กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เซนต์กับก้องเกียรตินำกำลังเจ้าหน้าที่สิบนายบุกทำลายแหล่งทำเงินของนายพิเชษฐ์ แต่มังโซกับพวกเตรียมต้อนรับอยู่แล้ว ทำให้เซนต์กับก้องเกียรติถูกเล่นงานบาดเจ็บ เพราะเซนต์ไม่มีเหรียญคุ้มกัน ส่วนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เหยี่ยวรัตติกาลรับรู้ได้ว่าเซนต์กับพวกกำลังแย่จึงรีบมาช่วย มังโซเผชิญหน้ากับเหยี่ยวรัตติกาลแต่เหรียญปลุกเสกของนายพรานก็ทำอะไรเธอไม่ได้

เซนต์ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสต้องการเลือดอย่างเร่งด่วน ราตรีไม่อาจถ่ายทอดพลังเหยี่ยวเพื่อรักษาเขาได้ เพราะจะเกิดการต่อต้านอาจทำให้ธาตุไฟแตกผู้กองถึงกับเสียชีิวิต แต่โชคดีที่เธอมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับเขาจึงรีบบริจาคด้วยความเต็มใจ หลังการผ่าตัดเซนต์ยังไม่รู้สึกตัว ขณะที่อาการก้องเกียรติไม่มีอะไรน่าหนักใจ แต่ยังต้องนอนโรงพยาบาลด้วยเหมือนกัน

พิเชษฐ์เจ็บใจที่มังโซกับซาเอะทำอะไรเหยี่ยวรัตติกาลไม่ได้ ก่นด่าทั้งคู่อย่างเดือดดาล

“เหยี่ยวรัตติกาลมันทำทุกอย่างพังหมด ไหนท่านสองคนบอกว่าเหรียญนายพรานบ้าบอสามารถกำจัดมันได้”

“ต้องถามอาจารย์มังโซ...ผมอาสาเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะไอ้เหรียญบ้านี่เหมือนกัน”

ซาเอะโยนความผิดให้มังโซหน้าตาเฉย มังโซเลยเยาะเย้ยกลับคืนว่า

“ท่านดวงไม่ถึง ต้องเป็นคนที่เหรียญเลือกเท่านั้นถึงจะมีพลังกำจัดนางเหยี่ยวได้”

“ท่านเพ้อเจ้ออะไรอีก หาข้ออ้างสารพัด”

ซาเอะตอบโต้และทำท่าจะยืดเยื้อ ถ้าพิเชษฐ์ไม่ปรามขึ้นมา

“เอาล่ะ พอได้แล้ว อาจารย์อธิบายให้ชัดหน่อย”

“พูดง่ายๆ ท่านซาเอะไม่มีบุญพอสำหรับเหรียญ มีแต่ผู้กองเท่านั้นที่เหรียญจะยอมรับ และมีพลังที่จะกำจัดนางเหยี่ยวได้”

“มีแต่ผู้กองเท่านั้นที่จะกำจัดนางเหยี่ยวได้...ไอ้ผู้กองมันคงรับกำจัดนางเหยี่ยวให้เราชัวร์”

“แน่นอน ไม่ยาก...เราก็แค่ส่งสร้อยที่มีเหรียญนี่คืนให้ผู้กองก็จบเรื่อง”

“อ๋อ...ชัวร์...แต่ถ้าผู้กองรู้ความจริงทีหลัง แล้วถอดสร้อยออก เราก็จบเรื่องเหมือนกัน”

“เสียเวลาผมจริงๆ” พิเชษฐ์ตวาดใส่ทั้งคู่

“เหรียญเลือกผู้กองแล้ว ต่อไปในอนาคตเหรียญนี้จะซึมหายเข้าไปในร่างของผู้กองเอง ผู้กองจะต้องเป็นศัตรูของเหยี่ยวรัตติกาลตลอดไปจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง”

“สรุปเราก็รอให้ผู้กองหายแล้วก็เอาเหรียญไปคืนอย่างนั้นเหรอ”

“ถ้าผู้กองรอด เราก็แค่รอให้ผู้กองจัดการกับเหยี่ยวรัตติกาล”

“แล้วถ้าผู้กองไม่รอด...ก็หมดทางกำจัดนังเหยี่ยว”

“อย่างน้อย...ศัตรูของท่านก็หมดไปหนึ่ง เราก็ยังมีทางที่จะจัดการเหยี่ยวรัตติกาลให้ท่านได้อยู่บ้าง”

พิเชษฐ์มองมังโซเขม็ง สำทับดุดันว่า “ถ้าท่านพลาดอีก น่าจะเป็นท่านที่จะถูกจัดการ”

ซาเอะยิ้มเยาะ มังโซแสยะยิ้มอย่างมั่นใจใส่ซาเอะเช่นกัน

ooooooo

ผ่านไปจนมืดค่ำ เซนต์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้น หมอจึงให้ทุกคนที่ห่วงใยคนไข้กลับกันก่อน ศักดิ์สิทธิ์ขอกำลังเจ้าหน้าที่มาเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เรวดีกับราตรีจึงวางใจยอมกลับไป

เมื่อถึงบ้าน ราตรีได้รับการปลอบโยนจากแม่จนรู้สึกใจชื้นว่าผู้กองต้องปลอดภัย ส่วนศักดิ์สิทธิ์ก็ให้กำลังใจว่าพ่อคุยกับเจ้าอาวาสแล้ว ท่านบอกว่าพลังของเหรียญจะช่วยให้ผู้กองหายเร็วขึ้น

“หนูต้องหาเหรียญกลับมาให้ผู้กองเร็วที่สุด”

“เหรียญนายพรานเมื่อเลือกเจ้าของแล้วจะอยู่กับเจ้าของตลอดไป เหมือนเหรียญเหยี่ยวที่ซึมหายไปในตัวของลูก เหรียญจะซึมหายไปในตัวผู้กอง ลูกกับผู้กองจะต้องเป็นศัตรูกันตลอดไปนะลูก”

“แต่ลูกจะปล่อยให้ผู้กองมีชะตากรรมแบบนี้ไม่ได้”

“ลูกมีพลังพอที่จะปกป้องผู้กองได้เหมือนกัน ถ้าสมมติว่าผู้กองไม่มีเหรียญอันนี้”

“ลูกก็สามารถอยู่กับผู้กองอย่างมีความสุขได้”

“ไม่ได้หรอกค่ะ วันนึงอาจจะมีศัตรูที่มีพลัง เกินกว่าหนูจะป้องกันผู้กองได้ ผู้กองก็จะได้รับอันตรายไม่ได้ หรอกค่ะ”

“ถ้างั้นตอนนี้ลูกน่าจะใช้เวลาอยู่กับผู้กองให้มากที่สุด อย่างน้อยก่อนที่ลูกจะหาเหรียญพบ ก่อนที่ลูกกับผู้กองจะเป็นศัตรูกันตลอดไป”

ราตรีพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อสรุปของแม่ แต่ยังคาใจว่าเหรียญนั้นไปอยู่ที่พวกมันได้ยังไง

“อาจเป็นความบังเอิญ หรือพวกมันอาจจะรู้ว่า เหรียญมีพลังนายพรานที่จะกำจัดเหยี่ยวรัตติกาลได้จึงชิงไปจากผู้กองตอนต่อสู้กัน”

“ต้องเป็นหลวงจีนทิเบตนั่น”

“ใครเหรอลูก”

“แล้วลูกจะเล่าให้ฟังวันหลังนะคะ”

ราตรีตัดบทรีบกลับไปเพราะเป็นห่วงเซนต์ เธอเข้าสำนักพิมพ์ฝากงานไว้กับอีทแล้วไปโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะเจอเรวดี สองสาวต่างเป็นห่วงเซนต์เหมือนกัน เรวดีเชื่อว่าถ้าเขารู้ว่าราตรีให้เลือดต้องดีใจแน่นอน

ooooooo

ค่ำนั้นมังโซเก็บเหรียญใส่ตู้เซฟไว้อย่างแน่นหนา แถมยังบอกซาเอะต้องจัดคนเฝ้าให้เข้มขึ้น

“อาจารย์บอกคุณพิเชษฐ์ว่าจะคืนเหรียญให้ผู้กองแต่กลับเก็บอย่างแน่นหนาพร้อมกำลังคน อาจารย์คิดจะฮุบเหรียญหรือไง”

“เหรียญนายพรานมีพลังกำจัดนางเหยี่ยว... ท่านไม่คิดเหรอว่ามันจะต้องหาทางทำลายเหรียญอันนี้ เราจะต้องเก็บไว้ให้ดี จนกว่าจะรู้แน่ว่าผู้กองรอด เอาไปคืนให้ผู้กองตามแผน”

“จริงสินะ ถ้าเหรียญถูกทำลาย การกำจัดนางเหยี่ยวคงไม่มีวันสำเร็จ แต่ถ้างานนี้ล้มเหลวคุณพิเชษฐ์ไม่ปล่อยอาจารย์ไว้แน่”

ทันใดนั้นเสียงเหยี่ยวรัตติกาลร้องก้อง มังโซชิงเอาตัวรอด เชิญซาเอะต้อนรับนางเหยี่ยวตามสบาย แต่ทั้งซาเอะและสมุน รวมทั้งมังโซก็หนีไม่พ้น ถูกนางเหยี่ยวตะปบบาดเจ็บ แล้วขยุ้มคอซาเอะคาดคั้นว่าเหรียญของผู้กองอยู่ที่ไหน

“อยู่ที่อาจารย์มังโซ ข้าไม่รู้เรื่อง”

“ครั้งสุดท้ายฉันเห็นอยู่กับแก”

“ใช่ อาจารย์มันเอามาให้ข้าใส่ มันบอกว่าเหรียญสู้กับแกได้ แต่มันเอาไปแล้ว มันจะเอาไปคืนผู้กอง ให้ผู้กองจัดการกับแก”

“ดี! ถ้าแกโกหก ฉันมาหาแกแน่”

เหยี่ยวรัตติกาลเหวี่ยงร่างซาเอะกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นหมุนหลายรอบ ก่อนที่เธอจะหายไปพร้อมกลุ่มควันสีดำแล้วปรากฏตัวอีกทีในร่างราตรีที่ข้างเตียงผู้ป่วยของเซนต์

ราตรีแข็งใจสัมผัสมือผู้กองอย่างระวัง ปรากฏว่าแรงต่อต้านแทบจะไม่มี แต่เธอเชื่อว่าเขาต้องหายดีเพราะเหรียญของเขากำลังจะกลับมาหาในไม่ช้านี้

ooooooo

หลังจากวันนั้นราตรีก็มาเฝ้าเซนต์ทุกวัน เช่นเดียวกับเรวดีที่เพียรมาดูเขาด้วยความเป็นห่วง จนเจ้าหน้าที่ที่มาคุ้มครองความปลอดภัยออกปากว่า ผู้กองเสน่ห์แรงเหลือเกิน

ขณะที่เรวดีหลีกทางให้ราตรีอยู่ในห้องตามลำพังกับเซนต์ ปรากฏว่าเซนต์ที่นอนไม่ไหวติงมาตลอดรู้สึกตัวเรียกหาราตรี หญิงสาวดีใจมากรีบตามหมอเข้ามา

หมอบอกว่าคนไข้รู้สึกตัวนับว่าเป็นสัญญาณที่ดี ตอนนี้ก็รอแต่เพียงให้ร่างกายพักฟื้นรักษาตัวเอง ราตรีอยากรู้ว่านานแค่ไหน คำตอบทำให้เธอและเรวดีหน้าเสีย หมอบอกว่าอย่างน้อยต้องสามเดือน...

ราตรีกลับมาเล่าให้พ่อแม่ฟังด้วยสีหน้าไม่สู้ดี รัตนาปลอบลูกสาวว่าสามเดือนถือว่าเร็ว

“พ่อก็คิดเช่นนั้น คงเป็นเพราะพลังจากเหรียญที่สะสมอยู่ในตัวผู้กอง”

“ลูกต้องหาวิธีทำให้มันเอาเหรียญมาคืนผู้กองให้เร็วที่สุด”

“ลูกจะทำยังไงถึงจะไม่ให้พวกมันเฉลียวใจว่าเหรียญจะช่วยผู้กองมากกว่าช่วยพวกมัน”

“มันต้องการที่จะยืมมือผู้กองกำจัดเหยี่ยวรัตติกาล ถ้าเหยี่ยวรัตติกาลบุกลุยทำให้การค้าของมันพินาศสูญเสียเป็นจำนวนมหาศาล ลูกเชื่อว่านายพิเชษฐ์จะต้องหาทางเอาเหรียญมาคืนให้ผู้กองเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้”

ราตรีคาดการณ์ได้แม่นยำ...ด้านเรวดีรู้สึกหนักใจกับระยะเวลาฟื้นตัวของผู้กองเซนต์ เธอหารือกับศักดิ์สิทธิ์ว่าสามเดือนนานเกินไป คนร้ายคงได้ทุกอย่างอยู่ใต้กำมือของพวกมัน

“เราทำอะไรไม่ได้จนกว่าผู้กองเซนต์อาการจะดีขึ้น คุณก็รู้เรานำคนอื่นเข้ามาไม่ได้ ช่องโหว่รั่วไหลมีมาก”

“ฉันเข้าใจค่ะ”

“ผมว่าระหว่างนี้ท่านอัยการก็รวบรวมหลักฐานทั้งหมดไว้ก่อน ถึงเวลาที่เราพร้อมเล่นงานนายพิเชษฐ์จะได้ดิ้นไม่หลุด”

“ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีผู้กองเซนต์ก็เหมือนกับเปิดทางให้มันทำชั่วได้อย่างเต็มที่”

“ก็จริง แต่ก็อย่าลืมว่าไม่มีผู้กองเซนต์ เส้นทาง

ของเหยี่ยวรัตติกาลก็เปิดอย่างเต็มที่เหมือนกัน”

เรวดีฟังแล้วคิดตาม ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเห็นด้วย

ooooooo

หลังจากวันนั้นเหยี่ยวรัตติกาลก็สร้างวีรกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยการบุกทำลายการค้าอาวุธของนายพิเชษฐ์หลายแห่ง หนังสือพิมพ์ตีข่าวกันเมามันพร้อมกับเสนอข่าวความเคลื่อนไหวอาการของผู้กองเซนต์ว่า ดีวันดีคืน

เซนต์สามารถพูดคุยกับราตรีและก้องเกียรติได้ตามปกติแต่หมอยังไม่อนุญาตให้กลับบ้าน ส่วนก้องเกียรติหายเร็วจนน่าประหลาด ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะพลังเหยี่ยวที่ราตรีแอบช่วยรักษา

บ่ายนั้นก้องเกียรติไปพบเรวดีที่สำนักงานตามคำสั่งของเซนต์ คำแรกที่เรวดีทักเขาคือ

“คุณดูดีไม่เหมือนคนถูกยิงเลย”

“ครับ...ผมก็แปลกใจเหมือนกันครับ ร่างกายฟื้นตัวเร็วมาก แทบไม่น่าเชื่อ”

“จะว่าไปก็แปลกจริงๆ ฉันก็เหมือนกัน ตอนถูกยิงคราวนั้นก็ฟื้นตัวเร็วมาก แต่ก็ไม่อยากจะคุยกับใคร”

“ผมไม่รู้จะคิดยังไง นอกจากว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง”

“ค่ะ ดีแล้วที่คุณกลับมา เรามีงานต้องทำอีกเยอะ ฉันแน่ใจว่าผู้กองต้องสั่งอะไรคุณมาบ้างแล้ว”

“ครับ...ผู้กองบอกให้ลุยต่อได้เลย แล้วก็ให้คอยระวังดูคุณ เพราะพวกมันยังต้องการข้อมูลของ ผบ.เศรษฐาและพวกมันก็คิดว่ายังอยู่ที่คุณ”

หลังจากเสร็จธุระกับเรวดีแล้ว ก้องเกียรติแวบไปรับอีทมาเลี้ยงข้าว อีทถามถึงเซนต์ด้วยความเป็นห่วง

“ผู้กองยังไม่หายดีเหรอคะ”

“คงอีกซักพักครับ แต่ไม่ต้องห่วง คุณไนท์ไปเฝ้าอย่างใกล้ชิด ผู้กองอาการดีวันดีคืน”

“อืม...แต่ผู้กองไม่อยู่พวกนายพิเชษฐ์คงกร่างน่าดู”

“ไม่หรอกครับ ผู้กองไม่อยู่ก็จริงแต่เหยี่ยวรัตติกาลยังอยู่”

“อ้อ...ใช่...เหยี่ยวรัตติกาลจะได้จัดการพวกมันได้เต็มที่”

“ผมกับคุณเรวดีหวังว่ายังงั้นครับ ส่วนเรื่องทั่วไปมีอะไรบอกผม”

ก้องเกียรติทำตาหวานเชื่อม หยอดว่าเขาคิดถึงเธอ เท่านี้อีทก็กลั้นขำไม่อยู่ และรู้สึกสุขใจที่มีเขาอยู่ข้างๆ

ooooooo

พิเชษฐ์แทบคลั่งเมื่อเหยี่ยวรัตติกาลอาละวาดไม่หยุดหย่อน แต่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ก็เลยโวยวายเอากับซาเอะอีกตามเคย

“พินาศหมด สินค้าเป็นพันล้าน เหยี่ยวรัตติกาลมันทำพังหมด ไหนล่ะแผนยืมมือผู้กองเซนต์...จะรอให้ตายกันหมดก่อนหรือไง”

“อาจารย์มังโซกำลังหาวิธีเอาเหรียญไปคืน แต่เจ้าหน้าที่เฝ้าผู้กองเซนต์ 24 ชั่วโมง”

พิเชษฐ์อารมณ์เสีย แค้นใจเป็นที่สุด...แต่ในขณะเดียวกันศักดิ์สิทธิ์บอกกับราตรีขณะกินข้าวด้วยกันที่บ้านว่าเหยี่ยวรัตติกาลทำได้ดีแล้ว และอาการของผู้กองก็เริ่มดีขึ้น รัตนาเสริมว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ลูกมีเวลาอยู่กับผู้กอง

“ค่ะ ลูกมีเรื่องจะปรึกษาคุณพ่อค่ะ”

“งั้นพ่อลูกคุยกันตามสบายนะจ๊ะ แม่จะไปดูขนมซะหน่อย”

รัตนาปลีกตัวไป ราตรีท่าทีลังเลใจจนศักดิ์สิทธิ์เอ่ยปากว่าลูกมีอะไร?

“คือเกี่ยวกับท่าน ผบ.เศรษฐาค่ะ”

“ท่านเป็นคนดี เรื่องนี้จบลงเมื่อไหร่ พ่อจะเสนอยศให้ท่าน”

“คือคุณพ่อคะ หนูมีหลักฐานว่า ผบ.เศรษฐาร่วมมือกับนายพิเชษฐ์ค่ะ”

“หมายความว่ายังไง”

“ลูกมีคลิปที่แสดงว่า ผบ.เศรษฐาร่วมมือกับนายพิเชษฐ์ สามารถเป็นหลักฐานเล่นงานนายพิเชษฐ์รวมทั้งนักธุรกิจทั้งหมดที่เหลืออยู่ได้ แต่ติดตรงที่ว่าจะทำให้ชื่อของท่าน ผบ.ด่างพร้อย”

ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน กลับอมยิ้มชื่นชมเศรษฐาว่าทำสำเร็จจนได้

“อะไรคะ ลูกไม่เข้าใจ”

“พ่อเป็นคนขอร้องให้ ผบ.เศรษฐาหาทางร่วมมือกับนายพิเชษฐ์เองลูก”

ราตรีอึ้งคาดไม่ถึง จับต้นชนปลายครู่เดียวก็เข้าใจ

“พ่อจะเอาไปปรึกษาท่านอนันต์ดูว่าหลักฐานชิ้นนี้มีน้ำหนักพอที่จะฟ้องเอาผิดกับนายพิเชษฐ์ได้หรือเปล่า”

“แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ปัญหาก็คือคุณเรวดีต้องถามว่าคุณพ่อได้หลักฐานชิ้นนี้มาได้ยังไง ในเมื่อคุณเรวดีรู้ว่าอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาล แล้วก็คุณเรวดีจะต้องเสียใจด้วย”

“ถ้ายังงั้นเหยี่ยวรัตติกาลต้องหาทางเอามาคืนให้คุณเรวดีอย่างแนบเนียนที่สุด”

ราตรีสีหน้าครุ่นคิด...ถูกลองวิชาซะแล้ว!

ooooooo

เมื่อได้รับการยืนยันจากหมอว่าเซนต์พ้นขีดอันตรายอย่างแน่นอนแต่ยังต้องรอดูอาการและต้องพักรักษาตัวอย่างดี ศักดิ์สิทธิ์จึงเห็นสมควรย้ายผู้กองไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยลับสุดยอด

“หนูเห็นด้วยค่ะ ศัตรูของผู้กองไม่ได้มีแค่นายพิเชษฐ์คนเดียว”

“พ่อห่วงว่าพวกมันจะเอาสร้อยมาคืน”

“เรื่องนี้หนูจัดการเองค่ะ”

“การย้ายต้องเป็นความลับอย่างที่สุด...ไม่มีใครรู้เด็ดขาด”

“แล้วท่านอัยการเรวดีล่ะคะ”

“ท่านอัยการเรวดี แล้วก็คุณก้องเกียรติด้วย แต่เราควรปล่อยข่าวเรื่องผู้กอง เผื่อว่าจะกระตุ้นให้พวกมันเคลื่อนไหวกันมั่ง”

“ดีค่ะ” ราตรีเห็นด้วยอย่างยิ่ง...แล้วหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ทำให้การรายงานข่าวออกสื่อทีวีว่าผู้กองเซนต์

พ้นขีดอันตรายแล้ว ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ แต่จะนานแค่ไหนยังไม่เป็นที่แน่ชัด...

พอลลูกชายนายพิเชษฐ์เห็นข่าวนี้ก็เป็นเดือดเป็นแค้นว่าผู้กองกระดูกแข็งจริงๆ พราวบอกไม่เห็นยากแค่ส่งไปซ้ำมันก็สิ้นเรื่อง

“ได้ข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่เฝ้าเพียบ”

“นายมันก็ได้แต่แอ็กเก่ง ที่แท้ไม่เอาไหน ฉันว่านายไปใส่กระโปรงผ่าตัดแปลงเพศซะดีกว่า”

“ได้...ฉันจะส่งคนไปจัดการมันเอง”

พอลบ้าจี้ตามน้องสาว เรียกมือปืนมาสั่งงานเป็นการด่วน!

ฝ่ายก้องเกียรติกับเรวดีที่ยังไม่รู้ว่าเซนต์ถูกย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัย จนเมื่อเขาและเธอมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่โต ศักดิ์สิทธิ์เลยต้องยอมให้ทั้งคู่มาหาเซนต์ที่เซฟเฮาส์

“เราย้ายผู้กองมาที่นี่เพื่อความสะดวกและปลอดภัยสำหรับผู้กองเอง ขอโทษที่ไม่ได้แจ้งให้คุณสองคนทราบ หูตาของนายพิเชษฐ์กว้างขวางมาก”

“ฉันเข้าใจค่ะ”

“แต่ขอโทษนะครับ ผมไม่เห็นเจ้าหน้าที่เลยครับ”

“มีครับ แต่พรางตัวอยู่ไม่ให้เป็นจุดเด่น แต่เราคงจะจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าไว้ที่โรงพยาบาลอย่างเดิม”

ก้องเกียรติเข้าใจแจ่มแจ้งว่าทำแบบนี้เพื่อหลอกพวกมันให้หัวปั่น เรวดีพอใจชมว่าแผนการยอดเยี่ยมมาก

“แต่พวกเราต้องเหนื่อยหน่อย”

“ทำไมครับท่านรอง”

“เพราะต้องไปที่โรงพยาบาล เยี่ยมห้องเปล่าๆ เป็นบางครั้งบางคราว พวกมันจะได้ตายใจ”

ศักดิ์สิทธิ์พูดหน้าตาย แต่เล่นเอาเรวดีกับก้องเกียรติหลุดขำอย่างกลั้นไม่อยู่...

หลังจากพอลสั่งงานมือปืนไปจัดการผู้กองเซนต์ที่โรงพยาบาลแลกกับเงินก้อนใหญ่แล้วยังจะมีโบนัส พิเศษอีกหากทำสำเร็จ มือปืนก็กระเหี้ยนกระหือรือไปปฏิบัติการ

เป็นเวลาที่ก้องเกียรติกับเรวดีทำทีมาเยี่ยมเซนต์ตามปกติแล้วกลับออกไป มือปืนย่ามใจตรงดิ่งเข้ามาในห้องแล้วซัดไม่เลี้ยง รัวปืนเก็บเสียงใส่ร่างบนเตียงคนไข้โดยไม่รู้ว่าแท้จริงมันคือหุ่นที่เหมือนคนจริงๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.