่มีเชิงชกสวยงาม มีความรวดเร็ว เป็นมวยหมัดไม่หนัก แต่ชกได้ไวโดยเฉพาะหมัดแย็บ ซึ่งชั้นเชิงแบบนี้ละม้ายคล้ายกับ "โผน กิ่งเพชร" อดีตแชมป์โลกคนแรกของไทย จึงได้ฉายาว่า "โผน 2" แสน เป็นนักมวยที่เรียกได้ว่าได้รับความนิยมจากแฟนมวยอย่างมากทีเดียวในสมัยนั้น เพราะชกได้สนุก และผู้ท้าชิงของแสนแต่ละรายนั้น ล้วนแต่มีดีกรีเป็นนักชกชั้นดีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอดีตแชมป์โลก เช่น เฮซุส โรฮาส, อคิวเลส กูซแมน, คิม ยอง กัง เป็นต้น

- โดยเฉพาะไฟท์ที่ประทับใจอย่างที่สุด คือ การป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 6 กับ ฮิโรกิ อิโอกะ นักมวยชาวญี่ปุ่น อดีตคู่ปรับของนภา เกียรติวันชัย โดยชนะทีเคโอในยกที่ 10 ถึงเมืองโอซาก้า ถิ่นของอิโอกะเลยทีเดียว ในวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2538 และหลังการชก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรง มีพระราชสาสน์แสดงความยินดีมาแก่แสนและคณะ มีใจความว่า ทรงทอดพระเนตรการชกของแสนผ่านโทรทัศน์ โดยผ่านมาทางสถานกงสุลไทย ณ. นครโอซาก้า และต่อมาแสนได้รับรางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2538 อีกด้วย

- ในปี พ.ศ. 2539 แสนป้องกันตำแหน่งอีก 3 ครั้ง ชนะรวด แต่ในวันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงของปีนั้น แสนต้องเสียตำแหน่งไปในการป้องกันครั้งที่ 10 กับ โฮเซ่ โบนิญญ่า นักมวยชาวเวเนซุเอลา ที่ จังหวัดอุบลราชธานี อย่างไม่มีใครคาดคิด โดยแพ้คะแนนไปอย่างสูสี

- หลังจากนั้น แสนยังได้ขึ้นชกอุ่นเครื่องอีกหลายครั้ง โดยย้ายไปอยู่ในสังกัดของ "เสี่ยเน้า" วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ และเลื่อนรุ่นไปชกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท โดยมีเป้าหมายอยู่ที่แชมป์โลกซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้มีโอกาสชิงแชมป์อีกเลย ผ่านไป 2 ปี แสนจึงต้องแขวนนวมไปโดยปริยาย แต่ในปี พ.ศ. 2545 และ ปี พ.ศ. 2546 แสนก็กลับมาชกมวยอีกครั้งโดยเดินทางไปชกถึงประเทศญี่ปุ่นถึง 2 ครั้ง หนึ่งในนั้นได้พบกับ โจอิชิโร่ ทัตสุโยชิ อดีตแชมป์โลกแบนตั้มเวท ของสภามวยโลก ด้วย ซึ่งแสนเป็นฝ่ายแพ้ที.เค.โอ.ไปยกที่ 6

- ต่อมาในกลางปี พ.ศ. 2548 แสนมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่ามีชีวิตที่ลำบาก และอยากจะขอความช่วยเหลือจากสังคมเนื่องจากไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และต่อมาก็พบว่าสร้อยคอทองคำที่ได้รับจากบรรดาผู้สนับสนุนก่อนการชกแต่ละครั้งนั้น รวมแล้วเป็นน้ำหนักกว่า 500 บาท กว่าครึ่งเป็นทองปลอม
- - ปัจจุบัน แสนทำงานเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยและมวยสากลให้แก่บุคคลทั่วไปซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะลูกจ้างของสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สกพ.) โดยเริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ได้รับเงินเดือนเดือนละ 8,000 บาท

- โดยหลังจากเสียแชมป์โลกไปแล้ว แสนได้ส่วนแบ่งเงินรางวัลมาทั้งหมดราว 10 ล้านบาท ได้ซื้อที่และปลูกบ้านให้พ่อกับแม่ได้อยู่อาศัยราว 3 ล้านบาท และไปซื้อที่ที่เขาใหญ่อีก ประมาณ 5 ล้านบาท แต่ต่อมาที่ผืนนี้ต้องโดนยึด เนื่องจากแสนนำไปค้ำประกันให้พื่อนคนหนึ่ง แล้วเพื่อนทำธุรกิจล้มเหลวจึงถูกยึด ชีวิตจึงลำบาก ถึงขนาดต้องเลิกกับภรรยาเก่าที่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน

- ในช่วงนั้นแสนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงหันเข้าหาเหล้า แสนดื่มอย่างหนักจนเสียสติพูดจาไม่รู้เรื่อง เป็นระยะเวลาร่วม 10 ปี จนกระทั่งได้ภรรยาคนปัจจุบันเตือนสติและอดีตอาจารย์ที่สถาบันการพลศึกษา ปทุมธานีเข้ามาช่วยเหลือ โดยฝากฝังงานประจำในปัจจุบันให้ และ ในอนาคต แสนฝันอยากจะมีค่ายมวยเป็นของตัวเอง

เกียรติประวัติและผลงานที่ผ่านมา

แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBA

ชิง13 กุมภาพันธ์ 2537 ชนะคะแนน เดวิด กรีแมน (เวเนซูเอลา) ที่ จ.ฉะเชิงเทรา

- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 10 เมษายน 2537 ชนะคะแนน เจซัส โรฮาส (เวเนซูเอลา) ที่ จ.สมุทรปราการ
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 12 มิถุนายน 2537 ชนะคะแนน อะควิเลส กุซแมน (เวเนซูเอลา) ที่ จ.สระแก้ว
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 25 กันยายน 2537 ชนะคะแนน คิม ยองกัง (เกาหลีใต้) ที่ จ.กาญจนบุรี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 25 ธันวาคม 2537 ชนะน็อค แดนนี่ นูเนซ (โดมินิกัน) ยก 11 ที่ จ.ระยอง
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 7 พฤษภาคม 2538 ชนะคะแนน อีวาน เจลิโอ เปเรซ (ปานามา) ที่ จ.สงขลา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 17 ตุลาคม 2538 ชนะน็อค ฮิโรกิ อิโอกะ (ญี่ปุ่น) ยก 10 ที่ โอซาก้า ญี่ปุ่น
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 14 มกราคม 2539 ชนะคะแนน ชาง ยังซุน (เกาหลีใต้) ที่ จ.นนทบุรี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 8, 24 มีนาคม 2539 ชนะคะแนน ลีโอ กาเมซ (เวเนซูเอลา) ที่ จ.ปทุมธานี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 9, 8 กันยายน 2539 ชนะคะแนน อเล็กซานเดอร์ แมกนูตอฟ (รัสเซีย) ที่ จ.นครพนม
- เสียแชมป์ 24 พฤศจิกายน 2539 แพ้คะแนน โฮเซ่ โบนิญญา (เวเนซูเอลา) ที่ จ.อุบลราชธานี



ที่มา http://th.wikipedia.org/
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement